แสงนีออนสีขาวนวลจากจอแท็บเล็ตสะท้อนลงบนแว่นไร้กรอบของกรณ์ ผู้ช่วยหนุ่มผู้ทำหน้าที่เสมือนเงาตามตัวของรวินันท์มาตลอดสามปี นิ้วเรียวยาวกำลังเคาะหน้าจออย่างเป็นจังหวะในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ ทว่าความเงียบนั้นกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความลับที่กำลังจะมอดไหม้
"ไฟล์รายงานการประชุมลับของบอร์ดบริหาร... ส่งไปเรียบร้อยแล้วครับ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยหายไปในอากาศ กรณ์เหลือบมองประตูห้องกระจกฝ้าที่ปิดสนิท ข้างนอกนั้น รวินันท์ (วิว) กำลังยืนคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หันหลังให้เขาพอดี เธอคือทนายความสาวผู้เฉียบคม ทว่าในวินาทีนี้ กลับมองไม่เห็นรอยร้าวเล็กๆ ที่กำลังขยายตัวจากภายในองค์กรของตนเองเลย
ในมุมมองของคนนอก กรณ์คือมือขวาผู้จงรักภักดีและทำงานอย่างไร้ที่ติ แต่ในโลกสีเทาของเมืองใหญ่ที่มีผลประโยชน์มหาศาลเป็นเดิมพัน ความจงรักภักดีมักมีราคาค่างวดที่สูงเกินกว่าเงินเดือนหลักแสนจะซื้อไหว ฝ่ายตรงข้ามของรวินันท์—กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์สีเทาที่กวินท์ (กันต์) กำลังตามขุดคุ้ย—ไม่ได้ต้องการแค่ชนะคดี แต่พวกมันต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของเธอให้ย่อยยับ
ปิ๊ป! เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันเข้ารหัสลับดังขึ้นเบาๆ บนหน้าจอมือถือของกรณ์ ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้น: *“ยอดเงินโอนเข้าบัญชีเรียบร้อย พรุ่งนี้เอาเอกสารตัวจริงของคดีที่เหลือมา”*
กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในอกชั่วขณะ แต่มันก็ถูกแทนที่ด้วยความทะเยอทะยานและความจำยอมต่ออดีตที่เขาไม่มีทางเลือก รอยยิ้มฝืนๆ ปรากฏบนมุมปาก ก่อนที่เขาจะลบข้อความนั้นทิ้งอย่างไร้ร่องรอย แล้วลุกขึ้นเดินถือแฟ้มเอกสารไปเคาะประตูห้องทำงานของรวินันท์
ก๊อก ก๊อก
"เข้ามาค่ะ" เสียงของรวินันท์ลอดออกมา
กรณ์ผลักประตูเข้าไป รอยยิ้มมืออาชีพถูกสวมทับใบหน้าอย่างแนบเนียน "คุณวิวครับ รายงานสรุปคดีของสัปดาห์นี้ ผมจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ รวมถึงเอกสารที่ต้องใช้ในศาลพรุ่งนี้ด้วย"
รวินันท์วางโทรศัพท์มือถือลง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากันต์ผ่านแว่นสายตา สายตาคู่นั้นคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการลับมาอย่างดี จนกรณ์ต้องเสมองไปที่แฟ้มเอกสารบนโต๊ะเพื่อซ่อนประกายความไหววูบในดวงตาของตนเอง
"ขอบใจมากกรณ์ ช่วงนี้คุณช่วยงานฉันเยอะมากจริงๆ ฉันไม่รู้จะพูดon what would I do without your help" รวินันท์กล่าวด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอเอื้อมมือไปรับแฟ้มเอกสารมาเปิดดูผ่านๆ "อืม ละเอียดรอบคอบเหมือนเดิม... สมกับที่ฉันไว้ใจคุณ"
คำว่า 'ไว้ใจ' ตกลงมากระแทกใจของกรณ์อย่างจัง เขายิ้มรับบางๆ "มันคือหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับคุณวิว ผมทำงานกับคุณมานาน ย่อมรู้ว่าอะไรสำคัญที่สุดสำหรับคุณ"
*...ใช่ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ คือความถูกต้อง... แต่สำหรับผม มันคือการเอาตัวรอด* กรณ์คิดในใจ
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง กวินท์ (กันต์) กำลังยืนมองทัศนียภาพยามค่ำคืนผ่านกระจกใสบานยักษ์ แก้ววิสกี้ในมือถูกหมุนวนช้าๆ บนโต๊ะทำงานของเขามีเอกสารลับชุดเดียวกันกับที่กรณ์เพิ่งส่งให้ฝ่ายตรงข้ามวางอยู่ หน้าจอคอมพิวเตอร์กำลังแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดจำลองเส้นทางการไหลของข้อมูล
"หึ... หนูวิวเอ๋ย เธอระวังคนรอบตัวรอบด้าน ยกเว้นเงาของตัวเองสินะ" กวินท์พึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มที่อ่านยาก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา เขารู้มานานแล้วว่ามี "หนอน" ซ่อนอยู่ในทีมของรวินันท์ แต่เขาจงใจปล่อยให้เกมดำเนินไป เพื่อดูว่าผู้หญิงที่เขาเฝ้ามองและปกป้องอยู่ห่างๆ จะจัดการอย่างไรเมื่อความจริงปรากฏ
โทรศัพท์บนโต๊ะของกวินท์สั่นขึ้น เขา要是กดรับสายทันที
"ท่านครับ สายรายงานมาว่า ข้อมูลล็อตใหญ่เพิ่งถูกส่งออกจากเครื่องของมือขวาคุณรวินันท์เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ปลายทางคือกลุ่มของเสธ.ทรงวุฒิครับ" เสียงลูกน้องคนสนิทรายงานด้วยความร้อนรน
กวินท์จิบวิสกี้ช้าๆ รสชาติร้อนแรงบาดคอไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้าน "ปล่อยให้พวกมันได้ใจไปก่อน... เตรียมหลักฐานการโอนเงินทั้งหมดให้พร้อม ฉันจะเป็นคนเอาไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของเธอเอง"
"แต่ท่านครับ การทำแบบนี้จะทำให้คุณรวินันท์รู้ว่าเราแอบสอดแนมเธออยู่นะครับ"
"ฉันยอมให้เธอเกลียดฉัน ดีกว่าปล่อยให้เธอถูกคนใกล้ตัวแทงข้างหลังจนไม่เหลืออะไรเลย" กวินท์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักของคำพูดนั้นเฉียบขาดจนปลายสายเงียบเสียงไป
กลับมาที่สำนักงานกฎหมายของรวินันท์ เวลาล่วงเลยไปจนดึกดื่น ทั่วทั้งชั้นเงียบสงบ มีเพียงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานของรวินันท์ที่ยังคงสว่างไสว เธอกำลังตรวจสำนวนคดีครั้งสุดท้ายก่อนวันขึ้นศาล ทว่าสายตากลับสะดุดตากับความผิดปกติบางอย่างในเอกสารการเงินของจำเลย—ตัวเลขที่ควรจะถูกแก้ไข กลับตรงกับข้อมูลที่เธอเคยคุยไว้กับกรณ์เพียงสองคนเมื่อวานนี้
รอยขมวดคิ้วเกิดขึ้นบนหน้าผากมน หัวใจของทนายความสาวเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความสงสัยที่เริ่มกัดกินจิตใจ
เธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงาน ตั้งใจจะไปหยิบสำนวนต้นฉบับที่โต๊ะของกรณ์ ซึ่งอยู่ด้านนอก ความเงียบยามวิกาลทำให้เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้อง
ที่โต๊ะทำงานของกรณ์ ลิ้นชักชั้นล่างสุดถูกปิดไม่สนิท มีมุมกระดาษสีขาวโผล่อออกมา รวินันท์ชะงักฝีเท้า ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ มือเรียวเอื้อมไปดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาอย่างช้าๆ
ภายใต้แสงไฟสลัวจากทางเดิน รวินันท์ก้มลงอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น—มันคือสำเนาใบเสร็จรับเงินจากธนาคารต่างประเทศ พร้อมชื่อบัญชีปลายทางที่คุ้นตาอย่างประหลาด และข้อความยืนยันการส่งมอบข้อมูลลับทางคดี
โลกทั้งใบคล้ายจะหมุนควิ่ง รวินันท์ชาไปทั้งตัว ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นสู่ขั้วหัวใจ คนที่เธอไว้ใจที่สุด คนที่นั่งทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกันฝ่าฟันคดีใหญ่มานับไม่ถ้วน คือคนเดียวกับที่ขายข้อมูลให้ศัตรู
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดจากมุมทางเดินก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเธอ...
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและแสงสว่างในโลกสีเทานี้ไปด้วยกันนะครับ*
เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 30
การทรยศจากคนใกล้ตัว
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!