ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 22

ความสัมพันธ์ที่เปราะบาง

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"ถ้าคิดว่าการเงียบจะทำให้ฉันหายโง่... คุณคิดผิดถนัดค่ะ คุณภีม" สุ้มเสียงที่ลอดผ่านริมฝีปากบางเฉียบของพริบพราวไม่ได้สั่นเครืออย่างที่เจ้าตัวนึกกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันนิ่งสนิท เฉียบคม และบาดลึกราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความสัมพันธ์เปราะบางที่ทั้งคู่ร่วมกันสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือน คำถามเมื่อครู่ของภีมเดชยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ พื้นที่ห้องนั่งเล่นเพนต์เฮาส์หรูหรากว้างขวาง แต่กลับให้ความรู้สึกอึดอัดคับแคบจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาถอยฉากออกไปยืนกอดอกมองสถานการณ์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่พริบพราวอยากจะเข้าไปกระชากให้มันหลุดออกจากหน้าสวยๆ นั้นเหลือเกิน แต่เธอก็รู้ดีว่าศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น... หากแต่เป็นผู้ชายตัวโตที่กำลังยืนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอยู่ตรงหน้าเธอต่างหาก "พริบพราว อย่าหาเรื่องใส่ตัว" ภีมเดชกดเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาพ่นออกมาแรงๆ อย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ฉันถามดีๆ ว่าเธอไปเอาข้อมูลเรื่องนี้มาจากไหน หรือว่าเธอชอบนักกับการทำตัวเป็นสายสืบ คอยเช็กเรตติ้งความน่าเชื่อถือของฉันลับหลัง" "หาเรื่องใส่ตัวเหรอคะ?" หญิงสาวทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเธอช่างเย็นเยียบและน่าหงุดหงิดในสายตาของคนฟัง "คุณคิดว่าฉันว่างมากจนต้องเอาเวลาไปนั่งสืบเรื่องชู้สาวของคุณกับคุณรินรดางั้นเหรอคะคุณภีม? ตลกสิ้นดี! ทั้งๆ ที่คนที่ควรจะอธิบาย... ควรจะเป็นคุณต่างหาก ไม่ใช่ฉัน!" "ฉันไม่มีอะไรต้องอธิบาย เพราะมันไม่มีอะไรตั้งแต่แรก!" "ไม่มีอะไร? งั้นผู้หญิงคนนี้มายืนทำอะไรตรงนี้คะตอนตีสอง? แล้วรูปคู่ในมือถือของคุณเมื่อวานนี้ล่ะ คือภาพตัดต่อปาฏิหาริย์จากโลกอนาคตหรือไง!" พริบพราวสวนกลับทันควัน ความอดทนที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ระเบิดออกมาเป็นน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยดวงตากลมโต แต่เธอเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างไม่ยอมแพ้ "อย่ามาทำเป็นพูดจาหว่านล้อมให้ฉันกลายเป็นคนงี่เง่าเลยนะคะ คุณอยากเก็บเธอไว้ในชีวิตก็บอกมาตรงๆ ดีล ระหว่างเรามันจะได้จบๆ ไปเสียที!" คำว่า *'ดีล'* พุ่งชนประสาทการรับรู้ของภีมเดชราวกับค้อนทุบซ้ำลงบนแผลสด ร่างสูงก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่พริบพราวไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวทั้งสองข้างแล้วบีบแน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ "พูดใหม่อีกทีซิ... เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ พริบพราว?" เสียงกระซิบที่ลอดไรฟันของภีมเดชมืดมนและน่ากลัวจนรินรดาที่ยืนมองอยู่ถึงกับต้องขยับถอยหลังไปอีกก้าว แต่พริบพราวกลับไม่ยอมหลบสายตา เธอจ้องตอบเขาด้วยแววตาแข็งกร้าวไม่แพ้กัน แม้หัวใจดวงน้อยจะสั่นสะท้านด้วยความเจ็บแปลบจากแรงบีบและคำพูดของเขา "ฉันบอกว่า... ถ้าคุณเบื่อนัก ทำไมไม่ปล่อยฉันไปล่ะคะ!" เธอกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด "เก็บเงินค่าเลี้ยงดูแล้วก็สัญญาบ้าๆ นั่นคืนไปสิ ฉันไม่อยากเป็นตัวตลกที่ต้องมานั่งระแวงว่าคุณจะแอบไปกกกานต์กับใครลับหลังอีกแล้ว!" "ปากดีนักนะ!" ภีมเดชเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทาย ความหึงหวง ความระแวง และความอึดอัดที่เขากำลังเผชิญอยู่ทำให้สติที่เคยมีขาดผึ่ง "เธอคิดว่าฉันเป็นใคร พริบพราว? ของเล่นข้างถนนที่เธอจะนึกอยากได้ก็วิ่งเข้าหา นึกอยากเขี่ยทิ้งก็จะบอกเลิกตามอำเภอใจงั้นเหรอ?" "ใช่ค่ะ! ฉันมันก็แค่เด็กกะโหลกกะลาที่คุณซื้อมาด้วยเงินทองและความมั่นใจบ้าๆ ของคุณไงคะ!" พริบพราวกรีดร้องใส่หน้าเขาบ้าง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หยดเผาะลงบนหลังมือของเขาที่ยังคงตรึงแขนเธอไว้ "ปล่อยฉัน! อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือคู่นี้อีก!" บรรยากาศในห้องนั่งเล่นตึงเครียดจนแทบระเบิด รินรดาแอบยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าสถานการณ์บานปลายเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้มาก เธอนึกว่าภีมเดชกับเด็กนี่แค่ทะเลาะกันเรื่องหึงหวงธรรมดา แต่แรงปะทะทางอารมณ์ในตอนนี้มันรุนแรงเสียจนน่ากลัว ภีมเดชชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นจากดวงตาคู่นั้น ความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้าถูกกระชากกระชั้นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก แต่วิรัชและทิฐิที่ค้ำคอมาตลอดชีวิตทำให้เขาเลือกที่จะไม่พูดคำว่าขอโทษออกไป มือที่บีบต้นแขนเธออยู่คลายออกช้าๆ แต่เปลี่ยนเป็นฝ่ายผลักเธียรถอยหลังด้วยความโมโห "อยากไปนักใช่ไหม? อยากให้ดีลบ้าๆ นี่มันจบลงใช่ไหม?" ภีมเดชแค่นหัวเราะด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเยקטชา "ได้... ถ้าเธอคิดว่าฉันมันเลวทรามและเห็นแก่ตัวขนาดนั้น ก็เชิญไสหัวออกไปจากชีวิตฉันตอนนี้เลยพริบพราว! อย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก!" พริบพราวสะอึกกับคำพูดนั้น หัวใจดวงน้อยร้าวรานราวกับถูกบดขยี้เป็นผุยผง เธอแค่นยิ้มหยันให้กับความโหดร้ายของผู้ชายตรงหน้า ทั้งที่เธอกำลังรอให้เขาปฏิเสธ รอให้เขารั้งเธอไว้ด้วยคำอธิบายสักคำ แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นการไล่ไสหัวอย่างไร้เยื่อใย "ได้ค่ะ... ฉันไปแน่" เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะหันหลังขวับวิ่งหนีไปหยิบกระเป๋าผ้าใบโปรดที่วางอยู่บนโซฟา ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของรินรดาและแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะของภีมเดชที่ยืนนิ่งเป็นหิน พริบพราววิ่งหนีความอัปยศอดสูและหัวใจที่แตกสลายออกมาถึงลิฟต์โดยสาร เร่งมือกดปุ่มเรียกลิฟต์ซ้ำๆ อย่างร้อนรน เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับประตูโลหะที่กำลังจะเลื่อนเปิดออก แต่ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปข้างเพื่อหลีกหนีจากนรกขุมนี้ให้พ้น... "เดี๋ยวก่อนค่ะ พริบพราว!" เสียงหวานเจี๊ยบแต่แฝงด้วยความสะใจของรินรดาตะโกนแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้พริบพราวต้องชะงักและหันกลับไปมองด้วยความสงสัย รินรดาก้าวตามออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ปิดไม่มิด มือเรียวบางยื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดสว่างวาบมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของพริบพราวเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา "ก่อนจะเดินออกไป... เธอยังไม่ได้ดูสิ่งนี้เลยนะคะ ว่าทำไมเมื่อคืนคุณภีมถึงต้องรีบวิ่งแจ้นไปหาฉันที่คอนโดฯ แบบนั้น" ดวงตากลมโตช้อนมองหน้าจอในมือของรินรดา และภาพที่ปรากฏอยู่บนนั้น... ก็ทำให้สติสัมปชัญญะทั้งหมดของพริบพราวขาดผึ่งลงทันที! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%