เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 11

พยานปากเอกที่หายสาบสูญ

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงเคาะกระจกรถเบาๆ สองครั้งดังขึ้นท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายบนถนนย่านชานเมือง ปลุกภวังค์ของทนายความสาวผู้กำลังจมดิ่งอยู่กับกองเอกสารคดีฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้าน รวินันท์ (วิว) ปิดแฟ้มเอกสารในมือลงอย่างช้าๆ เธอดึงฮู้ดเสื้อกันหนาวขึ้นคลุมศีรษะก่อนจะลดกระจกรถลงครึ่งหนึ่ง ปะทะกับลมเย็นชื้นและกลิ่นอายของเมืองหลวงยามค่ำคืนที่ชวนให้หดหู่ "คุณมาช้าไปยี่สิบนาทีครับ คุณรวินันท์" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากชายร่างสูงที่ยืนกางร่มสีดำสนิทอยู่ข้างรถ แสงไฟนีออนสลัวจากป้ายร้านค้าข้างทางสะท้อนใบหน้าคมคายของ กวินท์ (กันต์) ซีอีโอหนุ่มผู้ควรจะนั่งบริหารอาณาจักรธุรกิจอยู่บนตึกสูงระฟ้าในย่านใจกลางเมือง แทนที่จะมายืนตากฝนปรอยๆ ในตรอกซอกซอยอับชื้นแห่งนี้ "ความยุติธรรมไม่เคยมาสายหรอกค่ะ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันติดนิสัยพูดตามบทบาทวิชาชีพ" รวินันท์แก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่เจือความขบขันในดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย "ฉันหมายถึง... คนเรามักจะมาถึงที่เกิดเหตุช้าเสมอ เมื่อความลับเริ่มเน่าเปื่อยต่างหากล่ะคะ คุณกันต์" กวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความระอาปนเอ็นดู เขาเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นมานั่งเบาะข้างคนขับอย่างไร้พิธีรีตอง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นไอฟนจางๆ ลอยอบอวลขึ้นมาแทนที่กลิ่นอับชื้นในรถ "ผมไม่คิดว่าทนายความสายบู๊อย่างคุณจะชอบมานั่งสืบสวนด้วยตัวเองในที่อับทึบแบบนี้" กวินท์กล่าวพลางสะบัดละอองฝนออกจากเสื้อสูทเนื้อดี "เอกสารในมือคุณคงไม่ได้ช่วยให้เราเจอตัว 'ปกรณ์' อดีตหัวหน้าฝ่ายบัญชีคนที่หายตัวไปหรอกนะครับ" "ถ้าเอกสารพวกนั้นมีประโยชน์ ฉันคงไม่ต้องมานั่งรอคุณอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ" รวินันท์หันไปสบตากับเขา แววตาของเธอคมกริบไม่แพ้คมมีด "ปัญหาคือปกรณ์ไม่ได้แค่หนีคดี แต่เขากำลังถูกล่า และฉันมั่นใจว่าคนที่ตามล่าเขาไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นคนในบริษัทของคุณเอง... คุณกันต์" บรรยากาศในห้องโดยสารแคบๆ พลันอึมครึมลงทันตาเห็น ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่กระทบหลังคาหลังคารัวเป็นจังหวะ กวินท์ไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือปฏิเสธอย่างที่คนบริสุทธิ์ทั่วไปพึงกระทำ เขากลับเพียงแต่หันมามองเธอนิ่งๆ สายคู่นั้นลุ่มลึกและอ่านยากเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา "คุณกำลังกล่าวหาว่าผมฆ่าตัดตอนคนของตัวเองอย่างนั้นหรือครับ วิว" เสียงของเขาเบาหวิวแต่กลับทรงพลังจนน่าขนลุก "ฉันยังไม่ได้พูดคำว่าฆ่าสักคำนะคะ คุณกันต์... แต่ถ้าคุณร้อนตัว แสดงว่าคุณรู้อะไรมากกว่าที่บอกฉัน" รวินันท์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของชายหนุ่มปะทะกับประสาทสัมผัสของเธออย่างจัง จนเธอต้องแอบสูดลมหายใจลึกเพื่อตั้งสติ "ปกรณ์กุมหลักฐานชิ้นสำคัญ เป็นบัญชีลับที่โยกย้ายเงินสดสามร้อยล้านบาทเข้าบัญชีนิติบุคคลปริศนา ถ้าเขาตาย ความลับตาย ถ้าเขาอยู่ คนบนยอดพีระมิดอย่างคุณอาจจะต้องลงมาเดินดิน... คุณจะยอมให้เขาแ리รอดไปได้ยังไงจริงไหมคะ" กวินท์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากที่กำลังขยับพูดจาเชือดเฉือนของหญิงสาว ก่อนที่เขาจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมี้นต์จางๆ รดรินอยู่ใกล้แก้วหูของเธอ "คุณนี่มัน... ดื้อรั้นเสียจริง" กวินท์กระซิบเสียงพร่า แววตาที่เคยเย็นชากลับทอประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "คุณคิดว่าผมเป็นคนสั่งเก็บปกรณ์อย่างนั้นเหรอ? ถ้าผมอยากให้ใครหายไปจากโลกนี้จริงๆ คนๆ นั้นคงไม่ใช่บัญชีมือสอง... แต่อาจจะเป็นทนายสาวปากกล้าที่ชอบเข้ามาวุ่นวายในชีวิตผมต่างหากล่ะครับ" หัวใจของรวินันท์กระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ระоเบิดขึ้นในอกอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามรักษามาדทนายความสาวผู้เยือกเย็นไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเปราะบาง "ถ้าคุณกล้าทำแบบนั้น ปัญหาของคุณคงไม่ใช่แค่คดีฉ้อโกงแล้วล่ะค่ะ คุณกันต์... แต่อาจจะเป็นข้อหาฆาตกรรมอำพราง ซึ่งฉันคงเป็นคนยื่นฟ้องด้วยตัวเอง" เธอกล่าวสวนกลับเสียงเรียบ แม้หูทั้งสองข้างจะเริ่มร้อนผ่าวด้วยความใกล้ชิดที่เกินความจำเป็น กวินท์ยิ้มรับ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเต็มไปด้วยความท้าทาย เขายกมือขึ้นปัดปอยผมที่เปียกชื้นออกจากหน้าผากมนของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารวินันท์ถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะ "เลิกมองผมด้วยสายตาระแวงสักวันจะได้ไหมครับ... ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทะเลาะกับคุณ แต่ผมมาเพื่อบอกว่า พยานปากเอกที่คุณกำลังตามหา เขายังไม่ตาย" คำพูดนั้นทำให้รวินันท์เบิกตากว้าง ความตกใจเข้ามาแทนที่ความหวั่นไหวเมื่อครู่ทันที "คุณหมายความว่ายังไง? ปกรณ์อยู่ที่ไหน?" "เขาไม่ได้หนีไปต่างประเทศอย่างที่ข่าวกรองของคุณรายงานหรอกครับ..." กวินท์หันไปมองนอกหน้าต่างรถไปยังตึกร้างฝั่งตรงข้ามที่มืดสนิท "เขาซ่อนตัวอยู่ในรัศมีห้าร้อยเมตรจากที่เรานั่งอยู่... และเขากำลังรอให้ใครสักคนไปรับตัว ก่อนที่อีกฝ่ายจะหาตัวเขากเจอ" รวินันท์หันขวับตามสายตาของเขาไปทันที ในความมืดสลัวของซอยเปลี่ยว มีเงาร่างหนึ่งกำลังวิ่งกระเซอะกระเซิงออกมาจากตึกร้างฝั่งตรงข้าม ร่างนั้นหันซ้ายหันขวาด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะสะดุดล้มลงกับพื้นถนนเปียกแฉะ แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งสาดส่องตัดผ่านความมืดตรงดิ่งไปยังร่างที่กำลังดิ้นรนนั้นอย่างรวดเร็ว "นั่น... ปกรณ์!" รวินันท์อุทานออกมาเสียงดังลั่น มือเรียวเอื้อมไปจับที่เปิดประตูรถทันที ทว่า กวินท์กลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้น "อย่าเพิ่งลงไปครับ... ดูนั่นเสียก่อน" รวินันท์ชะงัก เธอมองผ่านกระจกรถออกไปหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์สามคนก้าวลงมาจากรถคันที่พุ่งเข้ามา พร้อมกับวัตถุโลหะสีดำสนิทในมือที่สะท้อนกับแสงไฟถนน... มันไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่การเจรจา ปกรณ์กำลังจะถูกปิดปากถาวรในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า! - คนมองเมือง -
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%