แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 21

กล้าหาญหรือบ้าบิ่น

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
เสียงเหล็กกระทบกันในความมืดระลอกแล้วระลอกเล่า คล้ายเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวกระชั้นในอกของทหารยามแคว้นเว่ยผู้เคราะห์ร้าย ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงอย่างไร้ซุ่มเสียง ใต้เงาไม้ใหญ่หน้าค่ายกลหลวง กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นสนเปียกชื้นยามราตรี ฉินอี้ในชุดเกราะหนังสีนิลสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาล ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดตามองความเคลื่อนไหวเบื้องหน้า ค่ายเสบียงของกองทัพใหญ่แคว้นเว่ยถูกสร้างขึ้นอย่างแน่นหนา มีหอคอยสูงตระหง่านและคบเพลิงส่องสว่างไสวทุกระยะสามสิบก้าว ทว่า สำหรับแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วน การป้องกันที่แน่นหนาย่อมมีจุดบอดที่ซ่อนเร้นเสมอ "ท่านแม่ทัพ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาจากรองแม่ทัพหลิวผู้ติดตามมาด้วยดังขึ้นอย่างระมัดระวัง "กองกำลังสนับสนุนของข้าศึกอยู่ห่างออกไปเพียงครึ่งก้านธูป หากเราถูกล้อม เกรงว่า..." "ไม่มีคำว่าหากสำหรับข้า" ฉินอี้เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดดั่งใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม มือใหญ่กระชับทวนเหล็กคู่กายแน่น ความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากตัวตนของเขาจนบรรยากาศรอบกายราวกับลดลงไปหลายองศา ภาพกองเสบียงหลวงนับแสนกระสอบที่ควรจะถูกส่งไปบรรเทาทุกข์ราษฎร แต่กลับถูกกักตุนไว้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้าง ปลุกเร้าเพลิงโทสะในอกให้ลุกโชนขึ้นอย่างเงียบงัน บาดแผลในใจจากการสูญเสียครอบครัวในสงครามเมื่อครั้งอดีตมิเคยจางหาย มันคือกรรมสิทธิ์แห่งความยุติธรรมที่เขาต้องทวงคืน ด้วยมือคู่นี้ ปัญหามิได้มีเพียงแค่การฝ่าเข้าไปเผาทำลาย ทว่าซูเหวินเคยเต้นรำอยู่บนเส้นด้ายแห่งการข่าว นางส่งข่าวลับมาก่อนหน้านี้แล้วว่า *'เสบียงมิได้กองรวมกันจุดเดียว ทว่าแบ่งออกเป็นสามคลัง และคลังกลางคือกับดักที่แท้จริง'* ฉินอี้ส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว ร่างนับสิบของหน่วยกล้าตายเคลื่อนตัวราวกับภูตผีไร้เงา พวกเขาปีนข้ามคูน้ำและรั้วหนามแหลมคมได้อย่างไร้เสียง ฝีเท้าเบาดั่งแมวป่า ความแม่นยำในการปลิดชีพทหารยามแต่ละนายแสดงถึงการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ทว่าหัวใจของฉินอี้กลับไม่ได้อยู่ที่การสังหาร เขากำลังคำนวณเวลา... เวลาที่ซูเหวินจะใช้ดำเนินแผนการซ้อนกลในเมืองหลวง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของแม่ทัพใหญ่ฝ่ายศัตรู *เจ้ากำลังทำอะไรอยู่... ซูเหวิน* เขาคิดในใจขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตกองเสบียงชั้นใน กลิ่นหอมหวานของฟางข้าวผสมกับกลิ่นดินปืนโชยเข้าจมูก ฉินอี้มองเห็นคลังเสบียงขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หีบไม้สนลงรักปิดผนึกอย่างดีเรียงรายเป็นชั้น ๆ ทว่าสิ่งที่ทำให้ฝีเท้าของเขาชะงักไปชั่วขณะ คือความเงียบงันที่ผิดปกติ... เงียบเกินไปสำหรับค่ายทหารที่มีกำลังพลนับหมื่น ทันใดนั้น แสงไฟจากคบเพลิงนับร้อยก็สว่างพรืดขึ้นพร้อมกันรอบทิศทาง! เสียงโห่ร้องกึกก้องราวกับฟ้าถล่ม ทหารแคว้นเว่ยรุดกรูออกมาจากเงาดำราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก ปิดตายทุกเส้นทางถอยรószอย่างสมบูรณ์แบบ บนหอคอยสูงปรากฏร่างของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเว่ย ผู้สวมเกราะทองคำอร่าม ตาหรี่มองลงมาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันราวกับผู้ล่ากำลังมองดูเหยื่อที่เดินเข้าสู่กรงด้วยความสมัครใจ "ฉินอี้! ข้ารอเจ้ามานานแล้ว" เสียงคำรามก้องกังวานกวาดผ่านสายลมราตรี "คิดว่าลอบเร้นเข้ามาในค่ายหลวงของข้า จะเป็นวีรบุรุษผู้กล้าหาญหรือ... ช่างบ้าบิ่นและโง่เขลานัก!" เหล่าทหารกล้าแคว้นฉินที่ติดตามมาต่างหน้าถอดสี อาวุธในมือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับวงล้อมมหึมา ทว่าฉินอี้หาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายืนหยัดอย่างมั่นคงดั่งขุนเขาไท่ซาน ดวงตาคมกริบกวาดมองกองกำลังนับพันที่โถมเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ไม่มีคำแก้ตัว ไม่มีท่าทีหวาดหวั่น มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของแม่ทัพผู้ไร้ความรู้สึก ซึ่งซ่อนไว้ซึ่งแผนการอันล้ำลึกที่แม้แต่ศัตรูก็ยังคาดไม่ถึง ในขณะที่คมดาบของศัตรูกำลังพุ่งเข้าประชิดตัว และเสียงฝีเท้าของม้าศึกนับร้อยกำลังสั่นสะเทือนพื้นดิน ทันใดนั้นเอง... เสียงระฆังเตือนภัยจาก *คลังเสบียงสำรอง* ทางทิศตะวันตกก็ดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยกลุ่มควันสีดำทึบที่พวยพุ่งสู่ท้องฟ้า รัศมีเพลิงลุกโชนกลืนกินราตรีให้กลายเป็นสีแดงฉาน แม่ทัพใหญ่แคว้นเว่ยบนหอคอยชะงักงัน สีหน้าเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความตื่นตระหนกในพริบตา เมื่อเสียงรายงานจากทหารวิ่งกระหựมเข้ามาว่า... *คลังเสบียงหลักและคลังอาวุธที่แท้จริงถูกเพลิงกาฬเผาผลาญจนหมดสิ้นโดยฝีมือของกองกำลังปริศนาที่เล็ดลอดเข้าไปอีกด้านหนึ่งแล้ว!* ฉินอี้แค่นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองตรงไปยังแม่ทัพศัตรู พร้อมกับยกทวนเหล็กขึ้นตั้งรับเตรียมเข้าปะทะ... ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะออกคำสั่งตีฝ่าวงล้อม ลูกธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศปักลงที่พื้นเบื้องหน้าเท้าของเขาอย่างแม่นยำ พร้อมกับร่างของม้าเร็วนายหนึ่งที่ควบตะบึงฝ่ากลุ่มควันเข้ามาด้วยสภาพสะินสะท้าน เลือดอาบร่าง และส่งเสียงตะโกนสุดเสียงที่ทำให้หัวใจของฉินอี้หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ท่านแม่ทัพ... แย่แล้วขอรับ! คุณหนูซูเหวิน... ถูกคนของสำนักเงาสวรรค์ลักพาตัวหายไปจากเรือนพักในเมืองหลวง ระหว่างที่นางกำลังเผด็จศึกการเมืองแล้ว!" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%