เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยในห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานกฎหมายดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
เอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินโครงการฟื้นฟูเมืองถูกกางออก รวินันท์จ้องมองตัวเลขและลายเซ็นที่ถูกปลอมแปลงด้วยสายตาที่คมกริบราวกับใบมีด ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอรู้ดีว่าเกมนี้ไม่ได้เล่นกันแค่บนโต๊ะพิจารณาคดีของศาล แต่กำลังเล่นกันใต้โต๊ะด้วยกระสุนจริงและอิทธิพลมืดที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่ขวางทาง
"คุณกำลังเอาตัวเข้าแลกกับอะไรที่คุณก็รู้ว่าไม่มีวันชนะ, คุณรวินันท์"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากหัวโต๊ะ กวินท์นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพหญิงสาวที่เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอปลอดภัย แม้จะต้องสวมบทบาทเป็น ‘ผู้ร้าย’ ในสายตาเธอก็ตาม
รวินันท์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของทนายความสาวเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยที่สะสมมาหลายวัน "แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง คุณกวินท์" เธอย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ตั้งใจเน้นเสียงเพื่อสร้างระยะห่าง "ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คุณกลายมาเป็นผู้ปกป้องความยุติธรรมตัวยงขนาดนี้ ทั้งที่โปรเจกต์นี้... บริษัทของคุณคือนักลงทุนรายใหญ่ที่สุด"
กวินท์ไม่สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนมนั้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ รอยยิ้มที่มักจะทำให้คู่แข่งทางธุรกิจต้องเสียศูนย์มานักต่อนักแล้ว
"ผมไม่ได้ปกป้องความยุติธรรมหรอกครับ" กวินท์ตอบเสียงเรียบ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอทีละก้าว "ผมกำลังปกป้องคนที่กำลังจะเอาตัวเองไปขวางรถไฟบรรทุกสินค้าต่างหาก"
รวินันท์ถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อเงาร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมาใกล้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยแตะจมูก เธอกัดฟันกรอด พยายามตั้งสติไม่ให้หลงกลไปกับแรงดึงดูดประหลาดที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ในระยะประชิด
"ถอยไปหน่อยครับ คุณกวินท์" เธอเตือนเสียงแข็ง สายตาจ้องเขม็ง "คุณกำลังทำเกินหน้าที่ของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ... และฉันเกลียดการถูกก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะจากคนที่ซ่อนวาระซ่อนเร้นเอาไว้"
กวินท์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววับชั่วพริบ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบเยชา เขาไม่ได้ถอยหนี กลับวางมือลงบนขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักตัวเธอไว้ในพื้นที่จำกัดระหว่างพนักเก้าอี้กับอ้อมแขนของเขา
"ถ้าผมมีวาระซ่อนเร้นจริง..." กวินท์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเต็มไปด้วยความนัยที่สั่นสะเทือนหัวใจ "คุณคิดว่าวาระนั้น... มันคือการทำลายคุณ หรือการปกป้องคุณจากโลกที่คุณดื้อรั้นอยากจะเปลี่ยนแปลงกันแน่ครับ, วิว"
ชื่อเล่นที่หลุดออกมาจากปากเขาทำเอารวินันท์ชะงัก หัวใจเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ เธอเกลียดที่เขาเรียกชื่อนั้น เกลียดที่น้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคงนี้ทะลวงผ่านเกราะป้องกันอันแน่นหนาที่เธอสร้างขึ้นมานานปี
รวินันท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ มือเรียวบางยกขึ้นวางทาบบนแผงอกกว้างของเขา ออกแรงผลักเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนเธอกำลังสัมผัสกับเตาไฟที่ร้อนระอุ
"อย่ามาเล่นเกมจิตวิทยากับฉัน, คุณกวินท์" รวินันท์เชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ ด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรี "คุณคิดว่าคุณฉลาดนักหรือไงที่ทำตัวเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาว ทั้งที่เบื้องหลังมือคู่นั้นอาจจะเปื้อนเลือดไม่ต่างจากพวกมัน!"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวนายพรานลั่นไกปืน กวินท์นิ่งเงียบไป ดวงตาคู่สีเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ค้นหาความจริงบางอย่างในนั้น ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ความสุข
"ถ้ามือคู่นี้มันจะเปื้อนเลือด... ก็เพื่อให้คุณยังสามารถใช้มือคู่นั้นเขียนคำฟ้องเพื่อความยุติธรรมได้ต่อไป" กวินท์กระซิบแผ่วเบa น้ำเสียงจริงจังจนรวินันท์รู้สึกชาไปทั้งร่าง "จำไว้, วิว... มีบางคนที่คุณกำลังสู้ด้วย เขาไม่ได้เล่นตามกฎหมาย และเขาไม่สนด้วยซ้ำว่าคุณจะเป็นใคร"
ก่อนที่รวินันท์จะได้เอ่ยปากโต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขาหนุ่มที่สีหน้าซีดเผือกจนผิดปกติ
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" เลขาหนุ่มละล่ำละลักพูดพลንยื่นแท็บเล็ตเข้ามาใกล้ "ระบบฐานข้อมูลคดีความลับของสำนักงาน... ถูกเจาะแล้วครับ เอกสารสำนวนคดีฉบับจริงทั้งหมดของคุณรวินันท์ถูกส่งต่อไปยังกลุ่มทุนคู่กรณีแล้ว และ..."
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง
"และตอนนี้ มีจดหมายขู่ส่งตรงถึงบ้านพักของคุณรวินันท์ พร้อมกับ... ภาพถ่ายปัจจุบันขณะที่คุณกำลังยืนคุยกับท่านประธานในห้องนี้"
รวินันท์หน้าถอดสี หันขวับกลับมามองกวินท์ทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่กวินท์ผละตัวออกจากเธอ ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
ดวงตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่กล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่กะพริบแสงสีแดงเรื่ออยู่มุมเพดาน... มุมอับที่ไม่มีใครเคยสังเกตเห็นมาก่อน
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและอันตรายไปกับตัวละครของเราในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — คนมองเมือง
เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 9
รอยยิ้มที่อ่านไม่ออก
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!