เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 12

กับดักทางกฎหมาย

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทกฎหมายชั้นนำ ไม่ได้เกิดจากความโกรธเกรี้ยว หากแต่มันคือจังหวะจะโคนของการประกาศสงครามอย่างเงียบเชียบ รวินันท์นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องหลังกองเอกสารเหล่านั้น แววตาของทนายความสาวพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย ปลายเรียวนิ้วของเธอเคาะเบาๆ บนปกแฟ้มสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งบรรจุสำนวนฟ้องแย้งมูลค่าหลายร้อยล้านบาทที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากทีมกฎหมายของคู่กรณีเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน "พวกเขาเล่นแรงกว่าที่คาดไว้... ฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และเรียกค่าเสียหายทางธุรกิจก้อนโต" เสียงทุ้มต่ำของกวินท์ดังขึ้นจากมุมห้อง ชายหนุ่มในชุดสูทสีชาโคลสั่งตัดเนี๊ยบกริบกำลังก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและอำนาจที่แผ่ออกมาโดยไม่ต้องพยายาม "เขากำลังเล่นเกมจิตวิทยาครับคุณวิว" กวินท์หยุดยืนพิงขอบโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้พอจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่ราคาแพง "พวกเขาคิดว่าการกดดันด้วยคดีอาญาจะทำให้คุณถอย" รวินันท์ช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้เป็นทั้ง "ลูกความคนสำคัญ" และ "ตัวแปร" ที่ทำให้หัวใจของเธอปั่นป่วนอย่างไร้เหตุผล เธอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันคมกริบพอจะบาดความมั่นใจของใครก็ตามที่กล้าสบตา "ถอยเหรอครับคุณกันต์?" รวินันท์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ในพจนานุกรมของรวินันท์ คำว่าถอยสะกดด้วยตัวอักษรชุดไหน ผมยังหาไม่เจอเลยสักครั้ง" บทสนทนาอันเฉียบคมระหว่างคนทั้งสองมักเริ่มต้นและดำเนินไปด้วยแรงเสียดทานแบบนี้เสมอ พวกเขาคือภาพสะท้อนของเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และเล่ห์เหลี่ยม แต่วิญญาณข้างในกลับโหยหาความจริงแท้บางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรม กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ดื้อรั้น เขารู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่เหยื่อที่รอความช่วยเหลือ แต่เป็นนักรบสวมส้นสูงที่พร้อมจะกระโจนเข้าสู่กองไฟ หากมันหมายถึงการปกป้องความถูกต้องที่เธอยึดถือ "คุณมั่นใจเกินไปหรือเปล่า รวินันท์" กวินท์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ "เกมนี้ไม่ได้ตัดสินกันด้วยความยุติธรรมบนกระดาษ แต่มันตัดสินกันด้วยอำนาจและช่องโหว่ที่ใครถือไพ่เหนือกว่า" "ถ้าอำนาจคือสิ่งเดียวที่ตัดสินโลกใบนี้ได้ คุณคงไม่ต้องจ้างผมมานั่งอยู่ตรงนี้หรอกครับคุณกันต์" รวินันท์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบไม่มีทีท่าจะหลบเลี่ยง "คุณจ้างทนายความที่เก่งที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่ากฎหมายยังมีช่องทางให้คนตัวเล็กได้หายใจ... หรือว่าจริงๆ แล้ว คุณแค่อยกลัวว่าความลับบางอย่างในอดีต จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาท่ามกลางแสงสว่างกันแน่?" ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่บรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบนี้ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือการปะทะกันทางความคิดของคนสองคนที่ฉลาดทันกันจนน่ากลัว กวินท์หรี่ตามองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินว่าควรจะเปิดไพ่ใบสุดท้ายในมือออกดีหรือไม่ "คุณนี่มัน... ดื้อรั้นเป็นบ้าเลยนะวิว" กวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงทีละน้อย ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย "ความดื้อรั้นคือเกราะป้องกันเดียวของผู้หญิงที่ไม่อยากตกเป็นเบี้ยล่างใครครับ" รวินันท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเขาในระยะประชิด "และถ้าคู่กรณีคิดว่าจะใช้สำนวนฟ้องนี้มาปิดปากผม เขากำลังคิดผิดถนัด" ทนายความสาวหันไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้กองเอกสารขึ้นมา มันเป็นรายงานการเดินบัญชีที่ถูกคัดลอกมาอย่างเงียบๆ จากธนาคารต่างประเทศ ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการแกะรอย "พวกเขายื่นฟ้องกลับเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเส้นทางการเงินเส้นนี้" รวินันท์วางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะ นิ้วเรียวชี้ไปยังตัวเลขที่ถูกไฮไลต์ไว้ด้วยสีเหลือง "เงินจำนวนแปดหลักที่ถูกโอนเข้าบัญชีบริษัทลูกของคู่กรณีเมื่อสามเดือนก่อน มันตรงกับช่วงเวลาที่โครงการประมูลภาครัฐถูกพลิกโผพอดี" กวินท์ก้มมองตัวเลขนั้น แววตาของนักธุรกิจผู้เจนจัดเปลี่ยนไปทันที ความประหลาดใจฉายชัดขึ้นในดวงตาคู่นั้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "คุณหาหลักฐานชิ้นนี้มาจากไหน?" กวินท์ถามเสียงพร่า "ทนายความที่ดีไม่เคยเปิดเผยแหล่งข่าวของตัวเองครับคุณกันต์" รวินันท์ยิ้มรับด้วยความภาคภูมิใจ "แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ... บัญชีนี้ไม่ได้เป็นชื่อของคู่กรณีที่เรากำลังสู้ด้วยโดยตรง แต่มันเป็นชื่อของ 'นอมินี' คนสนิทที่สุดของประธานกรรมการบริหารคนปัจจุบัน" รวินันท์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความจริงข้อนั้นซึมซับเข้าไปในความคิดของชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "ถ้าเรายื่นคำร้องขอหมายศาลเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินนี้อย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ สำนวนฟ้องแย้งทั้งหมดของพวกเขาจะกลายเป็นแค่กระดาษชำระราคาแพงทันที และพวกเขานั่นแหละที่จะต้องเป็นฝ่ายวิ่งโร่มาขอเจรจา" กวินท์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า หัวใจของซีอีโอหนุ่มผู้ผ่านโลกมาโชกโชนกลับเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่สวยและฉลาด แต่เธอมีความกล้าหาญที่จะท้าทายอำนาจมืดอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด "คุณทำให้ผมทึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวินันท์" กวินท์พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงความรู้สึกบางอย่างลึกซึ้ง "บางที... การที่ผมดึงคุณเข้ามาพัวพันในเกมอันตรายนี้ อาจจะเป็นความเห็นแก่ตัวที่ร้ายกาจที่สุดในชีวิตของผมก็ได้" รวินันท์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว หัวใจของเธอไหววับอย่างประหลาด ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งแกร่ง เธอกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาแทรกแซงในวิชาชีพ แต่สายตาคู่นั้นของกวินท์กำลังพังทลายกำแพงที่เธอสร้างขึ้นทีละน้อย "หน้าที่ของทนายความคือการสู้เพื่อความยุติธรรมครับคุณกันต์ ไม่ใช่การปกป้องความรู้สึกของใคร" เธอบ่ายเบี่ยงด้วยน้ำเสียงที่พยายามราบเรียบ "แม้กระทั่งความรู้สึกของคุณเองด้วยอย่างนั้นเหรอ?" กวินท์ถามย้ำ ก้าวเข้าไปใกล้จนรวินันท์ต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่บทสนทนาระหว่างทั้งสองจะก้าวล้ำเส้นแบ่งความสัมพันธ์ทางวิชาชีพไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดและชวนใจเต้นรำนั้นลงทันที รวินันท์สะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบผละออกจากกวินท์แล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นทนายความสาวผู้เฉียบคมเช่นเดิม "เข้ามาครับ" รวินันท์เอ่ยอนุญาต ประตูห้องประชุมเปิดออกอย่างรวดเร็ว ปรากฏร่างของเด็กฝึกงานในสำนักงานกฎหมายที่มีสีหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ เข้ามาด้วยอาการสั่นเทา "คุณวิวครับ... มีเอกสารด่วนที่สุดส่งตรงมาถึงคุณจากศาลอาญาครับ" เด็กฝึกงานละล่ำละลักพูด "แล้วก็... มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งฝากข้อความนี้มาบอกคุณด้วยครับ" รวินันท์ขมวดคิ้วมุ่น รับซองเอกสารนั้นมาถือไว้ "ข้อความอะไร?" "เขาบอกว่า... 'หลักฐานที่คุณกำลังถืออยู่ในมือตอนนี้ เป็นของปลอม และระวังตัวไว้ให้ดี เพราะเกมนี้คุณไม่ใช่ผู้ล่า... แต่คุณคือเหยื่อ'" กวินท์พุ่งตัวเข้าไปคว้าซองเอกสารจากมือรวินันท์ทันทีด้วยความตกใจ เมื่อเปิดออกดูพบว่าเอกสารการเดินบัญชีต่างประเทศที่เพิ่งสร้างความได้เปรียบให้กับพวกเขาเมื่อครู่ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยภาพถ่ายใบหน้าของรวินันท์ขณะกำลังเดินออกจากบ้านพักในยามวิกาลเมื่อคืนก่อน พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่เขียนด้วยลายมือดิบๆ ว่า... *'เกมนี้เพิ่งเริ่มต้น เจ้าหน้าที่วิว'* ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะครับ - คนมองเมือง -
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%