เสียงปิดประตูปังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วพื้นที่จอดรถใต้คอนโดมิเนียมหรู แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนกะพริบไหวราวกับจะเยาะเย้ยความเดือดดาลของคนที่กำลังก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาเป้าหมาย รินรดายืนกอดอกพิงรถสปอร์ตสีแดงคันเก่งของเธอ ใบหน้าที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างประณีตเชิดขึ้นด้วยความถือดี รอยยิ้มหยันแต้มอยู่ที่มุมปากเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของภีมเดินตรงเข้ามาด้วยแววตาน่ากลัวชนิดที่พร้อมจะฉีกคนเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... คุณภีมยังมีอารมณ์มานั่งสวีทกับเด็กฝึกงานในรถอีกเหรอคะ" รินรดาเปิดฉากทันที น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างไม่คิดจะปิดบัง "นึกว่ารสนิยมของคุณจะสูงกว่านี้เสียอีก ถึงได้ลดตัวลงมาเล่นกับเด็กกะโปโลที่ยังแบมือขอเงินพ่อแม่อยู่เลย"
ภีมหยุดยืนห่างจากเธอแค่ก้าวเดียว ความกดดันรอบตัวเขารุนแรงเสียจนอุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงฮวบฮาบ ดวงตาคมกริบสีนิลมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความเหยียดหยามขั้นสุด เขาไม่ได้รู้สึกโกรธที่เธอกล้ามาขัดจังหวะ แต่เขาหงุดหงิดที่เธอกล้าก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว... และที่สำคัญที่สุดคือ กล้ามายุ่มย่ามกับคนในรถของเขา
"หมดเวลาเล่นสนุกของคุณแล้วรินรดา" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "อย่าคิดว่าความสัมพันธ์บ้าๆ ที่เคยเกิดขึ้นมันจะให้สิทธิ์คุณมาทำตัวรุ่มร่ามสั่งสอนใครต่อใครในอาณาเขตของฉัน ไสหัวไปซะ... ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วทำให้คุณไม่ได้เหยียบเข้ามาที่นี่อีกเลย"
"คุณไล่ฉัน?" รินรดาเบิกตากว้าง ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนใบหน้าบิดเบี้ยว "เพราะนังเด็กนั่นใช่ไหมคะ! คุณถึงกับกล้าไล่ฉันผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างคุณมาตลอดเนี่ยนะ!"
"คุณกับฉันเราจบกันไปนานแล้ว อย่าสำคัญตัวผิดให้มันมากนัก" ภีมแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าไร้ความปราณีโดยสิ้นเชิง "จำไม่ได้หรือไงว่าใครเป็นคนบอกว่าเราควรต่างคนต่างไป... อ้อ หรือว่าสมองคุณเริ่มเสื่อมตามอายุไปแล้วล่ะ"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำเอารินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอถลึงตาใส่ประตูรถที่ปิดสนิทพยายามจะมองทะลุฟิล์มกรองแสงดำสนิทเข้าไปด้านใน "ปล่อยให้มันหลงระเริงไปเถอะค่ะระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ คุณคิดว่าเด็กนั่นรักคุณจริงๆ หรือไงวะคะ มันก็แค่เกาะคุณกินเพื่อเอาหน้าตาและเงินทองเท่านั้นแหละ!"
"หุบปาก!" ภีมคำรามลั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยโทสะที่พุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม "ถ้าไม่อยากให้ชีวิตการทำงานของคุณในวงการนี้พังไม่เป็นท่าภายในสามวินาที ก็ไสหัวขึ้นรถแล้วขับออกไปจากสายตาฉันเดี๋ยวนี้!"
ความดุดันและอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้ไม่ใช่สิ่งที่รินรดาจะต่อกรได้ เธอรู้ดีว่าภีมพูดจริงทำจริง ร่างเพรียวสะบัดหน้าหนีด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะกระแทកเท้าเดินกลับขึ้นรถของตัวเองแล้วขับทะยานออกไปจากลานจอดรถด้วยความเร็วสูงจนยางรถส่งเสียงกรีดร้องแหลม
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา ภีมจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์คุกรุ่นในอก เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับมาที่รถฝั่งคนขับ เปิดประตูแล้วหย่อนกายลงนั่งตามเดิม สายตาดุคมหันไปมองคนตัวเล็กที่นั่งกอดอกหน้ามุ้ยอยู่เบาะข้างๆ ทันที
พริบพราวเบือนหน้าหนีไปมองนอกกระจกทันทีที่เขาหันมา เธอไม่ได้กลัวคำขู่ของรินรดาหรอก แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะคือแววตาและน้ำเสียงปกป้องเมื่อครู่ต่างหาก มันทั้งอันตรายและชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด
บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ภีมมองเสี้ยวหน้าหวานที่รั้นเสียจนน่าหมั่นไส้แล้วก็ถอนหายใจยาวนาน มือหนาเอื้อมไปดึงเข็มขัดนิรภัยให้เธอโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ทำให้ร่างบางต้องขยับหนีตามสัญชาตญาณแต่ก็ถูกวงแขนแข็งแรงกักตัวไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเบาะกับตัวเขา
"จะ... จะทำอะไรอีกเล่า" พริบพราวเอ็ดเสียงเบา พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่างเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"นั่งเฉยๆ พริบพราว" ภีมกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาแหบพร่าและนุ่มนวลกว่าปกติจนน่าใจหาย ไอร้อนจากลมหายใจที่รินรดรดซอกคอขาวทำให้ขนกายของเธอลุกชันขึ้นมาทันที "ฉันแค่อยากรู้ว่า... สมองเธอคิดอะไรอยู่ตอนที่นั่งมองฉันโดนผู้หญิงคนนั้นแว้ดใส่เมื่อกี้"
"ฉันจะไปคิดอะไรล่ะคะ ก็แค่นั่งดูละครฉากใหญ่ที่มีคุณเป็นพระเอกยอดแย่ไง" เธอเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้หัวใจจะเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกอยู่แล้วเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตากลมโตสบกับนัยน์ตาสีนิลคู่คมที่ฉายแววบางอย่างที่เธอไม่อาจคาดเดา
"ปากเก่งนักนะ" ภีมแค่นยิ้มบางๆ นิ้วเรียวใหญ่เอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาพริบพราวสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด "รู้ไหม... ว่าเวลาเธอย้อนฉันด้วยสายตาแบบนี้ มันน่าจัดการให้หลาบจำแค่ไหน"
"คุณอา... ถอยไปเลยนะคะ" พริบพราวพยายามใช้เสียงดุเข้าสู้เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก แต่มันช่างไร้ผลเมื่อมืออีกข้างของเขาเลื่อนมาแตะที่คางอมนวล บังคับให้เธอต้องเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ
"รินรดาพูดถูกบางเรื่องนะ..." จู่ๆ ภีมก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจัง ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพเงาของหญิงสาวไว้อย่างชัดเจน
พริบพราวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ "เรื่องอะไรล่ะคะที่ผู้หญิงคนนั้นพูดถูก"
"เรื่องที่ว่า..." ภีมเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นคล้ายกำลังชั่งใจกับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ลึกในความรู้สึก ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำเอาโลกทั้งใบของพริบพราวหยุดหมุนไปชั่วขณะ
"...ว่าฉันไม่เคยปล่อยให้ใครเข้ามาใกล้พื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ และไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนนอกจาก..."
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อของภีมดังแหวกอากาศขึ้นมาขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พริบพราวสะดุ้งสุดตัวรีบผละถอยหลังชนประตูรถทันที ขณะที่ภีมสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ดวงตาดุคมฉายแววหงุดหงิดจัดเมื่อหยิบหน้าจอขึ้นมาดูแล้วพบว่าเป็นเบอร์ของเลขานุการส่วนตัวที่โทรเข้ามาดึกดื่นในยามวิกาลแบบนี้
"มีอะไรก็ว่ามา!" ภีมกดรับสายด้วยน้ำเสียงกระชากด้วยความโมโหที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ แต่เสียงปลายสายที่ตื่นตระหนกกลับทำให้ใบหน้าคมเข้มเปลี่ยนสีไปในทันที
"ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นของบริษัทในเครือพาร์ทเนอร์ฝั่งยุโรปดิ่งลงเหวเพราะข่าวฉาวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนนี้บอร์ดบริหารกำลังเรียกประชุมด่วนผ่านระบบออนไลน์ค่ะ!"
ภีมขมวดคิ้วฉับ ดวงตาสีิลลวัดมองพริบพราวที่นั่งหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะหันกลับมาพูดเสียงเข้มใส่โทรศัพท์ "ฉันจะรีบกลับขึ้นไป เดี๋ยวนี้!"
เขากดตัดสายแล้วโยนโทรศัพท์ลงบนคอนโซลรถเสียงดัง หันมามองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหงุดหงิด กังวล และ... เสียดาย
"ลงไปไม่ได้แล้ว..." ภีมพึมพำเสียงเครียด มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูรถฝั่งของเธออย่างรวดเร็ว "พริบพราว... ขึ้นไปรอฉันที่ห้องก่อน ห้ามไปไหนเด็ดขาดจนกว่าฉันจะกลับขึ้นไปเคลียร์ทุกอย่างให้จบ!"
พริบพราวอ้าปากจะเถียงแต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ประตูฝั่งเธอก็ถูกเปิดกว้าง พร้อมกับที่ร่างสูงของภีมก้าวลงไปยืนประจันหน้ากับใครอีกคนที่เพิ่งเดินพ้นมุมเสาปูนเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างรถของพวกเขาอย่างเหมาะเจาะ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อร่างระหงของบุคคลที่ไม่คาดฝันปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนใจสั่นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 20
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!