“ถอยไปค่ะคุณภีม นี่มันกลางงานเลี้ยง ไม่ใช่ห้องทำงานส่วนตัวของคุณ”
เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความประหม่าของพริบพราวไม่ได้ทำให้คนตัวสูงกว่าขยับถอยห่างเลยแม้แต่นิดเดียว ภีมเดชยังคงยืนนิ่งในระยะประชิด ไออุ่นจากร่างกายของเขายังคงแผ่ซ่านผ่านชุดเดรสผ้าไหมบางเบาของหญิงสาว ลมหายใจอุ่นจัดที่เพิ่งปัดผ่านข้างแก้มเธอยังทิ้งร่องรอยความสั่นไหวเอาไว้ราวกับไฟฟ้าช็อต
ภีมเดชหรี่ตามองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาอย่างไม่ลดละ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขากวาดมองใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา
“กลัวคนอื่นเห็น หรือว่ากลัวจะใจสั่นจนลืมตัวกันแน่ พริบพราว?”
“หลงตัวเองค่ะ” เธอสวนทันควัน พยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ท่อนแขนแกร่งที่พาดลงบนผนังห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวที่ห่างออกมาจากโถงหลักเพียงไม่กี่ก้าวก็กักขังเธอไว้ราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น “ฉันแค่ไม่อยากมีปัญหา และรินรดาก็ไม่ใช่คนที่ฉันจะเอาตัวไปแลกด้วยให้เสียเวลา”
คำว่า ‘รินรดา’ ทำให้ดวงตาของภีมเดชเปลี่ยนไปทันที แววตาที่เคยฉายความพราวระยับแปรเปลี่ยนเป็นความมืดสนิทราวกับพายุที่ก่อตัวขึ้นกะทันหัน
“อย่าเอ่ยชื่อนั้นในเวลาที่เราคุยเรื่องของเรา” น้ำเสียงของเขากดต่ำลงจนฟังดูน่าขนลุก
“เรื่องของเรา? เรามีเรื่องอะไรกันเหรอคะ นอกจากดีลบ้าๆ ที่คุณบังคับฉัน...”
ยังไม่ทันที่พริบพราวจะพูดจบ เธอก็ถูกดึงให้พ้นจากมุมมืดนั้นด้วยฝ่ามือหนาที่คว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แต่หนักแน่น ภีมเดชเดินดึงเธอออกไปที่โถงจัดเลี้ยงกว้างขวาง สายตาของเขาไม่ได้มองคนอื่นเลย นอกจากจุดหมายที่เขากำลังมุ่งไป... หรืออาจจะเรียกได้ว่า เขากำลังพุ่งเป้าไปที่ ‘ชายหนุ่มร่างสูง’ ที่กำลังยืนถือแก้วไวน์หัวเราะร่าอยู่กับพริบพราวเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
ธันวา รุ่นพี่คณะบริหารฯ ที่พริบพราวเพิ่งจะได้รับรอยยิ้มหวานหยดไปเมื่อครู่ กำลังเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับแก้วเครื่องดื่มในมืออีกครั้ง
“พริบพราว ทางนี้ครับ ผมกำลังหาตัวอยู่พอดี...”
พริบพราวยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าความสุขนั้นกลับทำให้อุณหภูมิรอบตัวภีมเดชดิ่งลงจนติดลบ มือที่กุมข้อมือพริบพราวอยู่กระชับแน่นขึ้นจนเธอต้องนิ่วหน้า
“สวัสดีครับคุณภีม ไม่คิดว่าจะเห็นคุณในงานปาร์ตี้ของชมรมแบบนี้” ธันวาทักทายด้วยความเกรงใจตามประสาคนรุ่นน้องที่รู้จักชื่อเสียงของนักธุรกิจหนุ่มดี
ภีมเดชไม่ตอบ แต่กลับก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างถือวิสาสะ มือข้างที่ว่างคว้าเอวบางของพริบพราวเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง พริบพราวเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับท่าทีที่อุกอาจและเกินขอบเขตของเขา
“ขอโทษทีนะ แต่พริบพราวติดธุระสำคัญกับผม” เสียงของภีมราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ “ส่วนธุระของคุณ... ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการที่ผมจะพากลับบ้านในตอนนี้”
“คุณภีม! ปล่อยนะ!” พริบพราวเงยหน้ากระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด “คุณทำบ้าอะไรของคุณ!”
“ผมก็แค่กำลังแสดงสิทธิ์ ในฐานะคนที่ ‘จ่ายเงิน’ ให้คุณมาดูแลความรู้สึกของผม” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหูของเธอ เสียงกระซิบนั้นไม่ได้มีไว้ให้คนอื่นได้ยิน แต่มันกลับทำให้หัวใจของพริบพราวเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง “อย่าไปยิ้มให้ใครแบบนั้นอีก ผมไม่ชอบ... และผมก็ไม่ใจดีพอที่จะแบ่งปันของที่ผมถือครองให้ใคร”
พริบพราวตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบหน้าภีมเดชช่างบาดลึก เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องโมโหขนาดนี้ เพียงแค่เธอคุยกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา แต่ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากโต้ตอบ เสียงส้นสูงที่ดังกระทบพื้นหินอ่อนอย่างจงใจก็ดึงความสนใจของทุกคนในบริเวณนั้นไป
“ภีมคะ... อยู่นี่เอง”
รินรดาปรากฏตัวขึ้นในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น เธอปรายตามองพริบพราวด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะคล้องแขนภีมเดชอย่างถือสิทธิ์ “คนในงานเขาหาคุณกันทั่วเลยนะ แล้วนี่... น้องนักศึกษาคนนี้อีกแล้วเหรอ? ภีมคงไม่เบื่อจนต้องเอาของเด็กเล่นมาคั่นเวลาหรอกใช่ไหมคะ?”
มือของภีมเดชที่โอบเอวพริบพราวอยู่เกร็งขึ้นฉับพลัน พริบพราวสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่ผ่อนลงเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับรินรดา
แต่ทว่า... เขากลับไม่ปล่อยเอวเธอออก
ภีมเดชดึงร่างของพริบพราวให้ขยับมาอยู่ด้านหน้าเขามากขึ้น สายตาคมปลาบจ้องมองรินรดาด้วยความสมเพช ก่อนจะขยับยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก
“ของเด็กเล่นเหรอ?” ภีมเดชทวนคำ ก่อนจะกดจูบลงบนขมับของพริบพราวอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อรอบข้าง และพริบพราวที่ตาค้างจนขยับตัวไม่ได้ “คนนี้ไม่ใช่นะรดา... เพราะถ้าเป็นของเล่น ผมคงไม่ถือเอาไว้หวงขนาดนี้”
เขาก้มลงมองสบตาพริบพราว สายตาที่เขามองเธอมันไม่ได้มีแค่ความหงุดหงิดเหมือนเมื่อครู่ แต่มันมีความปรารถนาบางอย่างที่ปิดไม่มิด
“กลับกันเถอะ พริบพราว... คืนนี้ยังมีเรื่องให้เราต้อง ‘เคลียร์’ กันอีกยาว”
ในวินาทีนั้นเอง ประตูโถงใหญ่ก็เปิดออกพร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำที่เดินเข้ามาขนาบข้าง ก่อนที่ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานจะก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก
“คุณภีมเดชครับ ผมว่าคุณควรปล่อยมือจากคุณพริบพราว... เพราะผู้ใหญ่ฝ่ายทางนี้ เขาไม่อยากให้คนนอกเข้ามาแทรกแซงธุระครอบครัวของเขาในคืนนี้”
ภีมเดชชะงัก สายตาเข้มจัดตวัดมองชายคนนั้น ก่อนจะก้มลงมองพริบพราวที่ตอนนี้ดูเหมือนจะหน้าซีดเผือดลงไปถนัดตา
“ครอบครัว? พริบพราว... นี่มันหมายความว่ายังไง?”
กำมะหยี่สีแดงหวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนใจสั่นไปพร้อมกับภีมและพริบพราวนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 9
จังหวะหัวใจที่เต้นผิด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!