ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 13

คำเตือนจากรินรดา

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“ถ้าเธอคิดว่ากระดาษแผ่นนั้นคือตั๋วใบเบิกทางสู่หัวใจภีมเดชล่ะก็... ฉันว่าเธอคงต้องลองพิจารณาตัวเองใหม่นะคะ พริบพราว” เสียงหวานหยดที่แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยามดังขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดินคอนโดหรู ร่างระหงของรินรดาในชุดเดรสผ้าไหมสีเข้มก้าวออกมา ราวกับเสือสาวที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อให้จนมุม พริบพราวชะงักฝีเท้า มือที่ถือซองเอกสารตราประทับสีแดงสดนั่นสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะขยำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ “ดูเหมือนคุณรินรดาจะว่างมากนะคะ ถึงได้ลงทุนมาดักรอหน้าห้องคนอื่นแบบนี้ หรือว่าชีวิตช่วงนี้ไม่มีใครให้ควง ถึงได้ชอบมาวอแวชีวิตส่วนตัวคนอื่นอยู่ได้” พริบพราวโต้กลับทันควัน สายตาคมกริบมองคนตรงหน้าด้วยความรังเกียจไม่แพ้กัน รินรดาหัวเราะร่วน เธอเดินนวยนาดเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ “ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับภีม มันไม่ใช่เรื่องของคำว่า ‘ควง’ ค่ะ แต่มันคือเรื่องของ ‘จังหวะชีวิต’ ที่ต่อให้คนนอกจะพยายามแทรกตัวเข้ามาแค่ไหน สุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของที่แท้จริงก็คือฉัน” พริบพราวแค่นยิ้มมุมปาก ความเย็นเยียบในใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ “เจ้าของงั้นเหรอคะ? ฟังดูตลกดีนะ ทั้งที่ภีมเขาไม่เคยพูดคำนั้นกับคุณเลยสักครั้ง แล้วตกลงที่มาวันนี้ เพราะอยากแสดงตัว หรืออยากมาเรียกร้องความสนใจเพราะกลัวจะถูกลืมกันแน่คะ?” รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าสวยเฉี่ยวฉายแวววาวโรจน์ เธอสาวเท้าเข้าประชิดตัวพริบพราว กระซิบเสียงต่ำข้างใบหู “เตือนด้วยความหวังดีนะคะเด็กน้อย... เอกสารในมือนั่นน่ะ มันก็แค่เศษกระดาษที่ภีมใช้หลอกล่อพวก ‘ของเล่นชั่วคราว’ ให้หลงระเริงไปกับเกมของเขา แต่กับฉัน... เรามีมากกว่านั้น เรามีอดีตที่ฝังรากลึก และอนาคตที่ฉันเป็นคนวางหมากไว้หมดแล้ว” พริบพราวสะบัดตัวออกห่าง สายตามั่นคงไม่มีวี่แววหวาดกลัว “ถ้ามันคือเกม ก็คงเป็นเกมที่เขาเลือกให้คุณเป็นผู้แพ้ตั้งแต่ต้นแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าคุณสำคัญขนาดนั้นจริงๆ ทำไมวันนี้ถึงต้องมายืนละล่ำละลักบอกฉันที่หน้าห้องล่ะคะ ทำไมไม่ไปรอเขาที่เตียงในห้องนอนของเขาล่ะ?” รินรดาหน้าชาไปชั่วขณะ ไดอะล็อกฟาดฟันที่พริบพราวส่งกลับมามันเชือดเฉือนจนเธอไปไม่เป็น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของรินรดา ก่อนที่เธอจะแสยะยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกเย็นสันหลัง “ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะค่ะ... เพราะพรุ่งนี้เช้า ภีมเดชจะต้องเป็นคนบอกเธอเองว่า ‘ดีล’ ของเธอมันสิ้นสุดลงแค่ไหน” รินรดาเดินกระแทกไหล่พริบพราวออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึ๊กที่ชวนเวียนหัว พริบพราวทรุดตัวลงพิงผนังห้อง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คำขู่ของรินรดาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่น้ำเสียงมั่นใจนั่นสิที่ทำให้เธอกังวล เธอหยิบซองเอกสารในมือขึ้นมามองอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจไขกุญแจเข้าห้องไป ทว่า... ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายที่คุ้นเคยกลับทำให้เธอชะงักกึก ภีมเดชนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นฉาบให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเคร่งขรึมและทรงพลังยิ่งกว่าทุกครั้ง เขาวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบดัง ‘กริ๊ก’ ราวกับเสียงนาฬิกาปลุกที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบของอะไรบางอย่าง ภีมเดชปรายตามองซองเอกสารในมือของเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ฟังดูน่าขนลุก “กลับมาแล้วเหรอ? แล้วเมื่อกี้... ได้คุยอะไรกับรินรดาที่หน้าห้องหรือเปล่า?” พริบพราวตัวแข็งทื่อ เธอรู้ว่าเขาเห็นทุกอย่างผ่านกล้องวงจรปิด เขาควบคุมทุกอย่างจริงๆ... ไม่ใช่แค่สถานะของเธอ แต่มันคือทุกย่างก้าวในชีวิตที่เธอกำลังก้าวเข้ามาติดบ่วงเขานี้ “เธอพูดเยอะค่ะ... และบอกว่าพรุ่งนี้ พี่ภีมจะบอกให้พราวเก็บของออกไป” เธอตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ รอดูว่าเขาจะทำอย่างไร ภีมเดชลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ จนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับบานประตู เขาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบประตูไว้ กักขังเธอไว้ในวงแขน สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “แล้วเธอเชื่อเหรอ?” เขาถามเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มของเธอ พริบพราวรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในใจที่ควบคุมไม่ได้ “พราว... ไม่รู้ค่ะ” เธอตอบเสียงสั่น ภีมเดชยกยิ้มที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้นมา “งั้นคืนนี้ พราวต้องเป็นคนพิสูจน์ให้พี่เห็นแล้วล่ะ ว่าในฐานะ ‘ดีลพิเศษ’ ของพี่... เธอจะยอมให้ใครมาพรากเธอไปจากพี่ได้ง่ายๆ หรือเปล่า” เขาก้มลงมาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากการเต้นของหัวใจเขา ก่อนที่เขาจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกของเธอหมุนคว้าง “ลืมเรื่องรินรดาไปซะ... เพราะคืนนี้ จะไม่มีใครหน้าไหนได้ออกจากห้องนี้ไปทั้งนั้น... จนกว่าพี่จะพอใจ” ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะแตะลงมา เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นกะทันหัน หน้าจอโชว์ชื่อ ‘รินรดา’ ที่เด้งขึ้นมาซ้ำๆ เหมือนกับจะท้าทาย... และภีมเดชก็ละสายตาจากเธอ ไปจ้องมองหน้าจอนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปในทันที ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์อันแสนซับซ้อนของพริบพราวและคุณอาสายดุคนนี้นะคะ สัปดาห์หน้าเรามาดูกันว่าเกมนี้จะไปจบลงที่ตรงไหนค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%