กลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูช่วยขับเน้นบรรยากาศให้ตึงเครียดขึ้นอีกหลายระดับ พริบพราวแกล้งมองเลยออกไปทางกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเมืองกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน เพื่อซ่อนร่องรอยความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์เมื่อครู่... เหตุการณ์ที่เกือบจะทำให้เส้นกั้นระหว่าง "คู่ค้าเฉพาะกิจ" กับ "เรื่องส่วนตัว" พังทลายลงในพริบตา
"ดื่มซะ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับแก้วเซรามิกสีดำอุ่นจัดที่ถูกเลื่อนเข้ามาใกล้ปลายนิ้ว ภีมเดชไม่ได้ขยับตัวไปไหน เขายังคงยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยท่าทางนิ่งสนิท ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับไม่ได้ละไปจากใบหน้านิ่งของเธอเลยสักวินาที
พริบพราวปรายตามองแก้วทรงสวยนั้นอย่างระแวดระวัง "นั่นอะไรคะ... ยาพิษสูตรใหม่ของคุณอาหรือไง"
"ถ้าเป็นยาพิษ ฉันคงกรอกปากเธอตั้งแต่ตอนที่เถียงฉันคำไม่ตกฟากแล้ว" ภีมแค่นหัวเราะในลำคอ ทว่าน้ำเสียงที่ตอบกลับมาไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดเหมือนเคย ตรงกันข้าม... มันมีความนุ่มนวลแปลกประหลาดที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ "ช็อกโกแลตร้อน... เผื่อสมองส่วนที่ใช้คิดเรื่องโง่ๆ ของเธอจะสงบลงได้บ้าง"
หญิงสาวเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังหมายถึงเรื่องความซุ่มซ่ามที่เกือบทำให้เธอเป็นลมล้มพับไปเมื่อครู่ แต่จะให้ยอมรับตามตรงว่าใจเต้นแรงเพราะสัมผัสของเขาหรือ... ฝันไปเถอะค่ะ!
พริบพราวเอื้อมมือไปรับแก้วนั้นมาถือไว้ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ผิวสัมผัสโดยตรง ทว่าความอบอุ่นนั้นยังเทียบไม่ได้กับความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยท่าทางดุดันของคนตรงหน้า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ผู้ชายเย็นชาไร้ความปราณีคนนี้ เริ่มสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเธอได้ดีขนาดนี้ ทั้งแก้วช็อกโกแลตร้อนที่เธอชอบดื่มเวลาเครียด หรือแม้แต่การเว้นระยะห่างเมื่อเห็นว่าเธอกำลังตื่นตระหนก
"มองหน้าฉันแบบนี้... หลงเสน่ห์ฉันเข้าแล้วหรือไง พริบพราว" ภีมหรี่ตามองเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากจุดประกายความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด
"หลงตัวเองน่ะสิไม่ว่าค่ะ" พริบพราวเชิดหน้าขึ้นทันควัน กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มด้วยการยกแก้วช็อกโกแลตร้อนขึ้นจิบ "ฉันแค่แปลกใจ... วันนี้คุณอาดูแปลกไปนะคะ กินผิดสำแดงอะไรรึเปล่า ถึงได้มาทำตัวใจดีใส่ฉันแบบนี้"
"ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้" เขายืดตัวเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้จนพื้นที่รอบตัวเธอดูลดแคบลงไปถนัดตา "หรือเธออยากให้ฉันกลับไปโหดใส่เหมือนวันแรกที่เจอ... หึ ถ้าอย่างนั้นเรามาทบทวนเรื่องดีลของเราใหม่ดีไหมล่ะ"
น้ำเสียงทุ้มพร่าชวนให้คิดลึกทำเอาพริบพราวต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือพอดี จนร่างสูงใหญ่ต้องใช้แขนข้างหนึ่งยันขอบชั้นไว้ เป็นการกักตัวเธอให้อยู่ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยวนอยู่รอบตัว จนพริบพราวแทบไม่กล้าหายใจแรง ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่ฉายแววท้าทายระคนเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด
"ถอยไปเลยนะคะ... ใกล้เกินไปแล้ว" เธอพยายามดันอกแกร่งเบาๆ แต่เขากลับนิ่งสนิท ราวกับกำแพงหินที่ไม่มีวันขยับเขยื้อน
"ใกล้แค่นี้ทำเป็นตื่นเต้น... ทีเมื่อกี้ยังกล้าท้าทายฉันหน้าตาเฉย" ภีมโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม จนพริบพราวต้องหลบสายตา "จำไว้พริบพราว... ฉันไม่ใช่คนใจดีกับใครง่ายๆ แต่ถ้าเป็นเธอ... ฉันมีข้อยกเว้นเสมอ"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนทำให้ช่องอกข้างซ้ายของพริบพราวเต้นระรัวราวกับตีกลอง เธอเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของภีมเดชในตอนนี้ ผู้ชายที่เคยยึดมั่นในกฎเกณฑ์และความเด็ดขาดคนนั้น หายไปไหนเสียแล้ว ทำไมตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่อันตรายต่อหัวใจเธอเสียยิ่งกว่าตอนที่ดุดันเสียอีก
ก่อนที่สถานการณ์จะเตลิดเปิดเปิงไปไกลมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับมีใครบางคนจังหวะเวลามาเพื่อทำลายบรรยากาศสีชมพูนี้โดยเฉพาะ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ภีมเดชขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เขายืดตัวตรงขึ้นอย่างช้าๆ แต่สายตายังคงจ้องมองพริบพราวด้วยความเสียดายระคนหงุดหงิด
"เข้ามา" เสียงทุ้มตวาดยานคางด้วยความเรียบเฉย ทว่าแฝงรังสีความน่ากลัวไว้เต็มเปี่ยม
ประตูกระจกบานหรูเปิดออกพร้อมกับร่างเพรียวระหงของรินรดาที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างไปในเสี้ยววินาที เมื่อเห็นว่าเธอกำลังยืนประชิดตัวอยู่กับภีมในระยะเผาขน
"ภีมคะ..." รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองพริบพราวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกชิงชังที่ปิดไม่มิด "รินรบกวนเวลาส่วนตัวของคุณหรือเปล่าคะ พอดีรินมีเอกสารด่วนที่ต้องให้คุณเซ็นอนุมัติคืนนี้เลยค่ะ"
พริบพราวรีบฉวยจังหวะนี้ก้าวถอยหลังออกมาจากรัศมีอันตรายทันที จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางเพื่อรักษาฟอร์มของตัวเอง แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นไม่เป็นจังหวะก็ตาม
ภีมเดชปรายตามองแขกผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นชา ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ "ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้... คุณยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่อีกเหรอ รินรดา"
น้ำเสียงเรียบนิ่งที่ไร้เยื่อใยทำเอารินรดาหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มแล้วเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน พร้อมกับวางซองเอกสารลงเสียงดัง "รินแค่ทำหน้าที่ในส่วนของรินค่ะ... อีกอย่าง รินแค่อยากมาดูให้แน่ใจว่า 'เด็กฝึกงาน' แถวนี้ไม่ได้กำลังทำอะไรเกินหน้าที่จนเกินงาม"
ประโยคหลังถูกส่งมาพร้อมกับสายตาเหยียดหยามที่พริบพราวได้รับเต็มๆ
พริบพราวกำมือแน่น เตรียมจะอ้าปากสวนกลับตามสไตล์คนไม่ยอมคน ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียง มือหนาของภีมเดชก็คว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน แรงบีบกระชับที่ส่งผ่านมาไม่ได้เจ็บปวด แต่เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องอย่างชัดเจน
ภีมก้าวมาขวางหน้าพริบพราวไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองรินรดาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น
"คนที่เกินหน้าที่... ดูเหมือนจะไม่ใช่พริบพราวนะรินรดา" ภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "และถ้าคุณยังไม่รู้จักมารยาทในการเคารพความเป็นส่วนตัวของคนอื่น... พรุ่งนี้เช้า ฉันคงต้องให้ฝ่าย,บุคคลยกเลิกสัญญาทุกฉบับที่มีชื่อคุณเกี่ยวข้องทั้งหมด"
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอบาดตาด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านจนมือไม้สั่น ดวงตากลมโตหันมาจ้องพริบพราวด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะจำใจหันหลังเดินกระแทកเท้าออกจากห้องไปอย่างพ่ายแพ้
ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
พริบพราวยืนนิ่งค้าง เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งยืนปกป้องเธอเมื่อครู่ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความตื่นกลัว กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
ภีมเดชหันกลับมามองเธอ สายตาที่เคยดุดันและเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย เขายื่นมือมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ
"ทีหลัง... อย่าปล่อยให้ใครมาเหยียบจมูกเธอต่อหน้าฉันอีก" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงจนคนฟังถึงกับใจสั่น "เพราะคนที่จัดการเธอได้... มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น"
พริบพราวเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอาย "คุณอานี่มัน... เจ้าเล่ห์จริงๆ เลยนะคะ!"
ภีมหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและมีเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมา ทว่าความหวานชื่นนั้นยังไม่ทันได้จางหาย จู่ๆ หน้าจอสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนบางอย่างที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า
สายตาคมกริบของภีมก้มลงมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที ทว่าสีหน้าของเขากลับเปลี่ยนจากความผ่อนคลายไปเป็นความเคร่งเครียดดุดันในพริบตาเดียว!
พริบพราวสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย "มีอะไรเหรอคะคุณอา... ใครส่งข้อความมาดึกดื่นแบบนี้"
ภีมไม่ได้ตอบคำถามทันที เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา และคำพูดประโยคต่อมาของเขากลับทำให้เลือดในกายของพริบพราวเย็นเฉียบลงไปถึงกระดูกสันหลัง—
*โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ*
---------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของคุณอาภีมกับน้องพริบพราวด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นตอนหน้ากันต่อค่ะ! ❤️ - กำมะหยี่สีแดง
ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 15
ภีมผู้เย็นชาเริ่มเปลี่ยนไป
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!