กลิ่นสนิมเหล็กและคราบน้ำมันไฮดรอลิกเก่าๆ ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นเหงื่อที่แห้งกรังบนเสื้อชูชีพของสมาชิกกลุ่มดาวรุ่ง ทุกคนในห้องควบคุมสำรองต่างรู้ดีว่าเสียงโลหะลากพื้นจากเบื้องหลังประตูกลางที่เพิ่งเปิดออกนั้น ไม่ใช่เสียงของเครื่องจักรที่ทำงานผิดพลาด แต่มันคือสัญญาณมรณะที่ถูกตั้งเวลาไว้
"ปิดระบบระบายอากาศเดี๋ยวนี้!" อีธาน เกรย์ ตะหวาดเสียงต่ำ มือหยาบกร้านจากการซ่อมบำรุงคว้าประแจเลื่อนตัวใหญ่ขึ้นมาถือไว้มั่น ดวงตาคมกริบกวาดมองเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทีละคนด้วยความระแวง
ท่ามกลางความมืดที่สลัวราง มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบเป็นจังหวะ บรรยากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ไม่มีใครกล้าขยับตัว เสียงหอบหายใจดังประสานกันราวกับเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังจะพังทลาย
"เราถูกล้อมแล้ว..." เสียงสั่นพร่าของเลโอนาร์ด สมาชิกอาวุโสผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มดาวรุ่งดังขึ้น เขาพิงหลังติดกับแผงควบคุมหลัก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "คาร์ล่ารู้พิกัดที่เราซ่อนตัวตั้งแต่เมื่อวาน... เป็นไปไม่ได้ที่เราจะรอดออกไปจากเซกเตอร์นี้"
"ถ้ารู้ตั้งแต่เมื่อวาน ทำไมพวกเราเพิ่งมาถูกต้อนมุมตอนนี้ล่ะ เลโอนาร์ด" อีธานหันขวับไปจ้องหน้าชายสูงวัย แววตาของวิศวกรหนุ่มฉายแววเคลือบแคลงอย่างปิดไม่มิด "นอกจากจะมีคนใน... ที่คอยส่งพิกัดอัปเดตให้กองกำลังความมั่นคงแบบเรียลไทม์"
คำพูดนั้นราวกับมีดสั้นที่กรีดลงกลางใจห้อง ทุกคนหันมองหน้ากันเอง ความไว้วางใจที่เคยสร้างร่วมกันมาแรมปีพังทลายลงในพริบตา ความหวาดระแวงกัดกินจิตใจของทุกคนยิ่งกว่าออกซิเจนที่กำลังจะหมดลง
"นายกำลังจะกล่าวหาว่าพวกเราหักหลังกันเองอย่างนั้นหรือ อีธาน!" มายา หญิงสาวผู้รับผิดชอบระบบสื่อสารโพล่งขึ้นมาด้วยความโกรธ เธอก้าวเท้าเข้ามาประจหน้า ดวงตาสั่นระริกด้วยความอัดอั้นตันใจ "เราเสี่ยงตายด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน นายก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่มีวันทำแบบนั้น!"
"ความตายไม่ได้ทำให้คนเราซื่อสัตย์ขึ้นเสมอไปหรอกครับ มายา" อีธานเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก "จำเรื่องที่สถานีล่มสลายครั้งก่อนได้ไหม? ครอบครัวของผมก็ต้องตายเพราะการทรยศแบบนี้แหละ... และผมจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับพวกเราเด็ดขาด"
บรรยากาศในห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงลากโลหะจากทางเดินด้านนอกที่ดังใกล้เข้ามาทุกที มันใกล้จนกระทั่งทุกคนได้ยินเสียงลมหายใจของมัจจุราชที่อยู่หลังบานประตู
ในวินาทีนั้นเอง แผงหน้าจอสื่อสารสำรองที่มุมห้องก็เกิดสว่างวาบขึ้นมาโดยไม่มีใครแตะต้อง สัญญาณเข้ารหัสลับถูกส่งตรงมาจากภายนอกเซกเตอร์ศูนย์ หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ ที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
*[พิกัดถอนตัวได้รับการยืนยัน - ยินดีต้อนรับกลับสู่ความมั่นคง, สายลับรหัส 'ดาวเหนือ']*
ทุกลายสายตากลับพุ่งเป้าไปที่คนๆ เดียวในห้องทันที เลโอนาร์ดยกมือสั่นเทาขึ้นกุมขมับ รอยยิ้มแห้งแล้งปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายชรา ขณะที่เขาก้มลงหยิบเครื่องส่งสัญญาณขนาดจิ๋วที่ซ่อนไว้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
"ขอโทษด้วยนะเด็กๆ..." เลโอนาร์ดยิ้มอย่างขมขื่น "รัฐบาลไม่ได้ให้ทางเลือกอื่นกับฉัน... หลานสาวของฉันอยู่ที่สถานีหลัก พวกเขาบอกว่าถ้าฉันส่งพวกนายให้คาร์ล่า หลานของฉันจะปลอดภัย"
"แก..." มายาพุ่งตัวเข้าไปหมายจะกระชากคอเสื้อ แต่อีธานยื่นมือมาขวางไว้ทันที
วิศวกรหนุ่มมองหน้าเลโอนาร์ดด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความโกรธเคืองถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา เขารู้ดีว่าความโหดร้ายของระบอบการเมืองข้ามดวงดาวสามารถบีบคั้นให้มนุษย์ทำลายได้แม้กระทั่งจิตวิญญาณของตนเอง
"คุณเลือกทางที่ง่ายเกินไป เลโอนาร์ด" อีธานเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปหยิบอุปกรณ์ตัดสัญญาณสะพานไฟหลักขึ้นมา "แต่ก็น่าเสียดาย... ที่แผนการทั้งหมดของคาร์ล่า กำลังจะจบลงตรงนี้"
ก่อนที่เลโอนาร์ดจะได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นที่ประตูกลาง แรงอัดกระแทกจนห้องสั่นสะเทือน ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ เงาร่างของผู้บัญชาการคาร์ล่าก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของอีธานหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่ปืนเลเซอร์ในมือของเธอ... แต่เป็นเด็กสาวในชุดนักโทษที่ถูกคาร์ล่าลากแขนเอาไว้ และเด็กสาวคนนั้นคือคนเดียวกับที่เลโอนาร์ดเพิ่งเอ่ยถึงว่าเป็นหลานสาวสุดที่รักของเขานั่นเอง
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ
เซกเตอร์ศูนย์: รหัสลับดับสุริยะ•ตอนที่ 14
การทรยศในกลุ่มพันธมิตร
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซกเตอร์ศูนย์: รหัสลับดับสุริยะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!