เซกเตอร์ศูนย์: รหัสลับดับสุริยะ•ตอนที่ 29

เผชิญหน้ากับความตาย

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
“วางปืนลงซะ อีธาน... ความภักดีต่อซากศพไม่ได้ช่วยให้สถานีนี้โคจรต่อไปได้หรอกครับ” เสียงของคาร์ล่าดังสะท้อนผ่านผนังโลหะของท่าจอดเรือหมายเลข 9 มันเรียบเฉย เยือกเย็น ดั่งอุณหภูมิในห้วงอวกาศนอกกระจกนิรภัยชั้นหนา อีธานยืนนิ่งอยู่กลางโถงทางเดิน มือขวาของเขาสั่นระริกขณะเล็งกระบอกปืนพัลส์เลเซอร์ไปที่ร่างสง่างามในชุดเครื่องแบบสีเทาเข้มของรัฐบาล กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นโอโซนจากระบบระบายอากาศตอกย้ำถึงความเน่าเฟะที่กำลังกัดกิน ‘เซกเตอร์ศูนย์’ แห่งนี้ อีธานไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของหญิงสาวที่เขาเคยเชื่อมั่น... ก่อนที่ความจริงจะพังทลายลงในวันที่เขาเห็นแฟ้มข้อมูลลับเกี่ยวกับการตัดสินใจทิ้งคนกว่าห้าพันชีวิตในเหตุการณ์สถานีล่มสลายครั้งก่อน เพื่อแลกกับงบประมาณซ่อมบำรุงเพียงไม่กี่สัปดาห์ “คุณเคยสอนผมว่าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของสถานีคือ ‘คน’ ไม่ใช่หรือครับ ผู้บัญชาการ” อีธานเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยความโกรธที่อัดแน่น “หรือนิยามคำว่าคนของคุณ มันรวมไปถึงไอ้พวกที่ถูกทิ้งให้ขาดอากาศตายในชั้นดาดฟ้าด้วย” คาร์ล่าไม่สะทกสะท้าน เธอเดินก้าวเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ รองเท้าบูทหนังกระทบพื้นโลหะเป็นจังหวะที่ดูมั่นคงและกดดันในเวลาเดียวกัน เธอหยุดลงห่างจากปากกระบอกปืนไม่ถึงสองเมตร ก่อนจะหยิบซิการ์ขึ้นมาจุดสูบ กลิ่นควันฉุนกึกอบอวลไปทั่วบริเวณ “คนก็คือตัวเลขครับ อีธาน” เธอพ่นควันออกมาช้าๆ “หากเรามีคนมากเกินไปในระบบปิดที่ออกซิเจนกำลังจะหมดลง การคัดออกคือความเมตตา คุณเป็นวิศวกร คุณย่อมรู้ดีว่าถ้าปั๊มน้ำมันเกินกำลัง... ทั้งเครื่องยนต์จะระเบิด คุณเลือกจะรักษาส่วนน้อย หรือจะยอมให้สถานีนี้กลายเป็นเศษเหล็กในสุญญากาศ?” “นั่นมันเป็นแค่ข้ออ้างของฆาตกรที่ไร้หัวใจ” อีธานนิ้วกระตุกที่ไกปืน ท่าจอดเรือแห่งนี้คือจุดยุทธศาสตร์เดียวที่ยานขนส่งเสบียงชุดสุดท้ายจะลงจอด หากเขาทำลายระบบควบคุมการลงจอดได้ ความลับเรื่องการทุจริตและการทอดทิ้งประชาชนจะถูกเปิดเผยต่อรัฐบาลกลาง แต่คาร์ล่าก้าวเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง จนหน้าอกของเธอสัมผัสกับปากกระบอกปืนของเขาเบาๆ เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่สวนทางกับความเย็นชาของสถานการณ์ “ยิงสิครับ” คาร์ล่ากระซิบ “ถ้าคุณยิงผม... ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติจะล็อกดาวน์สถานีทันที และทุกคนที่เหลือบนสถานีนี้จะถูกตัดอากาศตายภายในสามนาที คุณไม่ได้กำลังล้างแค้นให้ครอบครัวคุณหรอกอีธาน คุณกำลังฆ่าทุกคนที่เหลืออยู่บนนี้ด้วยมือของคุณเอง” อีธานกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน นี่คือกับดักที่เขารู้อยู่เต็มอก แต่กลับขยับตัวไม่ได้ หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบที่กำลังจะพ่ายแพ้ ภาพความทรงจำของครอบครัวที่พยายามตะเกียกตะกายหนีออกจากประตูนิรภัยที่ถูกสั่งปิดตายโดยคำสั่งของหญิงคนนี้ตรงหน้าผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ทำไม...” เสียงของเขาแผ่วลง “ทำไมต้องเป็นคุณที่ทำเรื่องนี้” “เพราะไม่มีใครกล้าทำสิ่งที่จำเป็นต่างหากล่ะครับ” คาร์ล่าก้าวถอยหลังออกไปเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปทางหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ที่เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างและมืดมิด “ดูนั่นสิ อีธาน จักรวาลนี้ไม่เคยมีความยุติธรรม มันมีแต่ผู้รอดชีวิตและผู้ที่หลงลืมไปว่าอำนาจไม่ได้มีไว้เพื่อแบ่งปัน แต่มันมีไว้เพื่อค้ำจุนโครงสร้างของความมั่นคง” ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งท่าจอดเรือ แสงไฟสลัวสลับไปมาระหว่างสีแดงและขาวทำให้เงาของทั้งคู่เต้นเร่าอยู่บนผนัง อีธานหันไปมองหน้าจอควบคุมที่อยู่ด้านข้าง และพบว่ามันไม่ได้แสดงสถานะการล็อกดาวน์อย่างที่คาร์ล่าขู่ไว้ แต่มันกำลังแสดงภาพถ่ายทอดสดจากภายในห้องกักกันข้อมูล ที่นั่น... ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่อีธานคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังถูกคุมตัวโดยหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษ เธอคือผู้ที่ถือรหัสผ่านชุดสุดท้ายในการส่งข้อมูลออกไปยังโลกภายนอก “คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อหยุดผมคนเดียว” อีธานเบิกตากว้าง “คุณล่อผมมาเพื่อจับตัวเธอ!” คาร์ล่ายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของอีธานเย็นวาบ “คุณเป็นวิศวกรที่เก่งนะอีธาน แต่คุณดันมีความรักเป็นจุดอ่อนเสมอ และในจักรวาลที่โหดร้ายแห่งนี้... ความรักคือความผิดพลาดทางตรรกะที่ร้ายแรงที่สุด” ก่อนที่อีธานจะทันได้ตัดสินใจลั่นไก เสียงระเบิดตูมใหญ่ดังสนั่นขึ้นจากฐานของท่าจอดเรือ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นโลหะใต้ฝ่าเท้าของเขายุบตัวลง อีธานเสียหลักล้มลงกับพื้นขณะที่เศษเหล็กกล้าปลิวว่อนไปทั่ว ทุกอย่างรอบตัวเริ่มเลือนลางด้วยกลุ่มควันมหาศาล ท่ามกลางเสียงไซเรนและเศษซากปรักหักพัง เสียงของคาร์ล่าดังแทรกเข้ามาด้วยความเยือกเย็น “ดูเหมือนแผนของฝั่งคุณจะผิดพลาดไปเสียแล้วล่ะครับอีธาน... เพราะตอนนี้ ไม่ใช่แค่ผมที่ต้องการตัวคุณ” ร่างเงาสูงใหญ่หลายร่างก้าวออกมาจากเงามืดหลังกลุ่มควัน พวกมันไม่ใช่หน่วยรักษาความปลอดภัยของสถานี แต่เป็นกลุ่มคนในชุดเกราะทหารรับจ้างที่มีตราสัญลักษณ์ของ 'สหภาพนอกกฎหมาย' ที่ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าพวกมันต้องการหัวของอีธานเพื่อไปแลกกับรางวัลนำจับสูงสุดในจักรวาล อีธานพยุงตัวขึ้นจากพื้น เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่ขมับ เขาพบว่าคาร์ล่าหายตัวไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันซิการ์จางๆ และสถานการณ์ที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เขากำปืนแน่นขึ้นกว่าเดิม มองไปยังกองทหารรับจ้างที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ ขณะที่เสียงระบบแจ้งเตือนของสถานีประกาศก้องด้วยคำเดียวซ้ำๆ *“ออกซิเจนสำรอง... กำลังจะหมดลงใน... สามร้อยวินาที”* อีธานหลับตาลงนิ่งสงบก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาเล็งปืนไปที่แผงควบคุมหลักของท่าจอดเรือแล้วเหนี่ยวไกด้วยความเร็วสูงสุด หวังว่าเนื้อหานี้จะทำให้ทุกท่านรู้สึกลุ้นระทึกไปกับการผจญภัยของอีธานนะครับ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาถึงจุดนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซกเตอร์ศูนย์: รหัสลับดับสุริยะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%