เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 33

เปิดตู้เซฟมรณะ

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นอายของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความมืดทึบของห้องนิรภัยใต้ดิน แสงไฟสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือฉาบใบหน้าด้านข้างของกวินท์ให้ดูคมสันราวกับรูปสลักหินแกรนิต ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงประกายความนิ่งสนิทที่อ่านไม่ออก สะท้อนภาพของตู้เซฟเหล็กกล้าขนาดมหึมาตรงหน้า—ตู้เซฟที่ไม่ได้ถูกเปิดมานานนับทศวรรษ และซ่อนความลับที่พร้อมจะพลิกแผ่นดินมหานครแห่งนี้ให้ลุกเป็นไฟ "คุณแน่ใจนะว่ารหัสนี้จะใช้ได้" เสียงของรวินันท์ดังแผ่วเบาทำลายความเงียบ เธอยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย ชุดสูทสีเข้มของทนายความสาวยับย่นเล็กน้อยจากการฝ่าวงล้อมความวุ่นวายในตึกใหญ่เมื่อช่วงหัวค่ำ ปลายเรียวนิ้วของเธอเคาะเบาๆ ที่ต้นแขนตัวเองอย่างใช้ความคิด ดวงตาคู่คมจดจ้องแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มด้วยความระแวดระวัง ท่ามกลางความตึงเครียดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก กวินท์ไม่ตอบในทันที นิ้วมือเรียวยาวของเขาบรรจงหมุนแป้นรหัสโลหะทีละแก๊ก... ทีละแก๊ก เสียงกลไกภายในขยับตัวด้วยความฝืดเคือง ราวกับเสียงกาลเวลาที่กำลังถูกกะเทาะให้แตกออกทีละส่วน "ความลับในตู้เซฟนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องใครหรอกครับ... วิว" กวินท์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากแป้นรหัส "มันมีไว้เพื่อรอเวลาให้ใครสักคนเอาหัวของตัวเองมาเดิมพันต่างหาก และผมคิดว่าเราสองคนกำลังยืนอยู่บนเดิมพันนั้นพอดี" "คุณกำลังเล่นเกมจิตวิทยากับฉันอีกแล้วนะ กันต์" รวินันท์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมบุรุษเจือจางปะปนกับกลิ่นฝุ่นผงในห้องใต้ดิน สร้างแรงดึงดูดประหลาดที่เธอเกลียดชังแต่ปฏิเสธไม่ได้ "เราตกลงกันแล้วว่าเรามาหาหลักฐานเอาผิดกลุ่มทุนอสังหาฯ ไม่ใช่มานั่งฟังคุณปรัชญาชีวิตหน้าตู้เหล็กนี่" *กริ๊ก!* เสียงกลไกสุดท้ายดีดตัวปลดล็อกดังสนั่นก้องห้องใต้ดิน ตัดบทสนทนาของทั้งคู่ลงอย่างฉับพลัน กวินท์หยุดชะงักมือที่วางบนแป้นรหัส เขาสบตาเธอนิ่งผ่านเงาสลัว รอยยิ้มมุมปากที่มักจะซ่อนความเย้ยหยันหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่ทำให้หัวใจของทนายความสาวกระตุกวูบ ชายหนุ่มออกแรงผลักบานประตูเหล็กหนาหนักที่พ่นสีกันสนิม บานพับส่งเสียงครูดคราดแหลมสูงบาดหู ก่อนที่ความมืดภายในจะถูกเปิดเผย กลิ่นอับของกระดาษโบราณและหมึกพิมพ์ราคาแพงพวยพุ่งออกมาปะทะจมูก ภายในตู้เซฟไม่ได้มีทองคำแท่งหรือเพชรนิลจินดา มันอัดแน่นไปด้วยแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทนับสิบเล่ม แฟ้มที่ประทับตราลับสุดยอดด้วยหมึกสีแดงฉาน และกล่องบรรจุสื่อบันทึกข้อมูลดิจิทัลรุ่นเก่าที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี รวินันท์ก้าวเข้ามาประชิด เธอใช้ถุงมือพลาสติกหยิบแฟ้มเล่มบนสุดขึ้นมาเปิดดู ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ตัวเลข บัญชีรายชื่อ และลายเซ็นของบุคคลระดับสูงในรัฐบาลและภาคธนาคาร เรียงรายอยู่บนกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่า... บัญชีดำที่บันทึกเส้นทางการเงินสีเทา การฟอกเงิน และการซื้อขายอำนาจรัฐมูลค่ามหาศาล เอกสารชุดนี้ไม่ใช่แค่หลักฐานทางคดี แต่มันคือระเบิดเวลาที่สามารถสั่นคลอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศได้ทั้งระบบ "พระเจ้า..." รวินันท์พึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยขณะพลิกกระดาษหน้าถัดไป "นี่มัน... โครงการฮุบที่ดินย่านใจกลางเมืองทั้งหมด ถูกบงการโดยกลุ่มทุนข้ามชาติผ่านนอมินี... และมีรายชื่อของคณะกรรมการธนาคารกลางเซ็นอนุมัติวงเงินกู้ผย์..." "คุณคิดว่าทำไมพ่อของคุณถึงพยายามขุดคุ้ยเรื่องนี้จนตัวตายล่ะครับ, วิว" น้ำเสียงของกวินท์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกักเก็บไว้ลึกเกินกว่าจะเยียวยา รวินันท์ชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระดูกสันหลัง เธอกวาดสายตามองหน้าชายหนุ่ม ท่าทางแข็งกร้าวเมื่อครู่สลายกลายเป็นความว่างเปล่า "คุณ... หมายความว่ายังไง?" เธอเค้นเสียงถาม ร่างกายเย็นเฉียบ "หมายความว่าตู้เซฟนี้ไม่ได้เป็นของตระกูลผมอย่างเดียวหรอกครับ..." กวินท์ยิ้มขื่น ดวงตาคู่คมไหววับ "แต่มันคือมรดกเลือดที่พ่อของคุณฝากไว้ให้ผม... ในฐานะคนสุดท้ายที่ยังยืนหยัดอยู่บนกองซากปรักหักพังนี้" ทว่า ก่อนที่รวินันท์จะได้เอ่ยถามอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดวนเบื้องบน เสียงโลหะกระทบกันของอาวุธปืน และแสงไฟฉายที่สาดส่องกราดยาวลงมาตามผนังปูนทึบ ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงในพริบตา! กวินท์คว้าข้อมือเธอไว้แน่นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แรงดึงนั้นเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว เขาดันร่างเธอกลับเข้าไปหลบหลังชั้นเหล็กหนา พร้อมกับกระชากประตูตู้เซฟปิดลงครึ่งหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปปลดล็อกสลักปืนพกสั้นที่ซ่อนไว้ใต้สูทอย่างคล่องแคล่วว่องไว "อย่าส่งเสียง..." กวินท์กระซิบชิดริมหูเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ แตะอยู่ที่ข้างแก้ม "พวกมันมาเร็วกว่าที่เราคาดไว้... และดูเหมือนว่า 'คนวงใน' ที่ขายข่าวให้พวกมัน จะไม่ใช่ใครอื่นไกลเลยครับ" รวินันท์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก สายตาของเธอจดจ้องไปที่เงาร่างของใครบางคนที่กำลังก้าวลงมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่หยุดนิ่งสนิท... ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูจะเอ่ยทักทายความมืดด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "หาตัวยากเสียจริง... คุณกันต์ คุณวิว ไม่คิดเลยนะครับว่าจะมาแอบรื้อฟื้นซากศพกันถึงที่นี่" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของเมืองใหญ่ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%