"จดหมายเหตุของกองทัพพิทักษ์ชายแดน... ไฉนจึงมีกลิ่นอายของโลหิตที่ยังไม่แห้งสนิทเช่นนี้เล่า ใต้ฝ่าบาท"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในตำหนักแปดทิศ กลิ่นธูปไม้กฤษณาอวลกำจายผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นดีที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ ๆ บนโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลายมังกรห้าเล็บ ฉินอี้ แม่ทัพใหญ่ผู้กุมชะตากรรมทหารนับแสนนาย นั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินสลัก อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นเงินลายเมฆาขับเน้นให้ใบหน้าคมคายดุจหยกสลักนั้นดูเยือกเย็นและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ดวงตาคมกริบกวาดมองม้วนกระดาษสานในมือด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
เบื้องหน้าของเขาคือ ซูเหวิน ในอาภรณ์บัณฑิตผ้าไหมสีเทาอ่อน นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวงามคีบถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามขึ้นจิบช้า ๆ ท่าทีของนางสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แม้ภายใต้สถานการณ์ที่อาจพลิกแผ่นดินให้ลุกเป็นไฟได้ในชั่วข้ามคืน
"ความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ท่านแม่ทัพ..." ซูเหวินเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถ้วยชาในมือ "และบางครั้ง... ราคาที่ว่านั้นก็มิใช่สิ่งที่ท้องคลังหลวงจะแบกรับไหว"
บันทึกบัญชีเสบียงและอาวุธที่ฉินอี้เพิ่งได้รับมาเมื่อยามสาม ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขที่ผิดเพี้ยน หากแต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ว่า งบประมาณแผ่นดินสามในสัปดาห์ที่ถูกส่งไปเพื่อบำรุงขวัญทหารแนวหน้า กลับถูกดูดกลืนหายไปในอุ้งมือของขุนนางฝ่ายบริหารในเมืองหลวง ผ่านเครือข่ายการค้าทาสและอาวุธเถื่อนที่โยงใยไปถึงเชื้อพระวงศ์บางพระองค์
ความโกรธเกรี้ยวไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของฉินอี้ ทว่าบรรยากาศรอบกายเขากลับลดฮวบลงจนอุณหภูมิในห้องคล้ายจะติดลบ ฝ่ามือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะบีบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน
"กองทัพของข้า... เลือดเนื้อของเหล่าพี่น้องที่สละชีพปกป้องแผ่นดิน ถูกใช้เป็นสินค้าแลกเปลี่ยนเพื่อความมั่งคั่งของพวกหนอนบ่อนไส้เช่นนั้นหรือ" น้ำเสียงของฉินอี้ราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
"ท่านโกรธได้ แต่อย่าเพิ่งใช้อารมณ์นำพา..." ซูเหวินวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบa นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนภาพของแม่ทัพผู้ไร้พ่ายผู้กำลังยืนอยู่บนปากเหว "ศัตรูไม่ได้มีแค่ขุนนางฉ้อฉลกลุ่มนั้น แต่ยังมีเบื้องบนที่คอยถือหางพวกมันอยู่ หากท่านชักกระบี่ออกตอนนี้ ท่านมิได้กำลังฟันศัตรู... แต่ท่านกำลังท้าทายราชบัลลังก์ทั้งบัลลังก์"
คำพูดของนางเฉียบคมดุจใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า ฉินอี้ย่อมรู้ดีว่าการเปิดโปงการทุจริตครั้งนี้หมายถึงอะไร มันไม่ใช่แค่การสะสางบัญชีแค้นในกองทัพ แต่มันคือสงครามการเมืองที่เดิมพันด้วยศีรษะของคนนับพัน
"เจ้ากลัวหรือ ซูเหวิน" ฉินอี้โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เงาสะท้อนจากเปลวเทียนวับแวมในดวงตาของเขา "สตรีผู้กุมกลยุทธ์ครึ่งแผ่นดิน เหตุใดจึงดูลังเลที่จะก้าวเดินต่อเล่า"
"ข้ามิได้กลัวความตาย..." ซูเหวินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความระคนเศร้าและทิฐิอันแรงกล้า "แต่ข้าเสียดาย... หากหมากตานี้เดินพลาด ผู้ที่จะต้องลุกเป็นไฟมิใช่แค่พวกมัน แต่จะเป็นท่าน... และหัวใจที่ข้าอุตส่าห์รักษาไว้ไม่ให้แหลกสลายไปกับสงคราม"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที คำสารภาพอันอ้อมค้อมแต่หนักแน่นดั่งหินผานั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจของแม่ทัพผู้เย็นชา ฉินอี้ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวไหววับชั่วขณะ มือที่กำกระบี่คลายออกช้าๆ
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูตำหนักอย่างร้อนรนก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
"ท่านแม่ทัพ! ขอรับ!" เสียงขององครักษ์เอกดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "มี... มีพระราชโองการด่วนจากห้องเครื่องหลวง ส่งตรงถึงท่านแม่ทัพโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ!"
ซูเหวินหรี่ตาลงทันที นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายเสื้อบัณฑิตพลิ้วไหวตามแรงขยับ ฉินอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้เปิดประตู
ขันทีเฒ่าหน้าตาซีดเผือดก้าวเข้ามาพร้อมกับราชโองการในหีบไม้ประดับมุก ใบหน้าของขันทีผู้นั้นเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬทั้งที่อากาศยามนี้ค่อนข้างเย็นเยียบ เขาน้อมกายลงต่ำด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
"พระราชโองการด่วนที่สุด..." ขันทีเฒ่ากล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ "ทรงโปรดให้ท่านแม่ทัพฉินอี้... นำกำลังทหารหนึ่งกองพัน เข้าปิดล้อมกรมคลังหลวงทันที ก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าในวันนี้ เนื่องจาก... เนื่องจากตรวจพบหลักฐานการกบฏที่เชื่อมโยงกับเสนาบดีฝ่ายซ้ายและ... และรายชื่อขุนนางทุจริตในกองทัพที่ท่านถือครองอยู่พ่ะย่ะค่ะ!"
ฉินอี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีแห่งอำนาจออกมาอย่างเต็มเปี่ยม ทว่าเมื่อเขาหันไปสบตากับซูเหวิน ทั้งคู่ต่างตระหนักได้ทันทีในเสี้ยววินาทีนั้น...
นี่ไม่ใช่พระราชโองการเพื่อกวาดล้างคนชั่ว
แต่มันคือ "กับดัก" มรณะที่ถูกขุดล่อไว้ เพื่อต้อนให้แม่ทัพผู้รักความยุติธรรมเดินเข้าไปติดกับ และกลายเป็นกบฏเสียเองในยามที่ก้าวขาเข้าสู่กรมคลังหลวง
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในห้วงเวลาอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 3
รอยร้าวในราชสำนัก
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!