เสียงเหล็กกระทบกันเบาๆ จากกลไกของลูกบิดประตูที่กำลังหมุนวน คือนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต
พริบพราวแทบไม่เหลือเวลาให้คิดคำแก้ตัว ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าภีมเดชด้วยความตื่นตระหนก ร่างบางพุ่งเข้าไปหาชายหนุ่มราวกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับ มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขาออกแรงดึงอย่างไม่เกรงใจ พร้อมกับออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงกระซิบที่สั่นพร่าที่สุดในชีวิต
"ซ่อนฉัน..."
ภีมเดชเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า นัยน์ตาสีเข้มคมกริบมองกิริยาลนลานของหญิงสาวด้วยความรู้สึกสนุกสนานเจือความรำคาญใจระคนกัน เขามีเวลาแค่เสี้ยววินาทีในการประเมินสถานการณ์ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะตัดสินใจคว้าเอวบางของเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ โชยเข้าแตะจมูกพร้อมกับเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ที่เผยให้เห็นว่าพวกเขากลายเป็นเงาเดียวกันที่ซ้อนทับกันอยู่หลังเสากั้นห้องพอดี
แกร๊ก... เสียงประตูระเบียงถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับสายลมยามค่ำคืนที่พัดพาเอากลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังราคาแพงเข้ามา
"พี่ภีมคะ..."
เสียงหวานหยดย้อยของรินรดาดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ น้ำเสียงนั้นเคลือบด้วยความกระเง้ากระงอดและตั้งใจจะออดอเซ็นเต็มที่ตามประสาคนคุ้นเคยที่ถือวิสาสะ "รินหาพี่ภีมทั่วงานเลย ทำไมออกมาสูบบุหรี่รับลมคนเดียวนานจังคะ รู้ไหมว่ารินใจหายหมด นึกว่าแอบหนีรินไปไหนซะอีก"
พริบพราวที่แนบใบหน้าอยู่กับแผงอกกว้างของภีมเดชถึงกับกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ร่างกายของเธอกำลังแนบชิดกับเขาชนิดที่ว่าไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ยิ่งไปกว่านั้น มือหนาของภีมที่โอบเอวเธออยู่ยังแกล้งออกแรงบีบกระชับเบาๆ เป็นการขู่เชิงกลายๆ ว่าอย่าได้ริอ่านขยับตัวเด็ดขาด
ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจของภีมเดชที่เป่ารดอยู่เหนือศีรษะของพริบพราว
"ผมไม่ได้หนีไปไหน" เสียงทุ้มต่ำและเรียบเฉยเอ่ยตอบออกไป น้ำเสียงของเขาไม่มีพิรุธแม้แต่น้อย "แค่มายืนสงบสติอารมณ์เฉยๆ ริน... คุณควรจะอยู่ข้างในงานกับแขกคนอื่นมากกว่านะ"
รินรดาเดินเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่มากขึ้น เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามาทุกที พริบพราวหลับตาปี๋ มือเล็กกำสาบเสื้อของภีมแน่นขึ้นจนยับยู่ยี่ด้วยความลุ้นระทึก ภาพในหัวฉายภาพความฉิบหายหากรินรดาเดินอ้อมเสามาเห็นเธอในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของอดีตคู่ควง เธอคงไม่แคล้วโดนตราหน้าว่าเป็นอีตัวที่แอบมาลักกินขโมยกินกับผู้ชายของคนอื่นแน่ๆ
"ก็รินคิดถึงนี่คะ..." รินรดาออดอเซ็น พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หยุดลงห่างจากพวกเขาไปแค่ก้าวเดียว "เอ๊ะ... เหมือนรินได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงเลยค่ะพี่ภีม กลิ่นแปลกๆ เหมือนไม่ใช่ของรินนะ หรือว่า..."
พริบพราวรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ เธอลืมตาขึ้นมองหน้าภีมเดชผ่านความสลัว ชายหนุ่มก้มลงมองเธอพอดี แววตาคมปลาบนั้นไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เขากลับจ้องมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ที่อ่านไม่ออก ราวกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้เป็นเพียงเกมสนุกๆ เกมหนึ่งสำหรับเขาเท่านั้น
"จมูกไวดีนี่" ภีมเดชเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกนิดๆ แต่แฝงความเยียบเย็น "แต่คิดมากไปหน่อยแล้วมั้งริน หรือว่าดึกแล้วคุณจะเริ่มเบลอ ดื่มไปเยอะไม่ใช่เหรอ"
"รินไม่ได้เมานะคะ!" เสียงรินรดาตวัดสูงขึ้นด้วยความไม่พอใจ "รินแคลิ่นใจ... พี่ภีมแน่ใจนะคะว่าอยู่คนเดียวจริงๆ"
"ถ้าไม่เชื่อ จะลองค้นดูไหมล่ะ" ภีมเดชขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังร่างของพริบพราวให้พ้นจากมุมสายตาของรินรดาอย่างแนบเนียน พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เริ่มติดรำคาญ "แต่บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว ถ้าคุณยังไม่เลิกเซ้าซี้ ผมคงต้องเชิญคุณกลับไปก่อนที่ผมจะหมดความอดทนจริงๆ"
คำพูดเด็ดขาดและเย็นชาของภีมเดชได้ผลชะงัก รินรดาชะงักไปทันที เสียงถอนหายใจฟัดเหวี่ยงดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมจำนน
"ก็ได้ค่ะ... รินไม่เซ้าซี้พี่ภีมแล้วก็ได้ แต่รีบตามเข้าไปนะคะ แขกผู้ใหญ่กำลังถามหาอยู่"
เสียงฝีเท้าส้นสูงเดินถอยหลังออกไป พร้อมกับเสียงปิดประตูกระจกระเบียงที่ดังตามหลังมาเบาๆ
พริบพราวผ่อนลมหายใจออกมาพรวดใหญ่ ราวกับเพิ่งฟื้นคืนชีพจากความตาย ร่างบางรีบดันตัวถอยห่างจากอกแกร่งทันที แต่ภีมเดชกลับไม่ยอมปล่อย เขากลับเพิ่มแรงรัดที่เอวแน่นขึ้นอีกนิด บังคับให้เธอต้องเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ
"จะรีบไปไหนล่ะครับ คนสวย" ภีมเดชเอ่ยกระซิบ เสียงทุ้มต่ำนั้นชิดริมฝีปากเธอนิดเดียว "ยังเล่นละครไม่จบฉากเลย"
"ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ!" พริบพราวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอבายใจ มือเล็กระดมทุบลงบนอกเขาแรงๆ สองสามที "คุณสนุกมากนักเหรอที่แกล้งฉันแบบนี้!"
"สนุกสิ สนุกมากด้วย" ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นทำให้เขาน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด "โดยเฉพาะการได้เห็นแม่เสือสาวปากเก่งเมื่อกี้ กลายร่างเป็นแมวขี้ตื่นมาซุกอกผมเพื่อขอความช่วยเหลือเนี่ย... คุ้มค่ากับการปกปิดความลับจริงๆ นะว่าไหม"
พริบพราวชะงัก คำพูดของเขาเตือนสติเธอให้กลับมาเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย—เรื่องคืนนั้น เรื่องที่เธอเกือบจะเผลอใจไปมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับผู้ชายอันตรายคนนี้ และที่สำคัญที่สุด... รินรดา
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอก้าวถอยหลังออกมาเมื่อภีมยอมคลายอ้อมแขนออก ยืดตัวขึ้นยืนตรง จัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีที่พยายามรักษาฟอร์มให้มากที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวไม่เป็นจังหวะก็ตาม
"โอเค คุณช่วยฉันไว้ ขอบคุณ" พริบพราวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวัง "ถือว่าเราหายกัน เรื่องคืนนั้นก็ต่างคนต่างลืมมันไปซะ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก ฉันคิดว่าเราตกลงกันตามนี้นะคะคุณภีมเดช"
ภีมเดชหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันและทรงพลังจนพริบพราวรู้สึกหนสันหลังวาบ
"ต่างคนต่างอยู่เหรอ?" เขาทวนคำ พรางก้าวเท้าเข้าหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "พริบพราว... เธอคิดตื้นเกินไปหน่อยหรือเปล่า คิดว่าเรื่องแบบนี้มันจะจบลงง่ายๆ แค่คำว่าขอบคุณงั้นเหรอ"
"แล้วคุณต้องการอะไรอีก!" พริบพราวหมดความอดทน เผลอตะคอกใส่เขาเบาๆ "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเกิดขึ้น! มันเป็นอุบัติเหตุ เป็นความผิดพลาด!"
"ความผิดพลาดที่หอมหวานดีนี่" ภีมเดชหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนพริบพราวต้องเงยหน้ามองจนคอตั้ง มือหนายื่นออกไปไล้ปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นแต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนไฟลวก "อีกอย่าง... คนอย่างภีมเดชไม่เคยปล่อยให้ผลประโยชน์หลุดมือไปเฉยๆ โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่น่าสนใจอย่างเธอ"
พริบพราวปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "พูดจาให้มันดีๆ นะคะ ฉันไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่ผลประโยชน์อะไรของคุณ!"
"แต่เธอกำลังตกเป็นรองฉัน" ภีมยิ้มเยาะ สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประเมินค่า "ลองคิดดูเล่นๆ นะพริบพราว... ถ้าเกิดรินรดารู้เรื่องที่เราสองคนอยู่ด้วยกันในห้องนี้ หรือหนักกว่านั้น... รู้เรื่องคืนนั้นที่คอนโดของผม เธอคิดว่าผู้หญิงหึงจัดอย่างรินรดาจะทำยังไงกับอนาคตนักศึกษาปี 4 ใสๆ ของเธอบ้างล่ะ หืม?"
คำขู่ที่แฝงมากับน้ำเสียงนุ่มนวลนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจ พริบพราวหน้าซีดเผือดลงทันที เธอรู้ดีว่ารินรดาเป็นคนร้ายกาจและใช้อำนาจเงินครอบครัวทำลายคนอื่นได้ง่ายแค่ไหน ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป ชีวิตในมหาวิทยาลัยของเธอคงพังไม่เป็นท่า แถมยังอาจโดนฟ้องร้องข้อหาพรากคู่หมั้นคนอื่นอีก (แม้ทั้งคู่จะเลิกรากันไปแล้วก็เถอะ)
"คุณมัน... เล่ห์เหลี่ยมจัด!" พริบพราวเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นใจ
"เขาเรียกว่านักธุรกิจมองหาโอกาสต่างหาก" ภีมเดชยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับข้างแก้มของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยข้อเสนอที่ทำให้เธอนิ่งอึ้งไปสนิท
"ทางออกมีอยู่ทางเดียว... มาเป็นเด็กเลี้ยงของผม แลกกับการที่ผมจะปิดปากเรื่องทั้งหมด และคอยคุ้มครองเธอจากทุกปัญหา ไม่เว้นแม้กระทั่งยัยรินรดา"
พริบพราวเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจกับข้อเสนอที่ไร้ยางอายที่สุดในสามโลก "คุณ... คุณว่าอะไรนะ!"
"ฟังไม่ผิดหรอก" ภีมเดชยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ แววตาสีเข้มพราวระยับด้วยความท้าทาย "มาเป็นเด็กของผม แล้วเธอจะไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรอีกเลย... ว่าไงล่ะ พริบพราว จะรับข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้นี้ไหม?"
พริบพราวยืนแข็งทื่อ สมองหมุนติ้วอย่างบ้าคลั่งระหว่างทางเลือกระหว่างการตกเป็นทาสทางพฤตินัยของซาตานหนุ่มปากร้าย กับการปล่อยให้ชีวิตพังพินาศด้วยน้ำมือของรินรดา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำขาดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูทางเข้าห้องระเบียง
"ขอโทษทีนะภีม... พอดีฉันมารบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่า?"
ร่างสูงโปรดของ 'ธนา' เพื่อนสนิทของภีมเดชและเป็นอาจารย์พิเศษคณะของพริบพราว ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับจ้องมองมือของภีมที่ยังคงแตะอยู่ที่เอวของเธอไม่วางตา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บด้วยกันนะคะ ตอนหน้าเตรียมตัวรับแรงกระแทกจากเกมรักนี้ได้เลยค่ะ!
ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!