“คุณกำลังเดินหมากผิดกระดานนะ กวินท์”
น้ำเสียงของรวินันท์ราบเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงในห้องทำงานที่เงียบสงัดของเขา แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาพาดผ่านใบหน้าของเธอจนดูเย็นชาและลึกลับ กวินท์ที่ยืนพิงขอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครเบื้องล่าง เขาไม่หันกลับมามองเธอทันที แต่ยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมัน
“หมากกระดานนี้... ผมเป็นคนวางเองกับมือ วิว” กวินท์เอ่ยขึ้นหลังจากเว้นจังหวะเนิ่นนาน “คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องกฎกติกาหรอก เพราะผมอ่านเกมของพวกมันขาดทะลุปรุโปร่งแล้ว”
รวินันท์แค่นยิ้มที่มุมปาก เธอกางแฟ้มเอกสารบนตักออก เผยให้เห็นภาพถ่ายความคมชัดสูงที่ถูกแอบถ่ายไว้ “ขาดทะลุปรุโปร่งหรือว่าคุณกำลังเป็นพันธมิตรกับ ‘เป้าหมาย’ ของคดีนี้กันแน่? ภาพถ่ายกวินท์ อัครเดโช กำลังนั่งดื่มไวน์กับคนของตระกูลวรโชติเมธีในที่ลับตาคน... หลักฐานนี้มันบอกเรื่องราวที่ต่างออกไปจากคำแก้ตัวของคุณนะ”
กวินท์หมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่เขาทั้งรักและอยากปกป้อง เขาเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ แรงกดดันในอากาศดูจะหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เขาหยุดยืนตรงหน้าเก้าอี้ที่เธอนั่ง ก่อนจะโน้มตัวลงไป มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ กักขังเธอไว้ในวงล้อมแห่งอำนาจของเขา
“วิว... คุณเป็นทนายความที่เก่งกาจ แต่บางครั้งคนเก่งมักมองไม่เห็นว่า ‘ความจริง’ มักมีสองด้านเสมอ” เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ “การจับมือกับศัตรูไม่ใช่การทรยศเสมอไป แต่มันคือการทำให้ศัตรูตายใจ ก่อนจะกระชากหน้ากากของพวกมันออกมาในตอนจบ”
“แล้วทำไมต้องทำลับหลังฉัน?” รวินันท์สวนกลับทันควัน ดวงตาของเธอไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่เข้มแข็ง “เราทำงานด้วยกันมาตลอด ทำไมเรื่องนี้ถึงต้องเป็นความลับ? คุณไม่ไว้ใจฉัน หรือคุณกลัวว่าถ้าฉันรู้ ฉันจะหยุดคุณไม่ได้?”
กวินท์นิ่งไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า ทว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ดูเหนื่อยล้า “ผมไม่ได้กลัวว่าคุณจะหยุดผมไม่ได้ วิว... ผมกลัวว่าถ้าคุณรู้ คุณจะต้องเอาตัวเองเข้ามาอยู่ในเกมที่สกปรกนี้ด้วย มือของคุณที่ใช้ทำเพื่อความยุติธรรม มันไม่ควรจะต้องเปื้อนโคลนเพราะผม”
“ฉันเป็นทนาย ฉันเลือกเองได้ว่ามือจะเปื้อนอะไร” เธอตอบเสียงแข็ง พลางยื่นมือไปแตะแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ “ตอบฉันมาคำเดียว กวินท์... คุณกำลังเล่นเกมเพื่อใคร? เพื่อบริษัท เพื่อตัวคุณเอง หรือเพื่อคนอื่นที่ฉันยังไม่รู้จัก?”
กวินท์เงียบไปเนิ่นนาน เขายืดตัวตรง เดินอ้อมโต๊ะไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางทับอยู่ใต้กองเอกสารรายงานผลประกอบการ แล้วโยนมันลงบนโต๊ะต่อหน้าเธอ
“เปิดดูสิ” เขากล่าวเสียงเรียบ “แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงต้องกอดคอกับศัตรู”
รวินันท์หรี่ตามองเขาอย่างระแวง ก่อนจะใช้มือที่สั่นน้อยๆ แกะซองนั้นออก ภาพถ่ายชุดใหม่ที่หลุดออกมาจากซองทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้าง มันไม่ใช่ภาพที่เกี่ยวกับธุรกิจหรือผลประโยชน์ แต่มันคือภาพของคนในครอบครัวของเธอ... คนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วในอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน กำลังยืนอยู่ข้างชายที่ถูกจัดว่าเป็นผู้ต้องสงสัยรายใหญ่ที่สุดของคดีนี้
“นี่มันหมายความว่ายังไง...” เสียงของเธอแผ่วหวิว “คุณไปเอาภาพนี้มาจากไหน”
กวินท์โน้มตัวลงมาข้างหูเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและทรงพลัง “คนตายไม่ได้หายไปไหนหรอกวิว... พวกเขาแค่รอเวลาที่จะกลับมาทวงหนี้เลือดที่ค้างคา และตอนนี้... พวกเขาไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่มาพร้อมกับกุญแจสำคัญที่จะทำลายอาณาจักรที่คุณพยายามปกป้องอยู่”
ยังไม่ทันที่รวินันท์จะเอ่ยถามอะไรต่อ เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสองครั้งอย่างหนักแน่น ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ไม่ได้รอคำอนุญาต ร่างสูงโปร่งของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มที่เคลือบแฝงไปด้วยความร้ายกาจ
“ขอโทษที่ขัดจังหวะความสัมพันธ์อันหวานชื่นนะครับคุณกวินท์ แต่ดูเหมือนว่าทนายสาวคนสวยของคุณ... จะกำลังถือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผมกำลังตามหาอยู่พอดีเลย”
รวินันท์หันไปมองร่างนั้นด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองกวินท์ที่ตอนนี้ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับเกมแห่งอำนาจและหัวใจครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 20
การปะทะฝีปาก
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!