แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 23

พายุการเมืองโหมกระหน่ำ

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
"คำทูลถวายรายงานการเคลื่อนไหวของกองทัพพิทักษ์ชายแดน... เหตุใดจึงมีเพียงรายชื่อนายกองระดับล่าง แต่กลับเว้นว่างบัญชีรายรับรายจ่ายของคลังเสบียงแคว้นอุดรไว้ถึงสามปีเล่า ท่านแม่ทัพฉิน" น้ำเสียงของพระองค์ราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดเขาเหนียนซานในยามเหมันต์ ภายในตำหนักไท่เหออันวิจิตรตระการตา แสงเทียนสีชาดวับแวมสะท้อนลงบนลวดลายมังกรห้ากรงเล็บปักดิ้นทองบนฉลองพระองค์ เสื้อคลุมผ้าแพรต่วนสีเหลืองทองสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการพลิกกระดาษแผ่นบางในพระหัตถ์ ฉินอี้คุกเข่าลงบนพื้นหินอ่อนขัดมัน ความเย็นเยียบจากผืนศิลาซึมผ่านอาภรณ์ชั้นนอกเข้าสู่ข้อเข่า แต่ไม่เท่าความหนเหน็บในอก แผ่นหลังของแม่ทัพผู้เก่งกาจและไร้ความพ่ายแพ้เหยียดยตรงดั่งคันธนูที่ขึ้นสายพร้อมรบ ชุดเกราะหนังสีดำสนิทขลิบเงินส่งเสียงกระทบกันเบาๆ ยามเจ้าตัวขยับกาย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวทอดมองพื้นเบื้องหน้าโดยไม่สะท้อนความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย "ทูลฝ่าบาท คลังเสบียงแคว้นอุดรอยู่ในความดูแลร่วมกันระหว่างกองทัพและข้าหลวงท้องถิ่น บัญชีฉบับสมบูรณ์ถูกจัดส่งผ่านเส้นทางม้าด่วนเมื่อสัปดาห์ก่อน หากยังไม่ถึงพระเนตร เกรงว่าน่าจะมีความผิดพลาดในขั้นตอนการคัดลอกที่กองกษาปณ์หลวงพ่ะย่ะค่ะ" สุ้มเสียงของฉินอี้มั่นคงและกังวาน ไร้ร่องรอยของการสั่นพร่า ทว่าในความนิ่งงันนั้น กลับแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังขั้นสูงสุด เขารู้ดีว่ายามนี้ราชสำนักกำลังระอุด้วยไฟแห่งความหวาดระแวง ฮ่องเต้ผู้ทรงครองราชย์มานานนับทศวรรษเริ่มเห็นเงาของคมดาบตัวเองทาบทับอยู่บนบัลลังก์มังกร และฉินอี้... แม่ทัพผู้กุมกำลังพลในมือกว่าสามแสนนาย ย่อมกลายเป็นเงาที่ใหญ่ที่สุดและอันตรายที่สุดในสายพระเนตร ฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรวล น้อยคนนักที่จะรู้ว่ารอยแย้มพระสรวลนี้น่ากลัวยิ่งกว่ากริ้วโกรธ พระองค์ทรงวางฎีกาลงบนโต๊ะทรงอักษรไม้จันทน์หอม เสียงกระดาษกระทบเนื้อไม้ดัง "ปึก" เบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบสงัดของตำหนัก "ความผิดพลาดรึ... ช่างเป็นคำที่ใช้สะดวกเสียจริง ฉินอี้ เจ้าจำคืนวันที่ทุ่งมู่เป่ยได้หรือไม่ วันนั้นเจ้าถือทวนเหล็กพุ่งทะลวงค่ายกลของข้าศึกด้วยตัวคนเดียว ทหารนับหมื่นต่างแซ่ซ้องสรรเสริญชื่อของแม่ทัพฉิน จนข้าอดคิดไม่ได้ว่า... เสียงโห่ร้องเหล่านั้น นานวันเข้าอาจดังกลบเสียงประกาศิตจากบัลลังก์มังกรแห่งนี้เสียแล้วมั้ง" คำพูดนั้นแทงทะลุหัวใจดั่งคมหอกซ่อนพิษ บรรยากาศภายในตำหนักกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ขันทีและนางจารกำนัลที่คอยรับใช้ต่างหมอบกราบลงแนบพื้นจนแทบไม่กล้าหายใจ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนก็แวบเข้ามาในห้วงความคิดของฉินอี้ วันที่ตระกูลฉินถูกปรักำลังซ่องสุมกำลังพลคิดกบฏ วันที่บิดาและมารดาต้องสังเวยชีวิตใต้คมดาบอาญาสิทธิ์เพื่อแลกกับความจงรักภักดี บาดแผลในใจที่เคยคิดว่าสมานแล้วกลับปริแตกออก รสชาติคาวสนิมของเลือดฝาดในลำคอทำให้เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "กระหม่อมมีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องแผ่นดินและราชบัลลังก์ ดาบในมือของฉินอี้ไม่เคยหันเข้าหาความอยุติธรรม และไม่มีวันหันเข้าหาองค์เหนือหัวพ่ะย่ะค่ะ" ฉินอี้เงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์โดยตรง ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความจริงใจอันหนักหน่วงดั่งหินผาที่ยืนหยัดท้าทายคลื่นลม ฮ่องเต้ทรงหรี่พระเนตรลง ทอดพระเนตรบุรุษเบื้องล่างด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งรักทั้งชัง ทั้งไว้วางใจและหวาดระแวง ในฐานะกษัตริย์ พระองค์รู้ดีว่าฉินอี้คือโล่ที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้น แต่ในฐานะมนุษย์ผู้ครองอำนาจสูงสุด พระองค์ทนไม่ได้ที่จะมีผู้ใดกุมชะตาบ้านเมืองไว้ในมือมากจนเกินไป "ดี... ดีมาก หากเจ้ามีความจงรักภักดีเช่นนั้นจริง ข้าก็ย่อมวางใจ" ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์แผ่วเบา "ถอยไปได้... อ้อ พรุ่งนี้ในงานเลี้ยงรับรองทูตต่างแคว้น ข้าอยากให้ซูเหวิน กุนซือคู่กายของเจ้าเข้าร่วมด้วย ได้ยินมาว่านางเป็นสตรีที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ ข้าอยากเห็นกับตาตนเองว่านางมีความสามารถสมคำร่ำลือเพียงใด" ฉินอี้ชะงักไปชั่วพริบตา หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง การเรียกตัวซูเหวินเข้าวังหลวงโดยตรงในยามที่ฮ่องเต้กำลังระแวงสงสัยในตัวเขา นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่มันคือการ "ทดสอบ" และ "การจับตัวประกัน" ทางอ้อม เพื่อดูว่าเขากับกุนซือไร้ลักษณ์มีความลับอันใดซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ" ฉินอี้โขกศีรษะคำนับครั้งหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นถอยหลังออกจากตำหนักด้วยฝีเท้าที่มั่นคง ทว่าในใจกลับร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผา ยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามาปกคลุมเมืองหลวง ลมหนาวพัดกรรโชกแรงจนหน้าต่างกระดาษสาของเรือนพักกุนซือส่งเสียงดังระงม ซูเหวินนั่งอยู่เบื้อง L-shaped โต๊ะไม้แกะสลัก แสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องกระทบใบหน้างามสง่าที่กำลังประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา นางกำลังจดจ่ออยู่กับการตรวจสอบแผนที่ยุทธศาสตร์แคว้นทางเหนือ บนโต๊ะมีถ้วยชาอุ่นๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของชาดอกเหมย ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของฉินอี้ที่ก้าวเข้ามา ความหนาบวกกับความเร่งรีบทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาร้อนระอุ แม่ทัพหนุ่มปิดประตูล็อคกลอนอย่างแน่นหนาก่อนจะเดินตรงมาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับนาง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด "ท่านอ๋อง สีหน้าท่านเคร่งเครียดเช่นนี้ ดูท่าการเข้าเฝ้าวันนี้คงมิใช่เรื่องน่ายินดีกระมังครับ" ซูเหวินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นางรินชาอุ่นๆ ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ยื่นส่งให้เขาด้วยท่าทีนุ่มนวล ฉินอี้รับถ้วยชามา แต่ยังไม่ทันได้ดื่ม ซูเหวินก็เอ่ยต่อด้วยประโยคที่ทำให้เขาต้องชะงักค้าง "ฮ่องเต้ทรงเริ่มระแคะระคายเรื่องเครือข่ายข่าวกรองที่เราสร้างขึ้นในหัวเมืองเหนือแล้วใช่หรือไม่... และพระองค์... คงมีรับสั่งถึงหม่อมฉันด้วยกระมังครับ" ฉินอี้มองสตรีตรงหน้าด้วยความทึ่งปนเป็นห่วง นางฉลาดล้ำเกินไป จนบางครั้งเขาก็อดหวาดกลัวไม่ได้ว่าความปราดเปรื่องนี้อาจนำภัยมาสู่ตัวนางเอง "เจ้าเดาถูกทุกอย่าง ซูเหวิน..." ฉินอี้วางถ้วยชาลงบนโต๊ะโดยไม่แตะต้องแม้แต่น้อย "พรุ่งนี้ในงานเลี้ยงทูตต่างแคว้น พระองค์ทรงเจาะจงเรียกตัวเจ้าเข้าร่วม ข้าเกรงว่านี่คือกับดัก... ฮ่องเต้ทรงต้องการบีบให้เราเปิดเผยความลับทั้งหมด" ซูเหวินฟังแล้วนิ่งไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากของนางมิได้จางหายไป กลับลึกซึ้งขึ้น ดวงตาดอกท้อคู่นั้นฉายแววเด็ดเดี่ยว นางยื่นมือเรียวบางออกไปสัมผัสมือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของปลายนิ้วเขา "ท่านอ๋องโปรดวางใจ..." ซูเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่มั่นคงดั่งหินผา "หมากตานี้ แม้เบื้องบนจะถือไพ่เหนือกว่า แต่มิได้หมายความว่าเราจะจนตรอก ในเมื่อพระองค์อยากเห็นปัญญาของกุนซือไร้ลักษณ์นัก... คืนพรุ่งนี้ หม่อมฉันจะแสดงให้พระองค์ได้ทอดพระเนตรเองว่า ใต้หล้านี้ยังมีอำนาจใดที่ไม่อาจใช้เพียงอำนาจทหารสยบได้" ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังประสานสายตากันด้วยความเชื่อมั่น ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงรายงานร้อนรนจากองครักษ์หน้าประตู "ท่านแม่ทัพ! มีราชโองการด่วนจากสำนักใน... พระราชทาน 'สุราจันทน์กระจ่าง' แด่ท่านกุนซือซูเหวิน พ่ะย่ะค่ะ!" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%