ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 21

รอยร้าวเริ่มปรากฏ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูกไม่ได้ทำให้รู้สึกรื่นรมย์เลยสักนิด ในทางตรงกันข้าม มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นอายของสัตว์ป่าที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาในอาณาเขตของคนอื่น รินรดาไม่ได้มามือเปล่า เธอก้าวเข้ามาด้วยส้นสูงปักหมุดคริสตัลที่กระทบพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงดังกรุ๊ปๆ คล้ายจังหวะนาฬิกาดิจิทัลที่กำลังนับถอยหลังสู่ความพินาศ ดวงตากลมโตของพริบพราวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่แคบลงอย่างรวดเร็วเพื่อตั้งรับ สัญชาตญาณดิบในตัวสั่งให้หลังตรงเรียบและยกคางขึ้นอัตโนมัติ—ไม่มีวันเสียฟอร์มให้ผู้หญิงคนนี้เห็นเด็ดขาด นั่นคือสิ่งที่เธอท่องอยู่ในใจ "ไม่คิดเลยนะคะว่าเด็กฝึกงานอย่างน้องพริบพราว จะขยับขยายฐานะมาเป็น 'แขกวีไอพี' ที่เดินเข้าออกห้องทำงานส่วนตัวของคุณภีมได้ตามใจชอบแบบนี้" น้ำเสียงที่เคลือบด้วยน้ำตาลแต่หยดยาพิษไว้ข้างในดังขึ้น รินรดายกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนพริบพราวอยากจะคว้าแจกันดอกไม้แถวนั้นมาปาใส่สักที สองปีก่อน รินรดาเคยเป็นข่าวหน้าหนึ่งคู่กับภีมเดชในฐานะตัวเก็งสะใภ้ตระกูลดัง ก่อนจะหายหน้าหายตาไปเมื่อเขาประกาศกร้าวว่าโสดสนิทและไม่คิดผูกมัดกับใคร... จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผู้หญิงคนนี้กลับมาพร้อมกับแววตาของผู้ล่าที่หมายมั่นปั้นมือจะทวงบัลลังก์คืน พริบพราวแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ขยับตัวยืนพิงขอบโต๊ะทำงานของภีมอย่างไม่เกรงกลัว ท่าทางสบายๆ แต่แฝงความหยิ่งผยองนั้นทำให้รินรดาคิ้วกระตุก "ถ้าคุณรินรดามีธุระกับคุณภีม เกรงว่าจะมาเสียเที่ยวแล้วล่ะค่ะ เพราะเขาติดประชุมสำคัญอยู่ข้างนอก... แต่ถ้ามาเพื่อหาเรื่องคุยแก้เหงา ฉันเกรงว่าคงไม่มีเวลาว่างพอจะมารับฟังความอิจฉาริษยาของใครหรอกนะคะ" เพล้ง! แม้จะไม่มีแก้วแตกจริงๆ แต่บรรยากาศในห้องราวกับมีเศษกระจกแตกกระจายจากการปะทะกันทางวาจา รินรดากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูน เสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่ายดังขึ้นอย่างน่ารำคาญ "ปากดีสมกับที่เป็นเด็กในคาถาของคุณภีมดีนี่คะ... แต่ไม่รู้ว่าปากเก่งๆ แบบนี้ จะยังกล้าพูดแบบนี้อยู่ไหม ถ้าได้รู้ว่า 'ความลับ' ที่เธอพยายามปิดบังเขาอยู่ มันกำลังจะกลายเป็นชนวนระเบิดที่เผาทำลายอนาคตของเธอเอง" คำพูดนั้นทำให้หัวใจของพริบพราวสะดุดกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ความลับเรื่องเอกสารโครงการประมูลลับที่เธอเผลอไปเห็นในแฟ้มบนโต๊ะของภีมเมื่อสัปดาห์ก่อน... หรือว่ารินรดาจะรู้เรื่องนี้? ไม่สิ เรื่องนั้นมีแค่เธอกับภีมเท่านั้นที่รู้ หรือว่าจะมีหนอนเกลือในบริษัทอีกตัว? พริบพราวพยายามควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วมือทั้งสองข้างที่ซ่อนอยู่หลังโต๊ะจะจิกเข้าหากันจนเจ็บแปลบ "พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจเลยค่ะ ถ้าไม่มีเรื่องงานกรุณาออกไปด้วยนะคะ ฉันไม่อยากเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปให้เสียภาพลักษณ์เซเลบฯ ของคุณหรอกนะ" "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะค่ะน้องพริบ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน "คิดว่าผู้ชายอย่างภีมเดชจะจริงจังกับเด็กกะโปโลอย่างเธอเหรอคะ? เขาแค่เลี้ยงเธอไว้แก้เบื่อแก้เครียดจากงานก็เท่านั้นแหละ รู้ไหมว่าก่อนหน้าที่เธอจะเข้ามา มีผู้หญิงมากี่คนที่ต้องกระเด็นออกไปเพราะเจอกฎเหล็กของเขา... และเธอก็จะเป็นหนึ่งในนั้น เร็วๆ นี้แหละ!" คำว่า 'เลี้ยงไว้แก้เบื่อ' วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของพริบพราว แม้สมองจะบอกว่าอย่าไปใส่ใจคำพูดของนางมารร้ายพวกนี้ แต่ลึกๆ ในใจที่เปราะบางเรื่องครอบครัวและความรักกลับถูกสะกิดจนเกิดรอยร้าวขึ้นมาจริงๆ ความรู้สึกเจ็บหน่วงแปลกๆ แล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก ภาพเหตุการณ์ที่ภีมแสดงความดุใส่และบังคับให้เธอทำตามกฎเหล็กผุดขึ้นมาซ้ำๆ เขาควบคุมทุกอย่างแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวของเธอ หรือจริงๆ แล้ว... เธอก็เป็นแค่เกมสนุกลงทัณฑ์ความเหงาของเขาแค่นั้นเอง? รินรดาเห็นสีหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไปของพริบพราว ก็ยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของเด็กคนนี้คืออะไร ความไม่มั่นคงในความสัมพันธ์และความกลัวที่จะถูกทอดทิ้ง "ถ้าไม่อยากเจ็บตัวและเจ็บใจจนหมดอนาคต ก็ไस้หัวไปซะจากชีวิตเขา ก่อนที่ฉันจะเอาหลักฐานที่เธอแอบเอาข้อมูลบริษัทไปขาย... ไปให้คุณภีมดูด้วยตาของเขาเอง" พริบพราวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ คราวนี้แววตาของเธอเปลี่ยนจากความหวาดหวั่นเป็นความแข็งกร้าวขึ้นมาทันที เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่จะยอมให้ใครมาขู่กรรโชกง่ายๆ "ถ้ามีหลักฐานจริง ทำไมไม่เอาไปให้คุณภีมดูซะล่ะคะ? มัวแต่มาเห่าหอนอยู่ตรงนี้ทำไม หรือว่า... หลักฐานที่คุณมีมันเป็นแค่เรื่องโกหกที่แต่งขึ้นมาจากความอิจฉาริษยาจนตัวสั่นกันแน่คะ รุ่นพี่รินรดา" "เธอ!" รินรดาหน้าเสียด้วยความโกรธจัด มือเรียวยกขึ้นง้างเตรียมจะตบลงบนใบหน้าเนียนใสของพริบพราวด้วยความบันดาลโทสะ "ทำอะไรน่ะรินรดา!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ดังขึ้นจากทางประตูกระจกบานใหญ่ ทำให้มือที่กำลังจะเหวี่ยงลงมาต้องชะงักค้างกลางอากาศ ร่างสูงสง่าของภีมเดชก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนกวาดมองทั้งสองคนด้วยความเยียบเย็น บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาราวกับพายุที่กำลังก่อตัว รินรดารีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสารทันควัน เธอชักมือกลับแล้วหันไปหาชายหนุ่มด้วยท่าทีออดอเซาะ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างเสแสร้ง "คุณภีมคะ รินแค่เข้ามาทักทาย, แต่น้องพริบพราวเขากลับพูดจาดูถูกรินแถมยัง... โอ๊ย!" ภีมไม่ได้สนใจฟังคำฟ้องร้องของอดีตคู่ควงเลยสักนิด เขาสขายขายาวเดินผ่านรินรดาไปราวกับเธอเป็นเพียงธาตุอากาศ ร่างสูงตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพริบพราว ดวงตาคมกริบสำรวจร่องรอยความตึงเครียดบนใบหน้าสวยหวานของคนตัวเล็ก ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มต่ำที่กดดันจนคนฟังต้องกลั้นหายใจ "เกิดอะไรขึ้น... ใครอนุญาตให้คนนอกเข้ามาเหยียบในห้องนี้?" คำถามนั้นไม่ได้ถามรินรดา แต่สายตาของภีมจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของพริบพราวที่กำลังสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นเต็มอก ความลับที่เธอกำลังแบกรับ ความลังเลในความสัมพันธ์ และรอยร้าวที่เพิ่งเกิดขึ้นในใจ... กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกมาในวินาทีนี้ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%