กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนมากับเกล็ดหิมะสีขาวโพลนที่โปรยปรายลงสู่พื้นดิน ณ ด่านอุดรพิทักษ์ ดินแดนรกร้างอันเป็นประตูด่านสุดท้ายกั้นระหว่างแผ่นดินใหญ่กับชนเผ่าเร่ร่อนแดนเหนือ
ฉินอี้ตวัดกระบี่คู่กายตัดผ่านลำคอของนายกองศัตรูอย่างไม่ลังเล หยดโลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนอาภรณ์สีนิลประดับลายพยัคฆ์เงิน อาชาเหล็กแห่งกองทัพพยัคฆ์คูคำรามก้องท่ามกลางเสียงกรีดร้องของสงคราม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองไปรอบกายด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ไร้ซึ่งความปรานี
สงครามไม่ได้สอนให้เขารู้จักความเมตตา มันสอนให้เขารู้จักเพียงแค่ "ผู้รอด" กับ "ผู้ตาย" เท่านั้น
"ท่านแม่ทัพ! กองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับร้อยนายกำลังตีโอบจากหุบเขาเบื้องหลังขอรับ!" รองแม่ทัพควบม้าเข้ามาตะโกนรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ
ฉินอี้ไม่แม้แต่จะขยับคิ้ว เขากระชับบังเหียนม้าศึกในมือ แววตาฉายแววครุ่นคิดเพียงเสี้ยววินาที การซุ่มโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่การจู่โจมอย่างไร้ทิศทางของพวกโจรป่า ทว่าเป็นการเดินหมากที่คำนวณทิศทางลมและจังหวะเวลามาอย่างแม่นยำราatกับจับวาง นี่คือฝีมือของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามที่มีมันสมองเป็นเลิศ หรือไม่...ก็มีกุนซือผู้มองการณ์ไกลคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง
"ตั้งกระบวนทัพหน้ากระดาน ถอยร่นเข้าสู่แนวหุบเขาแคบ ห้ามผู้ใดแตกแถวเด็ดขาด" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจสั่งการออกไปอย่างเฉียบขาด ราวกับประกาศิตจากสวรรค์
ทว่า ในวินาทีที่กองทัพอาชาเหล็กกำลังเคลื่อนพลตามคำสั่ง เสียงฝีเท้าของม้าศึกและเสียงธนูแหวกอากาศก็ดังสนั่นหวั่นไหว ลูกธนูนับร้อยดอกราวกับห่าฝนพุ่งตรงลงมาจากหน้าผาสูงชัน เป้าหมายไม่ใช่ทหารแนวหน้า แต่คือจุดอับยุทธศาสตร์ที่ตัดเส้นทางถอยร่นของพวกเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ดวงตาของฉินอี้หรี่แคบลง
*นี่ไม่ใช่การซุ่มโจมตีธรรมดา... นี่คือการต้อนสัตว์เข้ากรง*
ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงเหล็กกระทบกันอย่างดุเดือด สายตาของฉินอี้พลันสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งที่ยืนสงบนิ่งอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ ร่างนั้นสวมใส่เสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวบริสุทธิ์กลมกลืนไปกับผืนหิมะ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบังด้วยผ้าแพรสีตองอ่อน ปราศจากอาวุธในมือ มีเพียงพัดขนนกกระเรียนโบกสะบัดอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังชมการแสดงงิ้วชุดใหญ่ในโรงละคร หาใช่สนามรบที่นองไปด้วยเลือด
สตรีผู้นั้น... นางกำลังมองตรงมาที่เขา
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองค่อนข้างไกล ทว่าสายตากลับประสานกันอย่างพพอดี แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริง แต่แววตาคู่คมคายคู่นั้นกลับเปี่ยมไปด้วยประกายปัญญาที่เย้ยหยันและท้าทาย ชวนให้หัวใจของแม่ทัพผู้ไร้ความรู้สึกเกิดริ้วรอยระลอกคลื่นความฉุนเฉียวขึ้นมาอย่างประหลาด
ซูเหวินหรี่ตามองแม่ทัพหนุ่มผู้เลื่องชื่อ นางหุบพัดในมือลงช้าๆ ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ซ่อนอยู่หลังผ้าคลุม
นางคือนักวางกลยุทธ์ผู้ถูกขนานนามว่า "กุนซือไร้ลักษณ์" ผู้ไม่เคยปรากฏตัวในสนามรบด้วยใบหน้าที่แท้จริง และในวันนี้ นางตั้งใจมาเพื่อเด็ดหัว "แม่ทัพอาชาเหล็ก" ผู้หยิ่งยโสผู้นี้โดยเฉพาะ
"ท่านแม่ทัพ ระวังตัวด้วยขอรับ!"
เสียงตะโกนพร้อมกับเงาดาบที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวดึงสติของฉินอี้ให้กลับคืนสู่สนามรบ เขี้ยวเล็บของพยัคฆ์หนุ่มตวัดกระบี่ปลิดชีพศัตรูในดาบเดียวอย่างเลือดเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชะง่อนผาอีกครั้ง
ทว่า ชะง่อนผานั้นกลับว่างเปล่า... ร่างของสตรีในชุดขาวหายลับไปกับสายลมและเกล็ดหิมะอย่างไร้ร่องรอย ราวกับภาพลวงตา
บนพื้นหิมะเบื้องล่าง เหลือเพียงรอยเท้าคู่หนึ่งที่ก้าวเดินอย่างมั่นคง และแผ่นป้ายไม้สลักอักษรจีนโบราณที่เขียนด้วยลายมืออันงดงามราวกับมังกรทะยานฟ้า ปักเอาไว้ด้วยลูกธนูสีดำสนิท
ฉินอี้ก้าวเข้าไปหยิบแผ่นป้ายไม้นั้นขึ้นมาพิจารณา เนื้อไม้ยังคงไออุ่นจางๆ พลอ่านข้อความสลักไว้ด้วยความรู้สึกที่กระแสเลือดในกายเย็นเยียบลงชั่วขณะ
*‘หมากกระดานนี้... ข้าขอเป็นผู้เดินเอง ท่านแม่ทัพ’*
มุมปากหยักลึกของฉินอี้กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายอำนาจของเขาถึงเพียงนี้ ความตายและความสูญเสียหล่อหลอมให้เขาเป็นดั่งหินผาไร้หัวใจ ทว่ายามนี้ หัวใจที่ด้านชามานานกลับเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยาม
ซูเหวิน... เจ้าเป็นใครกันแน่?
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะพลิกดูด้านหลังของแผ่นป้ายไม้ เสียงฝีเท้าของทหารสื่อสารคนเดิมก็ควบม้าเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
"ท่านแม่ทัพแย่แล้วขอรับ! มี... มีพระราชโองการด่วนที่สุดจากเมืองหลวง ส่งตรงมาถึงกองทัพหน้าด้วยตราประทับลับขององค์รัชทายาท!"
ฉินอี้ขมวดคิ้วมุ่น เขารับม้วนผ้าแพรสีเหลืองทองประทับครั่งแดงสดมาจากมือทหารสื่อสารด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด และเมื่อเขาคลี่มันออกอ่านด้วยแสงไฟจากคบเพลิง ข้อความเบื้องหน้ากลับทำให้ดวงตาของแม่ทัพผู้เยือกเย็นเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
— *พระราชโองการลับ: ให้ปลดแม่ทัพฉินอี้ออกจากตำแหน่งทันที ข้อหากบฏ และให้ส่งตัวกลับเมืองหลวงเพื่อรับโทษประหารโดยไม่มีข้อยกเว้น* —
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากประวัติศาสตร์หน้าใหม่นี้ด้วยกันนะครับ
แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 1
หิมะโปรยที่ชายแดน
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!