เซกเตอร์ศูนย์: รหัสลับดับสุริยะ•ตอนที่ 4

เมื่ออากาศเริ่มขาดแคลน

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
“อยู่นิ่งๆ อีธาน อย่าแม้แต่จะกะพริบตา” เสียงทุ้มต่ำที่กร้าวไปด้วยความเยือกเย็นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของอีธาน เกรย์ ไม่ใช่เสียงจากบุคคลที่อยู่ตรงหน้า แต่มันคือเสียงก้องสะท้อนในหัวที่เขาสั่งตัวเองให้ทำตามอย่างเคร่งครัด จุดสีแดงสดนั่นยังคงแต้มอยู่กลางหน้าผากเขา ราวกับดวงตาที่สามของมัจจุราชที่กำลังจ้องมองผ่านชั้นโลหะเย็นเฉียบของผนังสถานี อีธานไม่ได้หันกลับไป เขาค่อยๆ เคลื่อนมือที่สั่นเทาเล็กน้อยหยิบประแจโลหะจากเข็มขัดเครื่องมือ สายตาเขายังคงจับจ้องไปที่เงาสะท้อนบนหน้าจอโฮโลแกรมเบื้องหน้า ข้อมูลการไหลเวียนของระบบอากาศในเขตพักอาศัยระดับ 4 กำลังแสดงกราฟที่ดิ่งลงสู่จุดวิกฤต เส้นกราฟสีเขียวที่เคยราบเรียบกำลังพุ่งลงเหวเหมือนชีวิตของคนที่กำลังจะขาดใจ “แกไม่ได้มาเพื่อฆ่าฉันในตอนนี้ใช่ไหม?” อีธานเอ่ยถามเบาๆ เสียงของเขาราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยที่ซ่อนความโกรธแค้นจากการสูญเสียครั้งเก่าไว้ลึกสุดใจ “ถ้าต้องการแค่ชีวิตฉัน กระสุนคงฝังในกะโหลกไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันเห็นเงาแกแล้ว” ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของใครบางคนที่อยู่ใกล้จนเขารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมา ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลงสนิท ตามมาด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยที่กรีดร้องผ่านลำโพงของสถานี *“ประกาศ: ตรวจพบความผิดปกติในระบบแลกเปลี่ยนอากาศ เขตพักอาศัยปิดตายอัตโนมัติ”* เสียงเหล็กหนักกระทบกันสนั่นหวั่นไหว ประตูบานเลื่อนที่เชื่อมต่อระหว่างห้องโถงและโซนที่พักปิดลงอย่างรวดเร็ว กักขังทุกคนที่อยู่ข้างในไว้ในคุกไร้อากาศที่กำลังจะดูดกลืนชีวิตของพวกเขาไปอย่างเงียบเชียบ อีธานหันขวับทันทีด้วยความเร็วที่เขาเองยังคาดไม่ถึง เขาพุ่งตัวเข้าใส่ความมืดมิดในมุมอับ แต่สิ่งที่พบกลับเป็นเพียงความว่างเปล่า จุดเลเซอร์สีแดงนั่นหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นโอโซนจางๆ ที่บ่งบอกว่ามีใครบางคนเพิ่งใช้เครื่องมือตัดสัญญาณความถี่สูง “บัดซบเอ๊ย!” อีธานสบถ เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ผู้บัญชาการคาร์ล่ากำลังเล่นเกมกดดันชีวิตคนนับร้อยเพื่อเป็นเหยื่อล่อให้เขาเผยตัว อีธานวิ่งไปที่แผงควบคุมหลัก นิ้วมือที่เคยซ่อมแซมกลไกนับร้อยอย่างแม่นยำเริ่มรัวลงบนแป้นสัมผัสอย่างรวดเร็ว ระบบถูกล็อกด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุด... รหัสที่เขารู้จักดี รหัสที่คาร์ล่าใช้เพื่อการกวาดล้างทรัพยากรที่ ‘ไม่จำเป็น’ ในอดีต เขารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัว ความเงียบของสถานีตอนนี้ช่างกดดันเหลือเกิน เสียงระบบหมุนเวียนอากาศที่เคยเป็นเพื่อนคู่ใจเริ่มขาดช่วงลง ทุกครั้งที่เขาสูดหายใจ มันเริ่มเต็มไปด้วยความหนืดและกลิ่นอับของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เขากำลังพยายามบายพาสระบบจ่ายไฟฉุกเฉิน หน้าจอภาพวงจรปิดของโซนพักอาศัยก็เด้งขึ้นมาเบื้องหน้าอีธาน ภาพที่เห็นทำให้เขากัดฟันแน่นจนกรามแทบหัก ในห้องนั้นผู้คนกำลังตื่นตระหนก บางคนเริ่มคว้าคอตัวเอง บางคนพยายามทุบประตูด้วยมือเปล่า แต่ภาพที่แย่ที่สุดคือร่างของเด็กหญิงตัวน้อยที่ทรุดตัวลงกับพื้นโดยมีผู้เป็นแม่โอบกอดไว้แน่น “คาร์ล่า... ยัยปีศาจ” อีธานพึมพำ ดวงตาของเขาฉายแวววาวด้วยโทสะที่ถูกจุดติด “การสละเรือสำรองไม่ใช่ทางออกหรอกครับ คุณเกรย์” เสียงของผู้บัญชาการคาร์ล่าดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารส่วนตัว เสียงของเธอราบเรียบ เยือกเย็น และปราศจากซึ่งความเมตตา ราวกับเธอกำลังอ่านรายงานสภาพอากาศธรรมดาๆ ไม่ใช่การตัดสินประหารชีวิตคนเป็นร้อย “คุณต้องการอะไรกันแน่?” อีธานตะโกนตอบผ่านไมโครโฟน “ปล่อยอากาศให้พวกเขาก่อน แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องเงื่อนไขของคุณ!” “ความเงียบคือทรัพยากรที่หายากที่สุดในสถานีนี้” คาร์ล่ากล่าวต่อ “และคุณเป็นคนเดียวที่รู้ว่าชิปข้อมูล ‘รหัสลับดับสุริยะ’ ซ่อนอยู่ที่ไหน ถ้าคุณมอบมันมาให้ฉันภายในสามนาที ฉันจะเปิดวาล์วอากาศให้ แต่ถ้าไม่... ฉันเชื่อว่าคุณคงยังจำรสชาติของการสูญเสียได้ดีใช่มั้ยครับ คุณเกรย์?” ความทรงจำในอดีตพุ่งเข้าจู่โจมเขาราวกับคลื่นพายุ วันที่ครอบครัวของเขาต้องจบชีวิตลงในสถานีล่มสลายครั้งก่อนเพราะการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีของใครบางคนที่มองข้ามชีวิตคนตัวเล็กๆ อีธานกำประแจในมือแน่นจนโลหะเกือบจะผิดรูป เขาเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามนาที เขาไม่ใช่ฮีโร่ แต่เขาก็ไม่อาจปล่อยให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมได้ อีธานตัดสินใจถอดแผงวงจรด้านหลังของคอนโทรลเลอร์ออก เขาไม่ได้จะแฮ็กเข้าระบบ แตเขาจะ ‘ทำลาย’ ระบบล็อกไฟฟ้าของประตูทั้งหมดด้วยการลัดวงจรขั้วพลังงานหลัก มันคือการเล่นกับความตาย เพราะสถานีอาจจะระเบิดได้หากเขาส่งกระแสไฟย้อนกลับไปแรงเกินไป “เอาล่ะ... มาดูกันว่าคุณกับฉัน ใครจะตัดสินใจเร็วกว่ากัน” อีธานสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในปอด ก่อนจะใช้อุปกรณ์ปลายแหลมแทงทะลุเข้าไปในแกนกลางของหม้อแปลงไฟฟ้า แสงสว่างวาบสีฟ้าจัดจ้าพุ่งกระจายออกมาจากแผงวงจร เสียงไฟฟ้าลัดวงจรดังเปรี๊ยะราวกับกระดูกที่กำลังหัก อีธานถูกแรงกระแทกจากกระแสไฟฟ้าผลักจนร่างกระเด็นไปกระแทกผนังโลหะ ความมืดมิดเข้าครอบงำชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยเปลี่ยนจังหวะไป *“ปลดล็อกฉุกเฉิน... ปลดล็อกฉุกเฉิน...”* เสียงประตูที่เปิดออกดังแว่วมาไกลๆ อีธานพยายามลืมตาขึ้น แต่ความเจ็บปวดจากการถูกไฟฟ้าช็อตทำให้เขามองเห็นเพียงภาพเบลอๆ ทว่าในความเลือนรางนั้น เขากลับเห็นเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่เหนือตัวเขา เงาร่างนั้นค่อยๆ ย่อตัวลงต่ำ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ที่เขาคุ้นเคยผสมปนเปกับกลิ่นไหม้ของโลหะ มือที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทเอื้อมมาจับที่คางของเขาแล้วเชิดหน้าขึ้น “คุณทำพลาดไปอย่างหนึ่งนะ อีธาน” คาร์ล่ากระซิบข้างหูเขา น้ำเสียงของเธอตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นความขบขันที่น่าขนลุก “คุณคิดว่าฉันจะวางระบบไว้ชั้นเดียวงั้นเหรอ?” เธอกดรีโมทในมือเบาๆ และทันใดนั้น แสงไฟทั่วทั้งสถานีก็ดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดสนิท ก่อนที่หน้าจอสำรองที่ยังพอมีไฟติดอยู่จะแสดงภาพกะพริบๆ ของเพื่อนร่วมงานคนสนิทของเขาที่เพิ่งเดินก้าวเข้ามาในห้องควบคุมนี้พร้อมกับปืนที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของอีธานที่กำลังนอนจมกองเลือดอยู่ “ขอโทษด้วยนะอีธาน แต่ภารกิจนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับความเห็นใจ” เพื่อนคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า หวังว่าตอนที่ 4 นี้จะทำให้ท่านรี้ดเดอร์ใจจดใจจ่อกับชะตากรรมของอีธานนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในอวกาศอันกว้างใหญ่กับผมเสมอครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซกเตอร์ศูนย์: รหัสลับดับสุริยะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%