เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 32

เบาะแสชิ้นสุดท้าย

ผลงานโดย คนมองเมือง
"คุณกำลังเล่นกับไฟโดยที่ไม่รู้ว่าน้ำมันเบนซินน่ะ มันไม่ได้อยู่ในถังหรอกครับรวินันท์ แต่มันอาบอยู่บนตัวคุณนี่เอง" กวินท์วางแก้ววิสกี้ราคาแพงลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *กึก* ก้องกังวานในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับหลุมศพ เขาสบตาหญิงสาวตรงหน้า สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันว่างเปล่าและเย็นเยียบเหมือนแผ่นน้ำแข็งที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ รวินันท์สูดลมหายใจลึก เธอไม่ได้ถอยหนี แม้จะรู้ดีว่าการบุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของซีอีโอหนุ่มในยามวิกาลเช่นนี้คือความเสี่ยงสูงสุดในชีวิตทนายความของเธอ "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำเตือนเรื่องอัคคีภัยค่ะ—เอ่อ ผมหมายถึงครับคุณกวินท์ สิ่งที่ฉันต้องการคือความจริง เรื่องของบริษัทศิริวัฒนาโฮลดิ้งส์ที่ถูกปั่นหุ้นจนวินาศสันตะโร มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือชีวิตของคนนับพัน" "ความจริงงั้นหรือ?" กวินท์แค่นยิ้ม มุมปากกระตุกเพียงเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดสีเข้มเดินเข้ามาใกล้จนรวินันท์สัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่ให้ความรู้สึกกดดัน "ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเลข ความจริงเป็นเพียงสินค้าชนิดหนึ่งครับ ใครจ่ายมากกว่า ก็ได้ความจริงที่ดูดีกว่าเสมอ" "ถ้าอย่างนั้น คุณคงซื้อความจริงไปเยอะเลยนะครับ" รวินันท์สวนกลับพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา "รวมถึงเรื่องที่ซ่อนอยู่ในตู้เซฟหลังรูปภาพวาดนั่นด้วยใช่ไหม" กวินท์ชะงักไปครู่หนึ่ง เงาที่ตกกระทบลงบนใบหน้าของเขาทำให้สีหน้าดูยากจะคาดเดา เขาหัวเราะหึในลำคอ "คุณช่างสังเกตเสมอ... เหมือนกับที่ผมชอบ แต่น่าเสียดายครับ ความอยากรู้อยากเห็นมักเป็นศัตรูตัวฉกาจของอายุขัย" รวินันท์ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ขยับตัว เธออาศัยจังหวะที่กวินท์ก้าวเข้ามาเบี่ยงตัวหลบไปทางผนังห้องด้านหลัง—จุดที่เธอแอบสังเกตเห็นความผิดปกติของรอยต่อไม้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาที่นี่ เธอไม่ได้หวังผลเลิศ แต่สัญชาตญาณทนายความบอกเธอว่า นี่คือเวลาเดียวที่ความลับจะถูกกระชากออกมา นิ้วเรียวของเธอสั่นเทาขณะคลำหาปุ่มกลไกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพวาดทิวทัศน์ยามค่ำคืน รอยบุ๋มเล็กๆ ใต้กรอบรูปไม้คือจุดที่เธอหมายตาไว้ กวินท์ไม่ได้เข้าขัดขวาง แต่เขากลับกอดอกยืนมองด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยนัยยะ *คลิก* เสียงกลไกปลดล็อกดังแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบจากปีศาจ ตู้เซฟเหล็กกล้าขนาดเขื่องค่อยๆ เผยอออก รวินันท์รีบคว้าวัตถุเพียงชิ้นเดียวที่วางอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายในนั้น มันไม่ใช่เอกสาร ไม่ใช่เงินตรา แต่มันคือกุญแจเหล็กสีเงินขัดเงาที่มีรหัสสลักไว้ที่ฐาน ทันใดนั้น แสงไฟในห้องดับพรึ่บลง เหลือเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามาเป็นเส้นสายสีเงินยวบยาบ กวินท์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในความมืด ความอุ่นร้อนจากร่างกายของเขาปะทะเข้ากับไหล่ของเธอ รวินันท์ตัวแข็งทื่อ กุญแจในมือเย็นเฉียบจนแทบแผดเผาฝ่ามือ "คุณรู้อะไรไหมรวินันท์" เสียงของกวินท์กระซิบอยู่ใกล้ใบหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนแรก แต่มันเจือด้วยความรวดร้าวที่รุนแรงจนน่าตกใจ "กุญแจดอกนั้นไม่ได้ไขเปิดตู้เซฟที่ไหนหรอกครับ แต่มันคือกุญแจที่ไขความลับของครอบครัวผม... และตราบใดที่คุณถือมันไว้ คุณก็ไม่ต่างจากคนตายที่เดินได้" "ทำไม..." เธอเค้นเสียงออกมาได้เพียงคำเดียว "เพราะบอสใหญ่ที่คุณตามล่า ไม่ได้อยู่บนยอดตึกแห่งนี้ครับ" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงกุญแจออกจากมือเธออย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่น "แต่เขา... กำลังยืนอยู่หลังคุณในนาทีนี้" เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังขึ้นจากมุมมืดที่เธอคิดว่าว่างเปล่า รวินันท์ค่อยๆ หันกลับไปมองสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังเงามืดนั้น หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึกที่ถูกรัวกระหน่ำก่อนเริ่มการรบ เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าเธอพอดี พร้อมกับแสงไฟที่สว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้โลกของทนายความสาวพังทลายลงในพริบตา คนคนนั้นคือคนที่เธอเชื่อใจที่สุดในโลก... คนที่ส่งเธอมาทำคดีนี้ตั้งแต่ต้น ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของเมืองใหญ่ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%