เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 6

หลักฐานชิ้นแรก

ผลงานโดย คนมองเมือง
เศษแก้วชิ้นเล็กละเอียดบนเบาะหนังแท้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนีออนจากเสาต้นที่สามของลานจอดรถใต้ดิน ราวกับเศษเพชรที่ถูกบดขยี้อย่างไร้ความปรานี กลิ่นดินปืนจางๆ ที่ลอยอวลปะปนกับกลิ่นอับชื้นของคอนกรีตและกลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของเธอ สร้างความรู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออก รวินันท์ (วิว) ใช้ปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางแตะเบาๆ ลงบนขอบประตูรถคันหรูก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างช้าๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนยังคงฉายซ้ำในหัว เหตุลอบยิงอุกอาจใจกลางเมืองหลวงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยคันนี้—กวินท์ (กันต์)—ย่อมรู้ดีกว่าใครว่าเขากำลังเล่นอยู่กับเกมที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน แต่ตอนนี้ สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่ความหวาดกลัว หากแต่เป็นความเงียบงันอันน่าสะพรึงของห้องทำงานชั้นสี่สิบที่ไร้ผู้คน รวินันท์ผลักประตูห้องเก็บเอกสารเก่าของสำนักงานกฎหมายเข้ามา กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นผงคละคลุ้งอยู่ในอากาศ แสงไฟจากภายนอกอาคารลอดผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ทอดเงายาวเป็นเส้นตรงบนพื้นปาร์เกต์ที่เริ่มผุกร่อน เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อค้นหาเอกสารทางคดีทั่วไป แต่เธอกำลังตามหา "รอยต่อ" ของความจริงที่ถูกจงใจซุกซ่อนไว้ภายใต้กองกระดาษนับพันแผ่น "คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้วนะครับ, คุณวิว" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืด รวินันท์สะดุ้งเล็กน้อยแต่เก็บอาการได้อย่างรวดเร็ว เธอยังคงยืนนิ่ง ไม่หันกลับไปมองทันที ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กดดันคู่สนทนา กวินท์ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาปูน เสื้อสูทสีเข้มของเขายับย่นเล็กน้อย ร่องรอยจากการเผชิญหน้าบนท้องถนนเมื่อครู่ยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าคมสัน แต่นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่เธอมักจะนิยามมันในใจเสมอว่าเป็น "หน้ากากของปีศาจ" "ถ้าการค้นหาความจริงมันอันตราย ฉันก็คงเป็นพวกชอบรนหาที่ตายสินะคะ... อ้อ ขอโทษทีติดปาก ฉันเป็นพวกชอบรนหาที่ตายครับ" รวินันท์แก้คำพูดของตัวเองทันทีเมื่อนึกถึงสถานการณ์ที่ต้องระมัดระวังตัว น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคม บ่งบอกถึงความไม่หวั่นเกรง กวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่าฟังในความรู้สึกของเขาเอง เขาก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดจางๆ จากตัวเธอ "คุณไม่ได้รนหาที่ตายหรอกครับ คุณแค่กำลังดึงสลักระเบิดที่ผมอุตส่าห์ซ่อนไว้อย่างดีต่างหาก... ทำไมล่ะครับ? เป็นห่วงผมเหรอ?" รวินันท์หันขวับกลับไปเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะ—ครับ... คุณกันต์ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเล่นลิเกตบตาใคร ฉันมาเพื่อหาหลักฐานที่จะมัดตัวคนที่อยู่เบื้องหลังการลอบยิงคุณ และถ้าฉันเดาไม่ผิด คนๆ นั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนที่คุณกำลังปกป้องอยู่ด้วยซ้ำ" บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดขึ้นในทันที ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย กวินท์ไม่ถอยหนี เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของทนายความสาว ราวกับพยายามอ่านความคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแววตานั้น "คุณฉลาดเกินไป วิว... และความฉลาดนี่แหละที่จะฆ่าคุณ" กวินท์กระซิบเสียงแผ่วเบา ใบหน้าโน้มเข้ามาใกล้จนรวินันท์ต้องผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับตู้เก็บเอกสารเหล็กเก่าคร่ำคร่า เสียงโลหะกระทบกันดังสะท้อนก้องในห้องที่เงียบงัน รวินันท์ใช้มือยันแผงอกของเขาไว้เบื้องหน้าเพื่อรักษาระยะห่าง แม้สัมผัสผ่านเนื้อผ้าสูทจะทำให้เธอรับรู้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่มั่นคงของเขา แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของเธอสั่นคลอนเลยแม้แต่น้อย "งั้นก็ภาวนาให้ฉันหาหลักฐานนั้นให้เจอก็แล้วกันครับ... ก่อนที่ความตายจะมาเคาะประตูห้องเราทั้งคู่" รวินันท์เบี่ยงตัวหลบจากร่างสูง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา สายตากวาดมองไปรอบตู้เก็บเอกสารเหล็กสูงท่วมหัวที่เธอเพิ่งพิงเมื่อครู่ สัญชาตญาณนักกฎหมายบอกเธอว่า มีบางอย่างผิดปกติ ความหนาของตู้เมื่อเทียบกับพื้นที่ภายในห้องดูไม่สมเหตุสมผล มันถูกดันให้ลึกเข้าไปชิดผนังปูนมากกว่าปกติเกือบสิบนิ้ว "มองหาอะไรอยู่หรือครับ?" กวินท์เลิกคิ้วถามด้วยความสนใจเมื่อเห็นเธอนิ่งงัดพิจารณาจุดนั้น "ความจริง... มักจะซ่อนอยู่ในที่ที่เรามองไม่เห็นเสมอ" รวินันท์ตอบสั้นๆ เธอวางกระเป๋าเอกสารลงบนพื้น ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างจับขอบตู้เก็บเอกสารเหล็กเก่าที่ขึ้นสนิม แล้วออกแรงผลักเต็มกำลัง ด้วยความช่วยเหลือจากสรีระที่แข็งแกร่งเกินหญิงและแรงผลักจากความมุ่งมั่น ทำให้ตู้เหล็กหนักอึ้งส่งเสียงเอี๊ยดอ้าดน่ารำคาญใจ ค่อยๆ เคลื่อนตัวหลุดออกจากร่องผนังอย่างช้าๆ ฝุ่นหนาตกลงมาคละคลุ้งจนทั้งสองต้องไอโขลก กวินท์ขยับเข้าไปใกล้เพื่อช่วยออกแรงผลักอีกแรง ด้วยความร่วมมือเพียงเสี้ยววินาทีนั้น ตู้เหล็กก็ถูกผลักจนเอียงพ้นจากช่องผนัง เผยให้เห็นช่องว่างลับด้านหลังที่ถูกอำพรางไว้ด้วยแผ่นไม้อัดเก่าๆ รวินันท์หยิบไฟฉายขนาดเล็กจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาส่องเข้าไปในร่องมืดนั้น แสงไฟสีขาวสว่างวาบเผยให้เห็นวัตถุบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน มือเรียวภายใต้ถุงมือยางเอื้อมเข้าไปหยิบวัตถุลึกล้ำชิ้นนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง หัวใจของเธอกระตุกวูบเมื่อสิ่งนั้นปรากฏชัดเจนต่อสายตา มันคือ "ฮาร์ดดิสก์พกพา" สีดำสนิท ที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อยตรงมุม และที่สำคัญที่สุด... บนตัวเคสมีสัญลักษณ์ตราประทับของกระทรวงมหาดไทยแปะทับด้วยเทปกาวใส ซึ่งเป็นข้อมูลลับสุดยอดที่เชื่อมโยงกับโครงการประมูลโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าหมื่นล้านที่บริษัทของกวินท์กำลังแย่งชิงอยู่ รวินันท์เงยหน้าขึ้นสบตากับกวินท์ ชั่วขณะนั้น ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ แววตาของซีอีโอหนุ่มที่เคยเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความเจ้าเล่ห์ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งงันดูลึกล้ำและดุดันอย่างน่ากลัว กวินท์มองฮาร์ดดิสก์ในมือเธอนิ่งนาน ก่อนจะเหลือบตามองเธอมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น "คุณเจอแล้ว..." กวินท์พูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "หลักฐานที่จะลากตัวฆาตกรตัวจริง... และพังชีวิตผมลงได้ในคราวเดียว" รวินันท์กำฮาร์ดดิสก์ในมือแน่น ความเย็นเฉียบของโลหะแผ่ซ่านทะลุถุงมือยางเข้าสู่ฝ่ามือ แต่มันเทียบไม่ได้กับความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง เมื่อเธอสังเกตเห็นตัวเลขซีเรียลนัมเบอร์ที่สลักไว้มุมล่างของฮาร์ดดิสก์... มันตรงกับหมายเลขคดีฆาตกรรมพ่อของเธอเมื่อสิบปีก่อนพอดิบพอดี! --- ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกสีเทาของ "คนมองเมือง" ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%