“วางปืนลงเสีย อีธาน... การฆ่าบุพการีไม่ใช่ทางออกของวิศวกรที่ฉลาดอย่างคุณหรอกนะครับ”
เสียงของคาร์ล่าดังแทรกความเงียบงันที่กดทับห้องโถงกักกันแรงดัน เสียงนั้นเย็นเยียบและราบเรียบราวกับเสียงเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก อีธานสัมผัสได้ถึงหยดเหงื่อที่ไหลซึมผ่านแผ่นหลัง มือที่ถือปืนเลเซอร์สั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงปะทะทางอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนแทบจะระเบิดออก
ตรงหน้าเขาคือพ่อ—ชายผู้ที่เขาเชื่อมาตลอดชีวิตว่าถูกลบหายไปในโศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อน ทว่าวันนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับสายตาที่ว่างเปล่าราวกับดวงตาของตุ๊กตาที่ถูกไขลานทิ้งไว้
“เขาไม่ใช่พ่อของคุณอีกต่อไปแล้วครับ” คาร์ล่ากล่าวพลางก้าวพ้นเงามืดออกมา ชุดยูนิฟอร์มสีเทาเข้มของเธอดูโดดเด่นท่ามกลางลำแสงเลเซอร์จากปืนไรเฟิลหลายสิบกระบอกที่เล็งมายังศีรษะของเขา “เขาคือ ‘โครงการเรเวแนนท์’ สิ่งที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวที่สามารถรักษาเสถียรภาพของเซกเตอร์นี้ไว้ได้ หากคุณเหนี่ยวไก ทุกอย่างที่สถานีนี้ยึดถือจะมลายหายไปพร้อมกับความลับของรัฐบาล”
อีธานหันไปมองบิดา ชายชราคนนั้นไม่มีแม้แต่ปฏิกิริยาต่อคำเรียกขาน เขายืนนิ่งราวกับหุ่นจำลอง อีธานรู้ดีว่าหากเขาลดปืนลง นั่นหมายถึงการยอมรับความพ่ายแพ้ ยอมรับว่าชีวิตของคนนับหมื่นบนสถานีนี้เป็นเพียงตัวหมากในกระดานของหญิงสาวที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงหน้า
“คุณมองทุกอย่างเป็นทรัพยากรสินะครับ คาร์ล่า” อีธานเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าแต่หนักแน่น “ชีวิตผู้คน ความทรงจำของผม แม้กระทั่งพ่อของผม... สำหรับคุณ มันก็แค่ตัวเลขในงบประมาณที่คำนวณกำไรขาดทุนได้”
“นั่นคือความเป็นจริงของจักรวาลครับ อีธาน” คาร์ล่าตอบพลางขยับนิ้วสั่งการ ทหารหน่วยพิเศษรอบห้องขยับเข้าใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นโลหะดังสะท้อนก้อง “ถ้าคุณเลือกที่จะเป็นวีรบุรุษด้วยการตายที่นี่ ผมก็ยินดีจะบันทึกว่าคุณเป็นเพียงเศษซากของความผิดพลาดในระบบ”
อีธานแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความเยือกเย็นอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่ได้มองไปที่พ่อ ไม่ได้มองไปที่คาร์ล่า แต่เขามองไปยังแผงควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งอยู่เหนือบานประตูห้องนั้น
“คุณพูดถูกครับคาร์ล่า... ผมคือวิศวกร และวิศวกรไม่ได้มีหน้าที่แค่ซ่อมแซมสิ่งของ แต่เรามีหน้าที่ ‘ตัดวงจร’ ที่ชำรุดทิ้งเพื่อรักษาโครงสร้างทั้งหมดไว้”
ในเสี้ยววินาทีนั้น อีธานไม่ได้เล็งปืนไปที่บิดาหรือคาร์ล่า แต่เขาหันปากกระบอกปืนไปที่ ‘แผงกระจายพลังงานสำรอง’ ที่ผนังด้านหลังซึ่งมีรอยร้าวอยู่เล็กน้อยจากการปะทะครั้งก่อน
*เปรี้ยง!*
เสียงปืนเลเซอร์ดังสนั่นพร้อมกับเสียงระเบิดของกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ไฟทั้งสถานีดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากระบบไฟฉุกเฉิน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังหวีดหวิวลากยาวไปทั่วทั้งเซกเตอร์ ระบบกักกันแรงดันถูกปลดล็อกโดยอัตโนมัติเนื่องจากความผิดปกติของระบบจ่ายไฟ
“ทำอะไรลงไป! หยุดเขาทันที!” เสียงของคาร์ล่าแผดออกมาด้วยความตื่นตระหนก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นความมั่นใจของเธอกระเจิงหายไป
อีธานไม่รอให้ทหารเหล่านั้นตั้งตัว เขาพุ่งตัวเข้าไปในช่องระบายอากาศที่เปิดออกจากการตัดระบบ เขาไม่ได้เลือกที่จะหนีออกจากสถานี แต่เขากำลังมุ่งหน้าไปยัง ‘หัวใจ’ ของสถานี—ห้องควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน เขาตัดสินใจแล้วว่า หากสถานีนี้ต้องล่มสลายลงเพื่อทำลายวงจรของคาร์ล่า เขาจะเลือกวิธีการที่เจ็บปวดที่สุดด้วยมือของเขาเอง เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนต้องตกเป็นหุ่นเชิดของโครงการเรเวแนนท์อีกต่อไป
เขาวิ่งไปตามทางเดินแคบๆ เหงื่อไหลเข้าตาจนแสบพร่า แต่จิตใจของเขากลับแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าไล่หลังตามมาเป็นระยะ ทว่าเขารู้จังหวะของทางเดินเหล่านี้ดีกว่าใคร ในฐานะวิศวกรซ่อมบำรุงที่อยู่กับมันมาทั้งชีวิต
อีธานมาถึงหน้าห้องปฏิกรณ์ ประตูเหล็กกล้าบานยักษ์ปิดตายสนิท เขาหยิบอุปกรณ์ถอดรหัสออกมาจากกระเป๋าข้าง มือของเขานิ่งสนิทราวกับรูปสลัก ท่ามกลางเสียงกระสุนปืนที่กระทบผนังด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น เสียงจากลำโพงในทางเดินก็ดังขึ้น เป็นเสียงของคาร์ล่าที่กลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง แม้จะแฝงไปด้วยความเคียดแค้น “คุณคิดว่าคุณกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องงั้นหรือ อีธาน? ถ้าคุณทำลายมัน คุณก็คือฆาตกรที่ฆ่าทุกคนบนสถานีนี้ไม่ต่างจากผม”
อีธานหยุดมือที่กำลังกดรหัส เขามองภาพเงาสะท้อนของตัวเองบนบานประตูที่ทำจากโลหะขัดเงา เขาเห็นชายผู้ที่สูญเสียทุกอย่างมาแล้วครั้งหนึ่ง และในตอนนี้ เขากำลังจะสูญเสียตัวตนเพื่อแลกกับการหยุดยั้งหายนะที่ใหญ่หลวงกว่า
รหัสสุดท้ายถูกป้อนเข้าไป ประตูห้องปฏิกรณ์ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยเสียงครืดคราดที่ชวนให้ขนลุก ทว่าสิ่งที่รอเขาอยู่ด้านในกลับไม่ใช่แผงควบคุมที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงกลางห้อง—เธอคือคนที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกครั้งในชีวิตนี้
“ไง... พี่ชาย” หญิงสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอมีรอยช้ำและท่าทางที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด “รอนานไหมคะ กว่านายจะตัดสินใจพังโลกนี้ทิ้งได้สักที?”
หัวใจของอีธานกระตุกวูบ เมื่อเธอก้าวออกมาจากเงามืดของแสงปฏิกรณ์ เขาก็พบว่าใบหน้าของเธอมีรอยสักรหัสตัวเลขเดียวกับที่เขาเคยเห็นบนข้อมือของพ่อ... และเธอกำลังถืออุปกรณ์กระตุ้นพลังงานที่จะทำลายทั้งสถานีนี้ให้กลายเป็นฝุ่นผงภายในห้านาที
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของอีธานและร่วมลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยในบทถัดไปนะครับ
ไฮเปอร์ไดรฟ์
เซกเตอร์ศูนย์: รหัสลับดับสุริยะ•ตอนที่ 10
ทางเลือกสุดท้ายในเขตจำกัด
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซกเตอร์ศูนย์: รหัสลับดับสุริยะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!