แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 25

ความภักดีที่ถูกทดสอบ

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
เสียงตบโต๊ะไม้จันทน์หอมดังสะท้านเรือนรับรอง ทว่าไร้ซึ่งเสียงสะท้อนอื่นใดเจือปน ราวกับความเงียบงันในยามวิกาลได้กลืนกินสรรพเสียงรอบตัวจนหมดสิ้น ราชโองการลับฉบับหนึ่งถูกกางอยู่เบื้องหน้าฉินอี้ ตัวอักษรสีชาดที่เขียนด้วยลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้ปรากฏเด่นชัด บ่งบอกถึงพระราชประสงค์ที่ต้องการให้กองทัพอาชาเหล็กเคลื่อนพลเข้ากวาดล้างสกุลหลี่ที่เมืองอุดรทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอไต่สวนความผิด แม้ว่าหลักฐานในมือกุนซือไร้ลักษณ์จะบ่งชี้ชัดเจนว่าขุนนางผู้ใหญ่เหล่านั้นถูกป้ายสีจากอำนาจมืดในราชสำนักก็ตาม "อำนาจในมือท่านเวลานี้... เปรียบเสมือนดาบอาคมที่สามารถชุบชีวิตผู้คน หรือบั่นคอผู้บริสุทธิ์ได้ในคราเดียว" ซูเหวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมพัดผ่าน นางยืนอยู่เบื้องแสงตะเกียงน้ำมันหอมเงาของร่างอรชรทอดทอดดยาวไปตามพื้นห้องปูด้วยเสื่อกก นิ้วเรียวบางรินชาอุ่นลงในจอกกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ กลิ่นหอมละมุนของใบชาหลงJingลอยกรุ่นขึ้นมาตัดกับบรรยากาศอันตึงเครียดภายในห้อง ฉินอี้ไม่ตอบคำถาม สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ระหว่าง "คำสั่งเบื้องสูง" ที่จะนำพาเขากลับสู่อำนาจอันยิ่งใหญ่และยศถาบรรดาศักดิ์ที่ตระกูลฉินโหยหามาหลายชั่วอายุคน กับ "ความถูกต้อง" และความยุติธรรมที่กุนซือสาวคอยย้ำเตือนอยู่เสมอ ภาพความทรงจำในวัยเยาว์วันเผาทำลายคฤหาสน์ตระกูลฉินผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ควันไฟสีดำทึบ เสียงกรีดร้อง และความอยุติธรรมที่ครอบครัวของเขาต้องเผชิญในอดีต คือแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย แต่วันนี้... ตัวเขาเองกำลังจะกลายเป็นผู้สร้างโศกนาฏกรรมเช่นนั้นให้กับสกุลหลี่ผู้บริสุทธิ์เสียเองหรือ? "หากข้าเลือกปฏิเสธราชโองการ..." ฉินอี้เอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็กน้อย "ทัพอาชาเหล็กจะถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ และเจ้า..." เขาเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาว "เจ้าจะพลอยลำบากไปด้วย" ซูเหวินวางจอกมาตรงหน้าแม่ทัพหนุ่ม แววตาของนางไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม นางแย้มยิ้มบางเบາ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและปัญญาอันลึกซึ้ง "ข้าเลือกเดินตามเส้นทางนี้ เคียงข้างท่าน... มิใช่เพราะต้องการเห็นท่านก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยคราบเลือดของผู้อื่น" นางโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากเฉียดผ่านหัวไหล่กว้างที่หุ้มด้วยเกราะหนังชั้นดี "แต่เพราะข้าเชื่อมั่นว่า แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาชาเหล็ก จะไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรม แม้แต่เงาของพระองค์เองก็ตาม" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าคราวนี้มันเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ที่หนักหน่วง ฉินอี้ยื่นมือออกไปสัมผัสจอกชาอุ่นที่ซูเหวินรินให้ ปลายนิ้วของทั้งสองแตะโดนกันโดยบังเอิญ ความเย็นยะเยือกจากเกราะเหล็กปะทะเข้ากับความอุ่นซ่านจากปลายนิ้วของนาง สติสัมปชัญญะของเขาถูกดึงกลับมาสู่ความเป็นจริงอันโหดร้าย ถ้าเขาเลือกอำนาจ เขาจะได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา แต่จะสูญเสียจิตวิญญาณและความรักจากสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยปัญญาคนนี้ไปตลอดกาล แต่ถ้าเขาเลือกความถูกต้อง เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่พร้อมจะบดขยี้เขาให้แหลقคามือ ฉินอี้สูดลมหายใจเข้าลึก ศาสตราวุธคู่กายถูกวางลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เขามองหน้าซูเหวินด้วยแววตาที่ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยของความลังเลใจหลงเหลืออยู่อีกต่อไป "เตรียมกระดาษและพู่กัน... ข้าจะเขียนฎีกาถวายฎีกาคัดค้านด้วยเลือดของตนเอง" ทว่า... ก่อนที่ซูเหวินจะได้ขยับตัวหยิบอุปกรณ์ตามคำสั่ง ประตูไม้สักแกะสลักของเรือนรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ลมหนาวราวน้ำแข็งพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวไฟในตะเกียงไหววูบเกือบดับ เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง โดยมีทหารองครักษ์เสื้อแพรนับสิบนายยืนล้อมรอบเรือนเอาไว้จนแน่นหนา "ไม่ต้องลำบากเขียนฎีกาหรอกท่านแม่ทัพ..." เสียงหัวเราะแหבריดดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีเอกข้างกายฮ่องเต้ มือขาวซีดดั่งศพยื่นพระราชโองการสีทองอร่ามอีกฉบับออกมาเบื้องหน้า "เพราะฮ่องเต้มี ‘พระราชโองการด่วนที่สุด’ อีกฉบับมามอบให้ท่าน... ในข้อหากบฏต่อแผ่นดินร่วมกับสกุลหลี่!" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับยอดกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%