เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากภีมเดชดังพอจะทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดในห้องทำงานหรูได้เป็นอย่างดี ทว่ามันไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนรินรดาต้องแอบขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าว
ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มวัยสามสิบสองปีไม่ได้มองผู้หญิงที่พยายามเข้ามาทวงตำแหน่งคู่ควงเก่าเลยแม้แต่น้อย สายคู่นั้นพุ่งตรงมาที่พริบพราวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงปะทะจากความนิ่งเงียบเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นวาจาเชือดเฉือนที่เตรียมจะกรีดแทงให้จมดิน
"เธอคิดว่าตัวเองฉลาดนักหรือไง พริบพราว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้น รอยยิ้มหยันที่มุมปากของภีมเดชช่างบาดตาและระAความรู้สึก "เด็กกะפילที่ยังเรียนไม่จบอย่างเธอ เอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้ามานั่งตีฝีปากต่อรองกับฉันในห้องนี้ หน้าด้านหรือว่าโง่กันแน่ถึงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับใคร"
คำพูดที่พ่นออกมานั้นทั้งดิบและแรง จนรินรดาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เผลอยิ้มมุมปากออกมาอย่างสะใจ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูแคลน รินรดารอคอยให้เด็กสาวรุ่นน้องคนนี้ถูกเหยียบย่ำจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสู้สายตาอีก
ทว่า... รินรดาลืมไปว่าพริบพราวไม่เคยเป็นประเภทที่จะยอมก้มหัวให้ใครโดยไม่เอาคืน
พริบพราวกะพริบตาช้า ๆ สองครั้ง ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีพีชคลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางเบา ไร้ซึ่งความหวาดกลัวอย่างที่ภีมเดชคาดหวัง มือเรียวเล็กยกขึ้นกอดอก ท่าทีสบาย ๆ ของเธอตัดกับความเกรี้ยวกราดของเขาอย่างสิ้นเชิง
"ถ้าความฉลาดของฉันมันทำให้คุณต้องใช้วิธีพูดจาหยาบคายแบบนี้เพื่อกลบเกลื่อนความเสียหน้า... ฉันว่าคนโง่น่าจะสลับตำแหน่งกันนะคะ คุณภีมเดช"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราคมมีดโกนตอกกลับทันควันโดยไม่มีจังหวะให้ลังเล รอยยิ้มของรินรดาแข็งค้างทันที ส่วนภีมเดชถึงกับชะงัก กรามแกร่งบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
"เธอ..."
"ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันรู้ดีว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร" พริบพราวพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีอีกนิด ทอดสายตามองผู้ชายปากร้ายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "กำลังเล่นอยู่กับนักธุรกิจรุ่นใหญ่ที่เก่งกาจเรื่องการควบคุมทุกอย่าง ยกเว้น... ควบคุมอารมณ์ตัวเองเวลาโดนจี้จุดดำมืดในอดีต"
เปรี้ยง!
ประโยคหลังเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางห้องทำงาน ภีมเดชผุดลุกขึ้นเต็มความสูง แรงกระแทกจากเก้าอี้หนังราคาแพงล้มไปด้านหลังจนเกิดเสียงดังสนั่น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจแกแกมโกรธจัดที่ถูกเธอล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามทางความรู้สึก
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันร้อนระอุราวกับมีลาวาใต้พื้นห้อง รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวภีมเดช ผู้ชายคนนี้เวลาโกรธน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ และไม่มีใครกล้าท้าทายเขาสองครั้งติดต่อกัน... ยกเว้นพริบพราว
"ปากดีนักนะ" ภีมเดชก้าวเท้าเข้าหาช้า ๆ แต่ละย่างก้าวเต็มไปด้วยคุกคาม เขาโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับขอบโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความกรุ่นโกรธ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของหญิงสาวเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินงาม "อยากลองดีกับฉันนักใช่ไหม พริบพราว? งั้นก็จำคำวันนี้เอาไว้ให้ดี ว่าเธอไม่มีวันชนะเกมนี้..."
"งั้นเรามาคอยดูกันนะคะ ว่าระหว่างปากร้าย ๆ ของคุณ กับความจริงที่ฉันกำเอาไว้... อันไหนมันจะพังก่อนกัน" พริบพราวไม่ถอยหนีแม้แต่นเซนติเมตรเดียว เธอเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกเลยสักนิด
เคมีที่ปะทะกันรุนแรงระหว่างความดุดันบ้าอำนาจกับความพยศหัวรั้นสร้างความอึดอัดที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภีมเดชจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความหงุดหงิดที่ระคนไปด้วยความหลงใหลในความกล้าบ้าบิ่นของเธอ
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด ลมหายใจของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นสายเดียวกัน ร่างสูงใหญ่ของภีมเดชขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ พริบพราวชะงักไปนิด หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวรากลองเพลเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนชิดริมหู
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้เอื้อnคำขู่ใดออกมาเพื่อตอกหน้าเธอให้หงายเงิบ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอรับอนุญาตจากคนข้างใน ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพราวระยับที่ทำให้บรรยากาศในห้องพลิกคว่ำในพริบตา
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาเคลียร์งานสำคัญของอาภีมกับน้องพริบพราวหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ภีมเดชผละถอยหลังทันที ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อหันไปมองผู้มาใหม่ ส่วนพริบพราวเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึงเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่ยืนยันตัวอยู่หน้าประตู
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความแซ่บและคอยเอาใจช่วยยัยตัวแสบของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ•ตอนที่ 6
ปากร้ายใจปลาซิว
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณอาสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!