ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 1

ความลับในคืนฝนตก

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวรอดในงานนี้ คือการยืนทำหน้าเป็นตุ๊กตาประดับงานเลี้ยง ฉันว่าคุณประเมินเกมนี้ต่ำเกินไปนะคะ... พริบพราว" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้ขนลุกชัน หากแต่ยังแฝงไอความเยือกเย็นที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น รินรดาคลี่ยิ้มเหยียดหยาม ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบขนตางอนงามกวาดมองร่างบางในชุดเดรสยาวสีไวน์แดงของคู่สนทนาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกสมเพชแกมหมั่นไส้ พริบพราวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธกรุ่นแล่นริ้วขึ้นมาประทับบนพวงแก้มเนียนใส เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะยอมก้มหัวให้ใครเหยียบย่ำซ้ำสอง โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ใช้เส้นสายไต่เต้าจนได้มายืนเคียงข้างผู้ชายอันตรายอย่าง... ภีม ภีมเดช "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะรุ่นพี่รินรดา แต่พอดีฉันไม่ใช่คนชอบเดินตามเกมของใคร โดยเฉพาะเกมที่กลิ่นอายความอิจฉารุนแรงจนแสบจมูกแบบนี้" พริบพราวสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตฉายแววท้าทายไร้ความเกรงกลัว เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเบาๆ กลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะค่ะ... ระวังตัวไว้ให้ดี ถ้ารู้ตัวอีกที อาจจะตกลงมาจากที่สูงจนไม่เหลือชิ้นดีก็ได้" พูดจบ รุ่นพี่สาวพราวเสน่ห์ก็สะบัดหน้าเดินจากไป ทิ้งให้พริบพราวยืนหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อควบคุมสติอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน คืนนี้เป็นงานฉลองครบรอบห้าปีของบริษัทในเครือภีมเดชกรุ๊ป งานเลี้ยงระดับไฮโซที่รวมเอาเหล่าบรรดาเซเลบ นักธุรกิจ และผู้ทรงอิทธิพลไว้มากมาย แต่สำหรับเธอแล้ว ที่นี่ไม่ต่างอะไรกับกรงข้าศึกที่เต็มไปด้วยสายตากดดันและเล่ห์เหลี่ยมแพรพราว ความอึดอัดทำให้พริบพราวตัดสินใจปลีกตัวจากห้องจัดเลี้ยงหรูหราอลังการชั้นบน เดินเลี่ยงมายังระเบียงกระจกใสบริเวณปีกตึกชั้นสาม ซึ่งเป็นมุมอับสายตาและเงียบสงบ ลมยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวเนื้อจนต้องยกมือขึ้นูแขนตัวเองเบาๆ เม็ดฝนเริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอก กระทบกับกระจกใสจนเกิดเสียงดังซ่า เธอถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยให้ความเครียดและความเหนื่อยล้าค่อยๆ ระเหิดไปกับสายฝน แต่ทว่า... ความเงียบสงบนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อประตูระเบียงถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงใหญ่คุ้นตาที่ก้าวเข้ามา ภีม ภีมเดช ในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกเล็กน้อย ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่มุมห้อง กลิ่นอายความเย้ายวนอันตรายและแผ่รังสีความกดดันรอบตัวทำเอาพริบพราวต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "หลบมามุมนี้ คิดจะหนีปัญหา หรือแค่อยากหาที่สงบๆ ร้องไห้คะเด็กน้อย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเย้ยหยันตามนิสัยปากร้ายของเจ้าตัว พริบพราวหันขวับกลับไปมอง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที "ฉันไม่ได้หนี และไม่ได้ร้องไห้ค่ะ คุณภีม กรุณาอย่าเอามาตรฐานตัวเองมาวัดกับคนอื่น" ภีมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา ร่างสูงก้าวเท้าเข้าประชิดทีละก้าวอย่างคุกคาม จนพริบพราวต้องถอยร่นไปจนแผ่นหลังชนกับผนังกระจกเย็นเฉียบ ด้านนอกฝนยังคงตกหนัก เสียงฟ้าคำรามเบาๆ สะท้อนก้องในบรรยากาศที่เริ่มบีบคั้นหัวใจ "ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." ภีมโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอ "รู้ไหมคะว่าเด็กดื้อที่ชอบต่อปากต่อคำกับฉัน จุดจบมักจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่" "ถ้าจุดจบมันแย่ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลอย่างคุณคงไม่เสียเวลามาขู่เด็กฝึกงานต๊อกต๋อยแบบฉันหรอกค่ะ ถอยไปนะคะ ฉันจะเข้าไปข้างใน" พริบพราวเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล ประ1ทชิดเสียจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย ภีมไม่ถอย เขากลับใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งยันกระจกไว้ กักขังร่างบางไว้ในวงแขนอย่างไร้ทางหนี ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใน "ใครบอกว่าฉันมองเธอเป็นแค่เด็กฝึกงานล่ะ..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นพร่าต่ำลงอย่างกะทันหัน ความเจ้าเล่ห์และประกายไฟบางอย่างในดวงตานั้นทำเอาพริบพราวหายใจติดขัด ความใกล้ชิดที่มากเกินไป กลิ่นน้ำหอมผู้ชายชวนเคลิบเคลิ้ม และบรรยากาศเร้าใจในคืนฝนพพรำ กำลังทำลายกำแพงความระแวดระวังของพริบพราวทีละน้อย สติสัมปชัญญะที่เคยมีเริ่มพร่าเลือนเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของภMเลื่อนขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ที่ข้างแก้ม เกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ออกให้อย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นเหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง พริบพราวสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยอัตโนมัติ และในวินาทีที่ดวงตาสองคู่ประสานกัน ความยับยั้งชั่งใจทั้งหมดก็พังทลายลง ริมฝีปากหยักประทับลงมาบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างรวดเร็วและหนักแน่น ไร้ซึ่งความลังเล พริบพราวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด เธอพยายามจะทุบไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่กลายเป็นการเปิดโอกาสให้ร่างสูงแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างไร้ความปราณี จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนลึกซึ้งที่ดึงดูดวิญญาณของทั้งคู่ให้จมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์อันตราย เสื้อผ้าที่เคยเนียบเรียบเริ่มยับยู่ยี่ตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำไม่ต่างจากพายุฝนด้านนอก พริบพราวรู้ตัวดีว่านี่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ หลุมพรางที่เธอกำลังก้าวเดินลงไปอาจนำมาซึ่งหายนะที่ไม่มีวันหวนกลับ แต่ในวินาทีนี้... เรียวแขนเล็กกลับยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ตอบรับสัมผัสร้อนแรงนั้นอย่างเผลอไผลและโหยหา ความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามเส้นศีลธรรมและเหตุผลเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนฝนตก โดยไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล แต่ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกจากด้านในก็ดังขึ้นขัดจังหวะ! "คุณภีมคะ อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ พอดีริน..." เสียงหวานของรินรดาดังแว่วมาพร้อมกับมือที่เอื้อมบิดลูกบิดประตูห้องระเบียงให้เปิดออกทีละน้อย! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%