"ถ้าเธอยังคิดจะขุดคุ้ยเรื่องของฉันต่อ... พริบพราว เตรียมตัวรับมือกับผลที่จะตามIไหวก็แล้วกัน"
น้ำเสียงของภีมเดชราบเรียบ เย็นเยือก และทรงพลังจนน่าขนลุก มันไม่ใช่คำขู่ลอยๆ จากผู้ชายปากร้ายทั่วไป แต่เป็นประกาศิตจากนักล่าที่กำลังเตือนเหยื่อตัวดีว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟกองใหญ่
พริบพราวเม้มริมฝีปากแน่น เผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวอย่างเดียว แต่มันมีความโกรธและความดื้อรั้นพุ่งพล่านตีคู่กันมา
เธอยอมรับว่าตกใจกับคำพูดเมื่อครู่ของเขา แต่คนอย่างพริบพราว ไม่มีทางถอยหลังให้ใครขู่ซะหรอกค่ะ!
"ทำไมคะ กลัวเหรอคะคุณอา?" พริบพราวเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามฝืนสบตาเขาตรงๆ แม้ฝ่ามือที่ประสานกันอยู่บนตักจะชื้นเหงื่อ "หรือว่าเรื่องที่ฉันกำลังสืบอยู่... มันคือแผลเป็นที่คุณอาพยายามซ่อนไว้ใต้สูทราคาแพงตัวนั้นกันแน่"
ภีมเดชหรี่ตาลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งเป็นสันคมขยับเข้าใกล้เธออีกนิดจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจาง ชายหนุ่มไม่โกรธ ไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับยกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่พริบพราวมองทีไรก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าไปติดกับดักที่เขาขุดรอไว้
"เด็กดื้อ..." ภีมกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้มเนียน "อยากรู้เรื่องของฉันมากนักใช่ไหม งั้นก็ลองบอกเหตุผลสิว่าทำไมฉันต้องยอมให้เธอรู้... ในเมื่อเกมนี้ ฉันเป็นคนถือไพ่เหนือกว่าเธอทุกใบ"
ฉับพลัน บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางและเงียบงันก็แคบลงถนัดตา ความใกล้ชิดนี้อันตรายเกินไป ร่างบางเอนหลังหนีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แต่เอวบางกลับถูกท่อนแขนแข็งแรงรวบเข้ามาแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง ภีมเดชจงใจใช้ความได้เปรียบทางสรีระขนาบเธอไว้กับพนักเก้าอี้หนัง ตัวตนของเขาแผ่ซ่านความร้อนรุ่มจนเธอแทบหายใจไม่ออก
"ปล่อยนะคะคุณอา!" พริบพราวเอ็ดเสียงเขียว มือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อฝ่ามือหนาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน บีบกระชับเบาๆ แต่เต็มไปด้วยอำนาจควบคุม
"ฉันเตือนด้วยความหวังดีนะพริบพราว..." เสียงทุ้มต่ำพزซิบอยู่ข้างใบหู ร้อนผ่าวจนขนลุกซู่ "อดีตของฉันมันไม่ได้สวยงามพอที่จะเอามาเล่าให้เด็กกะโหลกกะลาฟังเล่นหรอกนะ และถ้าเธอยังดื้อดึงขุดคุ้ยต่อไป คนที่จะเจ็บไม่ใช่ฉัน... แต่จะเป็นตัวเธอเองที่จะทนรับความจริงไม่ไหว"
คำพูดของเขาทิ้งปริศนาชิ้นใหญ่ไว้ในอก พริบพราวชะงักไป ดวงตากลมโตฉายแววสับสนวูบหนึ่งแต่ก็รีบซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็ว เธอยอมรับว่าความดุดันและแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะของภีมเมื่อครู่ ทำให้เธอเกือบจะเชื่อว่าเขามีปมในอดีตที่เจ็บปวดจริงๆ แต่... เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่จะยอมให้คำขู่พรรค์นี้มาสยบความอยากรู้อยากเห็นได้
ในเมื่อเขาไม่อยากพูด... เธอก็มีวิธีของเธอเองที่จะหาคำตอบ!
"ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่กลัวล่ะคะ?" พริบพราวเชิดหน้าขึ้นท้าทาย รอยยิ้มเยหยันปรากฏบนเรียวปากสวย "คนอย่างพริบพราว ถ้าอยากรู้อะไรแล้ว... ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ฉันก็จะทำค่ะคุณอา"
ภีมมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ชั่ววินาทีนั้นมีความรู้สึกบางอย่างพาดผ่านดวงตาคมกริบคู่นั้น มันรวดเร็วเสียจนพริบพราวคว้ามันไว้ไม่ทัน ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามเดิม ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"งั้นก็เชิญตามสบาย..." ภีมยอมปล่อยมือออกจากข้อมือเธอช้าๆ พร้อมกับผกายร่างถอยหลังกลับไปนั่งไขว่ห้างท่าเดิม ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น "แต่อย่าหาว่าฉันไม่เตือน... เวลาที่ความจริงมันปรากฏขึ้นมาจริงๆ คนที่จะร้องไห้งอแงวิ่งมาซบอ้อมอกฉัน ก็คือเธอนี่แหละ"
"หลงตัวเองที่สุด!" พริบพราวลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความหงุดหงิด เธอกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจที่มักจะเพลี่ยงพล้ำให้ท่าทีนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวของเขาอยู่ร่ำไป "ฉันไม่มีวันไปร้องไห้ฟูมฟายต่อหน้าผู้ชายใจร้ายแบบคุณอาแน่ๆ ค่ะ!"
"หึ มั่นใจให้ตลอดรอดฝั่งเถอะพริบพราว" ภีมเลิกคิ้วมองเธอด้วยสายตากรุ้มกริ่มแกมท้าทาย "ก่อนจะไป... มีเอกสารอีกกองหนึ่งบนโต๊ะเลขาฯ ออกไปหยิบมาเซ็นซะให้เรียบร้อย ถือเป็นการลงโทษที่เธอแอบเข้ามาค้นห้องทำงานฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต"
"คุณอา! นี่ฉันไม่ใช่เลขาฯ ของคุณนะคะ!"
"แต่เธอเป็นคนของฉัน..." เสียงทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นมาหน้าตาเฉย พร้อมกับสายตาคมที่กวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "และในฐานะ 'คนของฉัน' เธอมีหน้าที่ต้องทำตามคำสั่ง... เข้าใจไหม?"
พริบพราวอยากจะกรี๊ดใส่หน้าคนเผด็จการคนนี้ให้คอแตก เธอกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ แต่ก็รู้ดีว่าต่อปากต่อคำไปตอนนี้มีแต่จะเสียเปรียบ หญิงสาวจึงเลือกที่จะสะบัดหน้าใส่หนึ่งที หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องทำงานของเขาด้วยความหงุดหงิดสุดขีด
ปัง!
เสียงประตูปิดลงตามหลังแรงๆ แต่ภีมเดชกลับไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา มือหนาเอื้อมไปหยิบกรอบรูปบนโต๊ะทำงานขึ้นมาพลิกดู ในนั้นคือรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง... รูปที่ถูกซ่อนไว้ในลิ้นชักลับที่ไม่มีใครล่วงรู้
"เด็กโง่เอ้ย..." เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ แววตาทอประกายความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่ถูกเก็บงำไว้มานานหลายปี "เธอคิดเหรอว่าเรื่องที่เธอพยายามขุดคุ้ย มันจะเป็นความลับจากฉันตั้งแต่แรก?"
ตัดภาพมาที่พริบพราวซึ่งเดินฮึดฮัดออกมาถึงโต๊ะทำงานด้านนอก เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหัวเสีย พลางหยิบเอกสารกองโตที่ภีมสั่งขึ้นมาพลิกดูส่งเดช แต่แล้วสายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับซองเอกสารสีน้ำตาลที่สอดอยู่ใต้แฟ้มหนา มันไม่มีชื่อผู้รับ มีเพียงลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทว่า...
*‘ความจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน และ... ตัวตนที่แท้จริงของภีมเดช’*
หัวใจของพริบพราวเต้นกระหน่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอก มือบางที่ถือซองเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย ความอยากรู้อยากเห็นผสมผสานกับความหวาดหวั่นแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอกวาดสายตามองซ้ายมองขวาด้วยความระแวง ก่อนจะตัดสินใจใช้นิ้วเรียวแกะผนึกซองเอกสารออกช้าๆ เพื่อดึงกระดาษแผ่นแรกข้างในออกมาอ่าน
แสงไฟนีออนสลัวจากเพดานส่องกระทบตัวอักษรบนกระดาษ ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย... ทีละน้อย... จนกระทั่งลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่ออ่านประโยคสำคัญบรรทัดสุดท้าย
ที่แท้... คนที่ส่งเอกสารนี้มาให้เธอตั้งแต่แรก ไม่ใช่คนอื่นไกล
และรูปถ่ายใบที่ร่วงหล่นลงมาจากซองเอกสาร... ก็คือภาพใบหน้าของเด็กผู้ชายคนหนึ่งในอดีต ซึ่งมีดวงตาคมกริบถอดแบบพิมพ์เดียวกับ 'ภีมเดช' ไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความคลั่งรักของอาภีมและยัยตัวแสบพริบพราวด้วยกันนะคะ บทหน้าเตรียมใจรับแรงกระแทกความฟินและปมที่กำลังจะระเบิดได้เลยค่ะ!
ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 16
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!