"ถ้าคุณคิดว่าถังขยะในห้องทำงานผมไม่มีอะไรน่าสนใจ คุณอาจจะกำลังประเมินค่าของตัวเองต่ำไปนะครับ คุณสรวิชญ์"
กวินท์วางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้ม เสียงกระทบกันของมันดังกังวานในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนน่าอึดอัด รวินันท์ที่ยืนพิงผนังอยู่มุมห้องขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองชายวัยกลางคนที่กำลังเหงื่อซึมตามไรผมตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันที่มองเห็นได้ชัด
สรวิชญ์ เลขานุการข้างกายที่กวินท์ไว้ใจมาตลอดห้าปี ยืนตัวแข็งทื่อ มือที่กำแฟ้มเอกสารไว้แน่นสั่นระริก
"ผม... ผมไม่เข้าใจที่คุณพูดครับท่านประธาน" สรวิชญ์พยายามเค้นเสียงให้ดูมั่นคงที่สุด แต่มันกลับแหลมสูงจนดูน่าสมเพช
กวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาไม่ได้โกรธเกรี้ยว ความเย็นชาบนใบหน้าคมสันนั้นน่ากลัวกว่าการตะคอกหลายเท่านัก เขาก้าวเดินช้าๆ ไปหาลูกน้องคนสนิท ราวกับเสือที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม
"เอกสารที่มีรอยฉีกขาดซึ่งคุณทิ้งลงถังขยะเมื่อเช้า เป็นร่างสัญญาจัดซื้อที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติ แต่มันดันไปปรากฏอยู่ในมือของคู่แข่งผมก่อนที่บอร์ดบริหารจะเห็นเสียอีก" กวินท์หยุดยืนตรงหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่บาดลึกถึงกระดูก "น่าสนใจนะครับ ว่าทำไมลายเซ็นอนุมัติปลอมถึงมีความคล้ายกับลายมือผมได้เหมือนขนาดนี้"
รวินันท์ขยับตัวเข้ามาใกล้ วางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะของกวินท์
"ในฐานะทนาย ผมมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ฉันอยากถามว่า เงินที่ได้รับจากการขายศักดิ์ศรีครั้งนี้ มันพอที่จะซื้อความสบายใจไปได้ตลอดชีวิตเชียวหรือคะ?" น้ำเสียงของรวินันท์นิ่งสนิท ทว่าทุกถ้อยคำคือการเชือดเฉือน
สรวิชญ์หัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจากความหวาดกลัวเป็นความยโสที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความสุภาพมาตลอดห้าปี
"ศักดิ์ศรีเหรอครับคุณรวินันท์? ในเมืองที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและผู้คนที่พร้อมจะเหยียบหัวกันขึ้นไป ศักดิ์ศรีมันก็แค่คำที่คนรวยใช้ประดับตัวเพื่อหลอกตัวเองเท่านั้นแหละครับท่านประธาน" สรวิชญ์แสยะยิ้ม "คุณคิดว่าคุณฉลาดที่สุดเหรอ? คุณมองข้ามหนอนที่ชอนไชอยู่ใต้เท้ามาตั้งนาน แค่นี้ก็พิสูจน์แล้วว่าคุณไม่ได้เก่งไปกว่าใคร"
กวินท์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เขาทำเพียงหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา แล้วกดเล่นไฟล์เสียงบางอย่าง
เสียงของสรวิชญ์ที่กำลังเจรจาต่อรองราคาข้อมูลลับกับบุคคลนิรนามในร้านกาแฟเงียบๆ เมื่อคืนดังชัดเจนขึ้นมาในห้อง สรวิชญ์หน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีเทา ความมั่นใจที่สร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตา
"คุณไม่ได้แค่ขายความลับบริษัทครับ" กวินท์กล่าวพลางเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม "คุณกำลังขายอนาคตตัวเองให้คนที่จะทิ้งคุณทันทีที่หมดประโยชน์ รวินันท์... หลักฐานชิ้นสุดท้ายครับ"
รวินันท์หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาแสดงเส้นทางการโอนเงินที่เชื่อมโยงไปยังบัญชีลับในต่างประเทศ ก่อนจะเบนสายตาไปที่ประตูห้องทำงานที่ถูกเปิดออกช้าๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
"เชิญครับ" รวินันท์ผายมือ
สรวิชญ์ทรุดตัวลงกับพื้น ราวกับสูญเสียกระดูกสันหลังไปชั่วขณะ แต่ทว่าในจังหวะที่กวินท์กำลังจะหยิบเอกสารฉบับจริงเพื่อยื่นให้เจ้าหน้าที่นั้นเอง สรวิชญ์กลับเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและน่าขนลุก
"คุณคิดว่าผมโง่ขนาดนั้นเชียวเหรอครับท่านประธาน? คุณจัดการผมได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเกมนี้จะจบลง... เพราะไฟล์ที่ผมส่งออกไปเมื่อสิบนาทีก่อน มันไม่ใช่แค่ข้อมูลจัดซื้อ แต่มันคือโครงสร้างระบบการเงินทั้งหมดของบริษัทนี้ และถ้าผมไม่กดรหัสยืนยันกลับไปภายในเที่ยงคืนนี้ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะทันที"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่กดทับหัวใจ รวินันท์ชะงัก สายตาของเธอสบเข้ากับกวินท์ เห็นประกายความกังวลที่พุ่งวาบผ่านดวงตาที่เคยสุขุมของชายผู้เป็นที่รัก
กวินท์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองรวินันท์ด้วยแววตาที่หนักแน่นและลุ่มลึกกว่าที่เคย
"ดูเหมือนว่าหนอนตัวนี้จะร้ายกว่าที่ผมคิดไว้มากนะรวินันท์" กวินท์พูดขึ้นพลางแค่นยิ้ม "และดูเหมือนว่า... ในไฟล์ที่มันส่งออกไปนั้น มันแอบแนบไฟล์ลับบางอย่างที่มันก็ไม่รู้ตัวว่ามันคืออะไรเข้ามาด้วย"
กวินท์เลื่อนจอแท็บเล็ตให้รวินันท์ดู สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาทนายสาวถึงกับนิ่งค้างไป
นี่คือความพยายามจากหัวใจของ "คนมองเมือง" หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความเข้มข้นในตอนนี้นะครับ
เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 31
จับไต๋หนอนบ่อนไส้
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!