เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 28

อ้อมกอดในคืนพายุฝน

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องจนกระจกบานใหญ่ของห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงสั่นสะเทือน เม็ดฝนกระหน่ำซัดสาดเข้าใส่ตัวอาคารราวกับพายุคลั่งที่จงใจล้างผลาญทุกสิ่งให้พินาศ กลิ่นออโซนปะปนกับกลิ่นฝนที่ตีทะลุกระจกเข้ามาให้ความรู้สึกอับทึบและอ้างว้างในคราเดียวกัน รวินันท์ยืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัว แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟดีไซน์มินิมอลอาบไล้ร่างระหงในชุดสูทสีเทาเข้มที่บัดนี้ยับยู่ยี่จากการโหมงานหนักมาตลอดสัปดาห์ เอกสารสำนวนคดีฉบับสำคัญนับร้อยหน้าถูกวางกองสุมไว้บนโต๊ะทำงานด้านนอก ทว่าในวินาทีนี้ ตัวอักษรทางกฎหมายที่เธอเคยใช้เป็นเกราะกำบังอันแข็งแกร่ง กลับพร่าเลือนจนอ่านไม่รู้เรื่อง มือเรียวบางที่เคยหยิบจับปากกาเซ็นเอกสารมูลค่าหลายร้อยล้านด้วยความมั่นคง กำลังสั่นเทราอย่างควบคุมไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงหัวค่ำ ณ ห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานกฎหมายผุดวาบขึ้นมาในหัว คำพูดเยียบเย็นของผู้เป็นอาที่ยอมหักหลังเธอเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ เสียงหัวเราะเยาะหยันจากพวกพ้องที่เคยร่วมอุดมการณ์ และความจริงอันโหดร้ายที่ว่า โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความถูกต้องตามตัวบทกฎหมายอย่างที่เธอศรัทธามาตลอดชีวิต มันพังทลายลงแล้ว... ทุกอย่างที่เธอพยายามปกป้อง หยาดน้ำใสไหลรินอาบแก้เนียนเงียบเชียบ ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจที่ติดขัด มีเพียงความเปียกชื้นที่ร้อนผ่าวบนพวงแก้ม ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังคงมีชีวิตและมีความรู้สึก รวินันท์ยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามกดความอ่อนแอให้จมดิ่งลงไปในก้นบึ้งของจิตใจตามความคุ้นชิน แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกอันโหดร้ายก็ยิ่งแตกร้าวและพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า "คุณไม่ใช่หุ่นยนต์ รวินันท์... การร้องไห้ไม่ได้แปลว่าคุณแพ้" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดบริเวณประตูห้อง กวินท์ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับเสือดาวที่เคลื่อนไหวในยามวิกาล เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาถูกปลดกระดุมบนออกสองเม็ด แขนเสื้อพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นรอยสักจางๆ ที่ข้อแขน ทว่าแววตาคมกริบที่มักจะซ่อนความเจ้าเล่ห์และความเย้ยหยันไว้เสมอ ในยามนี้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำ รวินันท์สะดุ้งเล็กน้อย หันขวับมามองผู้บุกรุกยามวิกาลด้วยแววตาแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ริมฝีปากที่สั่นระริกพยายามขยับเพื่อขับไล่เขาให้ออกไปจากพื้นที่ส่วนตัว "ออกไป... กวินท์ ผมไม่ได้ต้องการความสมเพชจากคุณ" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ กวินท์ไม่ถอย เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างมั่นคง สายตาคมกริบกวาดมองร่างที่กำลังสั่นเทาของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเจ็บปวดที่แปลกประหลาด มันคือความเจ็บปวดที่สะท้อนมาจากหัวใจของเขาเอง "ความสมเพชเหรอ?" กวินท์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเบาหวิวดังขึ้นอย่างไร้ความสุข "ถ้าผมคิดจะสมเพชคุณ ผมคงนั่งจิบไวน์มองคุณพังทลายอยู่ข้างล่างนั่นไปนานแล้ว วิว... มองหน้าผม" "ปล่อยผม..." รวินันท์เบือนหน้าหนี พยายามก้าวถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะเครื่องแป้ง ทว่ากวินท์เร็วกว่า เขายื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวบางไว้เบื้องหน้า แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมไว้อย่างมั่นคงราวกับต้องการส่งผ่านความอบอุ่นผ่านผิวเนื้อ "คุณแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวมานานเกินไปแล้วนะ ทนายรวินันท์" กวินท์เอ่ยเสียงนุ่ม ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นกายสะอาดที่คุ้นเคย "เกราะที่คุณสร้างขึ้นมันหนาเตอะจนแม้แต่ตัวคุณเองก็เข้าไปข้างในไม่ได้... ร้องออกมาเถอะครับ ไม่มีใครเห็นหรอก นอกจากผม" ราวกับคำพูดนั้นเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขประตูห้องนิรภัยในจิตใจ รวินันท์หลับตาลงแน่น ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ทว่ากวินท์ไวEกว่า เขาใช้สองแขนช้อนรั้งร่างของเธอขึ้นมาโอบกอดไว้แนบอกทันที อ้อมกอดของซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาและทรงอิทธิพลคนนั้น ในยามนี้ช่างอบอุ่นและหนักแน่น ราวกับเกราะป้องกันสุดท้ายของโลกใบนี้ รวินันท์ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้น้ำตาทั้งหมดที่กลั้นมานานหลายปีไหลทะลักออกมาเปียกชุ่มเนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง เสียงสะอื้นไห้ที่ถูกเก็บกดไว้ในใจนานแสนนานระเบิดออกมาเป็นเสียงร้องไห้อันน่าเวทนา ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปทั้งร่างตามแรงสะอื้น กวินท์ไม่ได้พูดปลอบโยนด้วยคำหวานเลี่ยน เขาเพียงแต่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางเบาอย่างปลอบประโลม สลับกับกลุ่มผมนุ่มสลวยที่ชื้นเหงื่อ จมูกโด่งคมก้มลงสูดดมกลิ่นหอมจางๆ จากเส้นผมของเธอ ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงแค่คนสองคนที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวทางจิตวิญญาณ "ผมอยู่ตรงนี้แล้ว..." กวินท์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคงและจริงจัง "ต่อให้โลกทั้งใบหันหลังให้คุณ แต่ผมจะยืนอยู่ข้างคุณ... เสมอ" เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เสียงสะอื้นของรวินันท์ค่อยๆ สงบลงเหลือเพียงลมหายใจหอบถี่และแผ่นหลังที่ยังคงกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ เธอยังคงซบอยู่กับอกของเขา รับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นและสม่ำเสมอ มันเป็นจังหวะที่ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บจากพายุข้างนอกให้มลายหายไปจนสิ้น รวินันท์ค่อยๆ ผרศีรษะขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตที่บวมช้ำจากการร้องไห้สบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดกัน "ทำไม... คุณถึงดีกับผมขนาดนี้ กวินท์" เสียงของเธอยังคงแหบแห้ง ทว่าแววตากลับมีความสงสัยระคนซาบซึ้งเจืออยู่ กวินท์ยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นคราบน้ำตาออกจากพวงแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นลากผ่านกรอบหน้าของเธอช้าๆ ก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "เพราะผมเห็นตัวเองในตัวคุณ... และเพราะหัวใจดวงนี้ มันไม่ยอมฟังคำสั่งของผมตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ" รวินันท์ชะงัก หัวใจที่สงบลงแล้วกลับเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งในอก สมองกำลังจะประมวลผลคำพูดสองแง่สองง่ามนั้น ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์ก็ดังลั่นขึ้น ทำลายความเงียบงันในยามวิกาลจนหมดสิ้น หน้าจอแท็บเล็ตควบคุมระบบอัจฉริยะที่ผนังห้องสว่างวาบขึ้นอัตโนมัติ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่างปรากฏร่างของชายชุดดำสวมฮู้ดกำลังเดินผ่านประตูนิรภัยเข้ามาอย่างง่ายดาย ทว่าสิ่งที่ทำให้กวินท์และรวินันท์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือวัตถุในมือของชายคนนั้น—มันคือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่มีตราสัญลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งบรรจุหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกเกมคดีทั้งหมด และมันควรจะอยู่ในเซฟลับที่สำนักงานกฎหมาย ไม่ใช่ที่นี่! กวินท์หรี่ตาลงทันที แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด เขาดันร่างรวินันท์ไปไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณนักล่า พร้อมกับที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังก้าวขึ้นบันไดวนมาทีละขั้น... มุ่งตรงมายังห้องนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านเกมหัวใจอันเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ "คนมองเมือง"
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%