ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 11

ความสัมพันธ์ที่เกินเลย

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"สัญญาข้อไหนในเล่มที่อนุญาตให้คุณล้ำเส้นเข้ามานั่งอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของฉันแบบนี้คะ คุณอาภีม" น้ำเสียงของพริบพราวนั้นไม่ได้เจือความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับเอนหลังพิงพนักโซฟาหนังแท้สีเข้มในห้องทำงานส่วนตัวของเขาอย่างสบายอารมณ์ เรียวขาไขว่ห้างอย่างถือดี ปลายนิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนแฟ้มเอกสารบนตัก ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังร่างสูงใหญ่ของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนค้ำหัวเธออยู่ ภีมปรายตามองเอกสารบนตักเธอก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นทรงพลังพอจะทำให้ผู้หญิงหลายคนในวงสังคมยอมก้มหัวให้ แต่ไม่ใช่กับเด็กสาวตรงหน้า... เด็กแสบที่วันๆ ขยันหาเรื่องมาท้าทายอำนาจมืดของเขาไม่เว้นแต่ละวัน "สัญญาไม่ได้ระบุไว้ค่ะพริบพราว แต่ในฐานะ 'ผู้ปกครอง' ตามพฤติกรรมแล้ว ฉันมีสิทธิ์ตรวจตราว่าเด็กในปกครองกำลังแอบทำลับลมคมในอะไรอยู่ในห้องทำงานของฉัน" ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวฝั่งตรงข้าม ทว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอกลับถูกร่นให้แคบลงจนน่าใจหาย ภีมยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมแบรนด์เนมราคาแพงโชยเข้าจมูกพริบพราว จนหญิงสาวต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปากก็ยังทำเป็นเก่งสวนกลับทันควัน "ผู้ปกครองที่ไหนเขาชอบฉวยโอกาสตอนเด็กเผลอ ลักลอบเข้ามาประชิดตัวแบบนี้ล่ะคะ หน้าไม่อาย" "ปากเก่งขึ้นนะเรา" ภีมยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วแข็งแรงเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าโครงหน้าเนียนของเธอออกให้อย่างถือวิสาสะ การกระทำที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุคมกริบนั้นทำให้หัวใจของพริบพราวสะดุดกึก เธอชะงักไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าคนอย่างภีมเดชจะยอมลดตัวมาเล่นเกมยื้อยุดทางสายตานานสองนานแบบนี้ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ในช่วงหลังมานี้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของ 'ดีลทางธุรกิจ' และ 'ข้อตกลงผู้ปกครอง' ไปไกลลิบลิ่วแล้ว ไม่มีใครเอ่ยปากพูดถึงมัน แต่มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าตัวเลขในบัญชีธนาคาร เมื่อความใส่ใจที่เกินหน้าที่ถูกหยิบยื่นให้กันอย่างไร้เงื่อนไข ทั้งการแอบแวะซื้อของโปรดมาวางไว้ให้บนโต๊ะ การใช้เวลาช่วงดึกนั่งทำงานเงียบๆ ในห้องเดียวกันโดยไม่มีใครไล่ใคร หรือแม้กระทั่งการปกป้องอีกฝ่ายจากสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนนอก... ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีข้อกำหนดในสัญญาแม้แต่บรรทัดเดียว "ไม่ได้ปากเก่งค่ะ แต่พูดความจริง" พริบพราวเบือนหน้าหนีสัมผัสอุ่นจัดที่ข้างแก้ม หัวใจเต้นรำถี่กระชั้นอย่างไม่น่าให้อภัย เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขา เกลียดที่ร่างกายมันทรยศด้วยการจดจำอุณหภูมิความอบอุ่นจากผู้ชายปากร้ายคนนี้ "แล้วสรุปว่ามีธุระอะไร ถึงได้ถ่อสังขารมาขัดจังหวะเวลาอ่านหนังสือสอบของฉันคะ" "หิว" คำตอบสั้นๆ ห้วนๆ ตามสไตล์ แต่ดวงตาสีเข้มที่มองมากลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้คนมองรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้ม "หิวก็ไปสั่งแม่บ้านสคะ มาบอกฉันทำไม ฉันไม่ใช่แม่ครัว" "แม่บ้านไม่ได้ทำของที่อยากกิน" ภีมขยับเข้าใกล้ibเธออีกนิด จนไหล่กว้างเกือบแนบชิดกับลาดไหล่บาง "ฉันอยากกินฝีมือเด็กดื้อแถวนี้... ว่าไงล่ะ ทำให้กินหน่อยแลกกับการที่ฉันจะยอมเซ็นอนุมัติงบทำโปรเจกต์จบให้เธอแบบไม่ต้องแก้สักบรรทัดเดียว ดีลไหม?" นี่มันการใช้อำนาจมิชอบชัดๆ! พริบพราวอ้าปากจะต่อว่าความหน้าด้านหน้าทนของผู้บริหารหนุ่ม แต่พอคิดถึงโปรเจกต์จบสุดหินที่โดนตีกลับมาสามรอบเพราะความละเอียดระดับพญานาคของเขาแล้ว เธอก็ต้องกลืนคำด่าลงคอไปอย่างจำยอม "ก็ได้ค่ะ! เห็นแก่โปรเจกต์ของฉันหรอกนะ ห้ามเบี้ยวด้วยล่ะ" พริบพราวกระแทกเสียงใส่ก่อนจะลุกพรวดเดินหนีไปยังโซนครัวบิวท์อินทันที ทว่ารอยยิ้มหวานที่ระบายอยู่บน The curve ของเรียวปากเธอกลับไม่สามารถซ่อนเร้นจากสายตาคมกริบของภีมได้เลย ชายหนุ่มนั่งมองแผ่นหลังบางที่กำลังวุ่นวายอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและอ่อนแสงลงอย่างที่รินรดาไม่มีวันได้เห็น เวลาผ่านไปไม่นาน กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวผัดกระเทียมร้อนๆ พร้อมไข่ดาวกรอบนอกนุ่มในก็ลอยอบอวลไปทั่วห้องทำงาน ภีมเดินตามกลิ่นมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังในระยะประชิดจนพริบพราวต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับอกแกร่งของเขา "ยืนบื้ออะไรอยู่คะ ถอยไปเลย ฉันจะยกจานไปเสิร์ฟ" เสียงหวานเอ็ดเบาๆ แต่ไม่ได้ผลักไส ภีมกลับวางมือทับลงบนขอบเคาน์เตอร์ทั้งสองข้าง กักตัวเธอไว้ตรงกลางวงแขนราวกับกรงล้อมกลายๆ "กลิ่นหอมดี... แต่ไม่รู้ว่าคนทำจะน่ากินเท่าไหร่" "คุณอาภีม! พูดจาลามปามใหญ่แล้วนะคะ" พริบพราวหันขวับกลับมาหมายจะต่อว่า แต่เพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ สายตาของภีมที่ทอดมองลงมานั้นไม่ได้ดุดันเหมือนเคย แต่มันเต็มไปด้วยความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดจนคนมองแทบละลาย มือหนาข้างหนึ่งละจากเคาน์เตอร์ เลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าเนียนไว้แผ่วเบา นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า พริบพราวรู้สึกราวกับถูกมนต์สะกด สมองขาวโพลน คิดคำพูดจิกกัดไม่ออกสักคำเมื่อดวงตาสีเข้มคู่นั้นเคลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากเธอสลับกับดวงตา "พริบพราว..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก "เราเลยคำว่าคู่สัญญามาไกลมากแล้วนะ..." หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เธ้ารู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร และเธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ความใกล้ชิดที่สั่งสมมานานนับเดือนพังทลายกำแพงทั้งหมดที่เธอเคยสร้างไว้จนไม่เหลือชิ้นดี ทว่า... ในวินาทีที่ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาและริมฝีปากอุ่นร้อนกำลังจะทาบทับลงบนเรียวปากของเธอ เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ทำลายบรรยากาศสีชมพูทิ้งทันที! "พี่ภีมคะ! รินเข้าไปนะคะ!" เสียงแหลมสูงคุ้นหูพร้อมกับลูกบิดประตูกำลังถูกหมุนเปิดออกโดยไม่รออนุญาต ร่างเพรียวระหงของรินรดาก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าบึ้งตึง ทว่าดวงตากลับเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพสะท้อนตรงหน้า—ผู้บริหารหนุ่มผู้รักความสะอาดและหวงความเป็นส่วนตัวยิ่งกว่าชีพ กำลังยืนกักตัวเด็กฝึกงานปากมอมไว้ในครัวด้วยท่าทีแนบชิดสนิทสนมเกินกว่าความสัมพันธ์ปกติจะรับไหว! พริบพราวผละออกจากอ้อมแขนของภีมทันควัน ใบหน้าหวานตื่นตระหนกเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ขณะที่ภีม... ใบหน้าคมคายกลับมืดมนลงทันตา ดวงตาสีเข้มฉายแววกรุ่นโกรธอย่างชัดเจนที่ความเป็นส่วนตัวของเขาถูกรบกวนในจังหวะเวลาสำคัญที่สุด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%