"เผาทิ้งเสีย"
เสียงทุ้มต่ำของฉินอี้ดังก้องกังวานอยู่ในกระโจมที่พัก ซึ่งบัดนี้คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นไอของโลหะสนิมและไอสังหาร เขาโยนผืนแพรสีเหลืองทองที่ประทับตราลัญจกรหยกแห่งองค์จักรพรรดิลงบนกองถ่านที่กำลังมอดไหม้ในเตาผิง พระราชโองการลับที่สั่งประหารเขาฐานกบฏถูกเปลวไฟเลียเล็มจนม้วนตัวเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา
"ท่านแม่ทัพ หากพระราชโองการนี้เล็ดลอดออกไป ข่าวเรื่องการปลดตำแหน่งจะมิใช่แค่คำสั่ง แต่มันคือการเปิดประตูให้ทัพหลวงเข้าขยี้เราจากด้านหลังในขณะที่กองทัพศัตรูประชิดเมืองด่านหน้าเช่นนี้"
ซูเหวินก้าวออกมาจากมุมมืดของกระโจม กลิ่นจันทร์หอมจางๆ ประจำกายของนางปะทะเข้ากับกลิ่นเหงื่อไคลของชายชาตินักรบ นางสวมชุดสีเทาเรียบง่าย ทว่าดวงตากลับคมกริบดุจมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในฝัก นางหยิบพัดจันทราขึ้นมาคลี่ออกเบาๆ จังหวะการโบกพัดนั้นดูเนิบนาบ ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับเหล่าขุนพลที่ยืนหน้าเครียดอยู่รายรอบ
ฉินอี้หันมามองสตรีผู้มากับคำล่ำลือว่า 'ไร้ลักษณ์' ดวงตาของเขาเรียบเฉยดุจผิวน้ำที่ไร้ลมพัด ทว่าภายในกลับพายุหมุน "เจ้าจะบอกว่า ข้าควรจะยอมจำนนเพื่อรักษาชีวิตทหารของข้า หรือจะสู้จนตัวตายเพื่อรักษาเกียรติยศที่ไร้ค่านี้กันเล่า ซูเหวิน?"
ซูเหวินไม่ตอบในทันที นางเดินไปหยุดที่แผนที่ยุทธศาสตร์ซึ่งปูอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊คเก่าคร่ำ ปลายนิ้วเรียวงามลากผ่านเส้นทางหุบเขาอเวจีที่ซึ่งทัพศัตรูแฝงตัวอยู่ "เกียรติยศหรือจะสู้กลยุทธ์ที่เฉียบคม ท่านแม่ทัพ... ในเมื่อพระราชโองการระบุว่าท่านกบฏ เราก็จงทำให้คำกล่าวหานั้นเป็นจริงเสียครึ่งหนึ่ง เพื่อที่จะรอดชีวิตไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในภายหลัง"
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟ" ฉินอี้แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็นความรู้สึกขบขันเพียงน้อยนิดที่เขาเคยแสดงออกมานับตั้งแต่เริ่มสงคราม
"ไฟย่อมร้อนแรงสำหรับผู้ที่ขาดสติ แต่สำหรับผู้ถือพัดจันทรา ไฟคืออาวุธ" ซูเหวินหมุนพัดในมือแล้วจิ้มลงไปยังจุดยุทธศาสตร์ที่คับแคบที่สุด "คืนนี้ ลมจะเปลี่ยนทิศ กองทัพศัตรูที่ตั้งค่ายอยู่หลังหุบเขาจะมิได้เห็นแสงจันทร์ แต่จะเห็นเพียงทุ่งเพลิงที่โหมกระหน่ำจากลมตะวันตก ท่านต้องสั่งให้กองทัพม้าเหล็กถอยร่นไปทางทิศตะวันออก ลวงให้พวกมันคิดว่าท่านกำลังหนีตายจากการถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ"
"ลวงศัตรูเข้าสู่หุบเขาอเวจี แล้วจุดไฟเผาหญ้าแห้งที่ข้าสั่งให้ทหารเตรียมไว้เมื่อวาน..." ฉินอี้เริ่มเห็นภาพในหัว สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความดุดันดุจราชสีห์ที่มองเห็นเหยื่อ "เจ้าต้องการให้ข้าทำลายกองทัพของศัตรูให้สิ้นซากในค่ำคืนเดียวโดยไม่ใช้คมดาบ?"
"ถูกต้องครับท่านแม่ทัพ แต่มีเงื่อนไขเดียว..." ซูเหวินขยับเข้าไปใกล้ จนเขาสามารถสัมผัสถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของนาง "ท่านต้องเชื่อใจกุนซือไร้ลักษณ์ผู้นี้ ยิ่งกว่าชีวิตของท่านเอง"
ฉินอี้หยุดนิ่ง เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง มิใช่เพื่อค้นหาความลับ แต่เพื่อมองหาเงาสะท้อนของตนเองท่ามกลางกองไฟที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาหยิบกระบี่คู่กายขึ้นมาแล้วเสียบเข้าฝักเสียงดังฟังชัด "หากคืนนี้เราชนะ ข้าจะอนุญาตให้เจ้าถามคำถามหนึ่งข้อ แต่หากคืนนี้เราพ่าย... ศีรษะของข้าจะเป็นเพียงเครื่องสังเวยความประมาทของตัวเอง"
"ข้าไม่นิยมสะสมของมีค่าอย่างศีรษะของท่านหรอกครับ" ซูเหวินคลี่ยิ้มจางๆ "ข้าต้องการเพียงตั๋วสัญญาเดินทางที่ท่านเซ็นชื่อรับรองว่า ข้าคือสหายศึกที่ท่านไว้ใจที่สุด... ตลอดไป"
ค่ำคืนนั้น หุบเขาอเวจีลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำจากการคำนวณทิศทางลมของซูเหวินอย่างแม่นยำดุจเทพเจ้าพยากรณ์ กองทัพม้าเหล็กของฉินอี้ไม่เสียทหารแม้แต่นายเดียวจากการปะทะครั้งนี้ ศัตรูนับหมื่นแตกพ่ายไร้ทิศทาง แผนการลวงที่ทำให้กองทัพหลวงเชื่อว่าฉินอี้หนีทัพ กลับกลายเป็นความพินาศของศัตรูที่หมายจะซ้ำเติมเขา
ทว่า ในขณะที่ฉินอี้กำลังยืนมองกองซากศพศัตรูท่ามกลางแสงไฟที่ค่อยๆ มอดลง นายทหารคนสนิทก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "ท่านแม่ทัพ! มีสาส์นด่วนจากเมืองหลวง... แต่คราวนี้ไม่ใช่พระราชโองการจากจักรพรรดิ"
ฉินอี้รับม้วนกระดาษสีดำสนิทที่มีตราประทับรูปนกเหยี่ยวไร้ตามาเปิดอ่าน ลายมือภายในทำให้เขาชะงักงัน หัวใจที่เคยเยือกเย็นราวกับถูกกระชากด้วยความตกใจอย่างรุนแรง
*“ฉินอี้... ภรรยาที่เจ้าคิดว่าตายไปในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้อยู่ที่ตำหนักในเมืองหลวง หากเจ้าก้าวเท้าเข้าเขตกำแพงเมืองหลวงเพียงก้าวเดียว ศีรษะนางจะร่วงหล่นลงต่อหน้าเจ้าทันที”*
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นจากด้านหลังของกระโจม ซูเหวินปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย นางไม่ได้เดินมาเพื่อแสดงความยินดี แต่เดินมาพร้อมกับมีดสั้นที่ชุ่มไปด้วยเลือด นางวางมันลงบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ฉินอี้ต้องหยิบกระบี่ขึ้นมาอีกครั้ง
"ท่านแม่ทัพ... คนที่ส่งสาส์นฉบับนี้มา ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่หน้ากระโจมข้า แต่น่าเสียดายที่เขาสิ้นใจไปก่อนที่จะบอกว่า... ใครเป็นคนสั่งให้เขามา"
หวังว่าทุกท่านจะอรรถรสไปกับกลเกมและการเปิดปมที่ซ่อนอยู่นะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ
แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 2
กลยุทธ์พัดจันทรา
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!