ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 18

ความสับสนที่ก่อตัว

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานดัง ‘คลิก’ หนักแน่น สะท้อนก้องในความเงียบงัดของเพนท์เฮาส์หรูชั้นบนสุด จนพริบพราวสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่สันหลัง เธอถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังบางแนบติดกับบานกระจกใสที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืนระยิบระยับเป็นฉากหลัง ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของภีมเดชก้าวเข้ามาประชิดด้วยจังหวะจะโคนมั่นคง ไร้ซึ่งความเร่งรีบ ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงไปถนัดตา “ในเมื่อเธออยากรู้นัก... คืนนี้... อยู่คุยกันต่อจนดึกหน่อยก็แล้วกัน พริบพราว” ประโยคเดิมยังคงวนเวียนก้องอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับเงาร่างของชายหนุ่มที่โน้มตัวลงมาครอบงำพื้นที่ทางสายตาของเธอ ภีมเดชไม่ได้คุกคามด้วยความรุนแรง เขาเพียงแค่วางมือข้างหนึ่งทาบลงบนกระจกใส กั้นขวางทางหนีทุกทิศทางของเธอไว้ด้วยลำตัวหนาและกลิ่นกายสะอาดที่เจือจางด้วยกลิ่นเปปเปอร์มินต์จางๆ พริบพราวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวเป็นพายุลูกย่อมๆ ในใจ พยายามงัดเอาความปากเก่งและท่าทีไม่ยอมคนมาเป็นเกราะป้องกัน “คุณภีมกำลังเล่นตลกอะไรอยู่คะ พราวไม่ได้อยากรู้อะไรทั้งนั้น... แล้วก็ดึกมากแล้วด้วย พราวควรจะกลับห้องพักได้แล้วค่ะ” “ห้องพัก?” ภีมเดชทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความขบขันระคนหงุดหงิด ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองใบหน้าแดงก่ำที่พยายามตีสีหน้านิ่งเฉยของเธออย่างรู้ทัน “ลืมไปแล้วหรือไง ว่าข้อตกลงของเราไม่ได้มีคำว่า ‘กลับห้องพัก’ อยู่ในนั้น... เธอยังติดค้างคำอธิบายกับฉันอยู่ พริบพราว” “พราวไม่ได้ติดอะไรคุณทั้งนั้น!” เถียงสวนกลับทันควันด้วยความขัดเคือง ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป มากเกินกว่าที่หัวใจซึ่งเต้นผิดจังหวะของเธอจะรับมือไหว “เรื่องระหว่างเรามันก็แค่... ดีลทางธุรกิจ คุณได้ในสิ่งที่ต้องการ ส่วนพราวก็แค่ทำหน้าที่ตามสัญญา ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น!” “ดีลทางธุรกิจงั้นเหรอ...” ภีมเดชทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะยกมือขึ้นไปทุบสักทีสองที ชายหนุ่มขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกโด่งแทบจะเฉียดผ่านแก้มเนียนที่ร้อนผ่าว “ถ้ามันเป็นแค่ธุรกิจ... ทำไมเวลาที่ฉันเข้าใกล้เธอทีไร ชีพจรของเด็กอวดดีถึงได้เต้นเร็วจนฉันได้ยินเสียงมันชัดเจนขนาดนี้ล่ะหึ?” พริบพราวเบิกตากว้าง หูอื้ออึงไปชั่วขณะเมื่อถูกจี้จุดอ่อนเข้าอย่างจัง มือบางที่กำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือพยายามหาข้อแก้ตัว “คุณ... คุณมันหลงตัวเองที่สุด!” “ฉันพูดความจริง” เขาไม่ยอมปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปไล้กรอบหน้าผากมนที่ชื้นเหงื่อบางเบาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่จงใจหยอกเย้าและฉวยโอกาสนั้นทำให้พริบพราวขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เธออยากจะปัดมือนั้นทิ้ง แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยมนต์ตรา “เธอกำลังกลัว... พริบพราว” คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตตวัดกลับไปมองสบประสานกับนัยน์ตาสีเข้มที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร ทว่ากลับสะท้อนภาพเงาของเธอที่กำลังสั่นไหวอย่างชัดเจน “พราวไม่ได้กลัว!” เธอยังคงดึงดันปฏิเสธ แม้ว่าเสียงของตัวเองจะเริ่มสั่นพร่าและขาดความน่าเชื่อถือลงไปทุกที “พราวแค่... แค่รำคาญ! รำคาญที่คุณชอบทำตัวบงการชีวิตคนอื่น รำคาญที่คุณคิดว่าตัวเองควบคุมได้ทุกอย่าง!” “รวมถึงควบคุมหัวใจของเธอด้วยหรือเปล่า?” คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจราวกับค้อนเหล็ก พริบพราวชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ความรู้สึกร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างน่าประหลาด เธอกำลังหนี... ใช่ เธอกำลังวิ่งหนีความรู้สึกแปลกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทุกครั้งที่อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีปากร้าย ความใส่ใจที่เขาแสดงออกโดยไม่รู้ตัว และความผูกพันที่เริ่มกัดกินพื้นที่ในหัวใจทีละน้อย มันอันตราย... อันตรายเกินกว่าที่เด็กสาวใกล้เรียนจบอย่างเธอจะเอาหัวใจไปเสี่ยงกับนักธุรกิจหนุ่มผู้ไร้ความปราณีคนนี้ “คุณมันบ้าไปแล้ว...” พริบพราวพึมพำเสียงเบา หันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคาดคั้นที่รุกไล่ไม่ยอมปล่อย “ปล่อยพราวเถอะค่ะ... อย่ามาทำแบบนี้เลย” ภีมเดชชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นแววตาไหววับที่เจือความเปราะบางในดวงตาสองสีคู่นั้น ความแข็งกร้าวในแววตาของเขาอ่อนลงในเสี้ยววินาที แต่มือหนายังคงไม่ยอมถอยห่าง เขากลับเปลี่ยนมาใช้นิ้วเชยคางมนให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งอย่างจำยอม “มองหน้าฉัน พริบพราว” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด ทว่าหนักแน่นจนเธอไม่กล้าขัดขืน “ถ้าเธอบอกว่ามันไม่มีอะไร... ถ้าเธอบอกว่าความรู้สึกระหว่างเรามันเป็นแค่เรื่องโกหก... งั้นก็มองตาฉัน แล้วพูดมันออกมาอีกครั้งสิ” ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกัน พริบพราวเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล ความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่แตะอยู่ใต้คางส่งผ่านความร้อนรุ่มเข้ามาจนหัวใจแทบหลอมละลาย เธออยากจะเอ่ยคำโกหกออกไป อยากจะปฏิเสธให้พ้นๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้หัวใจตัวเอง แต่ริมฝีปากเจ้ากรรมกลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหินผา ความจริงที่เธอพยายามวิ่งหนีมาตลอดกำลังสزบเข้าใส่จนตั้งรับไม่ทัน ในเสี้ยววินาทีที่พริบพราวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อจะเอ่ยปากสารภาพอะไรบางอย่าง เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยหน้าห้องเพนท์เฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงันอย่างไม่รู้กาลเทศะ! *ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด!* ตามมาด้วยเสียงกดกริ่งรัวเร็วราวกับคนด้านนอกกำลังร้อนรนจนแทบคลั่ง และเสียงทุบประตูดังปึงปังพร้อมกับเสียงแหลมสูงที่กรีดร้องเรียกชื่อเจ้าของห้องจนแสบแก้วหู “พี่ภีมคะ! เปิดประตูให้รินเดี๋ยวนี้เลยนะ! รินรู้ว่าพี่อยู่ในนั้นกับมัน!” เสียงกรีดร้องของรินรดาดังทะลุประตูเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา ภีมเดชขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดระคนรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่พริบพราวสะดุ้งสุดตัวและรีบผลักอกแกร่งให้ออกห่างทันทีเมื่อได้สติ หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งหลัก จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยมือที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อย เธอมองหน้าภีมเดชที่กำลังหันไปมองบานประตูห้องด้วยสายตากรุ่นโกรธ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคา “อย่าเพิ่งไปไหน...” ภีมเดชเอ่ยเสียงต่ำ กำชับด้วยแววตาจริงจัง “อยู่ตรงนี้... รอจนกว่าฉันจะจัดการข้างนอกเสร็จ” พูดจบ ภีมเดชก็หมุนตัวเดินสาวเท้ากว้างมุ่งตรงไปยังประตูหน้าห้องด้วยท่าทีคุกคาม ทิ้งให้พริบพราวยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องท่ามกลางความสับสนที่ยังไม่ทันได้คลี่คลาย และก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปปลดล็อกกลอนประตูเพื่อเผชิญหน้ากับบุคคลภายนอก... เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเธอก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน พริบพราวหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความตกใจ และเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ หัวใจของเธอก็ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับความลับบางอย่างที่ถูกส่งตรงมาจากเบอร์ปริศนา... มันคือรูปถ่ายของเธอกับภีมเดชในมุมลับเมื่อคืนก่อน พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ *“อยากรู้ไหมล่ะ... ว่าถ้าความสัมพันธ์ลับๆ ของเธอกับเจ้านายหนุ่มหลุดออกไป ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเธอจะเป็นยังไง?”* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%