"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นครับ ลูน่า... ผมรู้ว่าเธอไม่ได้ใสซื่อขนาดจะดูไม่ออกว่าผมกำลังคิดอะไร"
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในถ้ำหินปูนชื้นแฉะ แสงสลัวจากหินเรืองแสงบนเพดานสะท้อนกับใบหน้าของภูติตัวจิ๋วที่ลอยคว้างอยู่ตรงหน้า เธอไม่ได้ตอบโต้ แต่กลับลดระดับการบินลงจนเกือบแตะไหล่ของผม นิ้วเล็กๆ ของเธอกำชายเสื้อคลุมมือใหม่ของผมแน่นจนขึ้นข้อ
ลูน่าเม้มปาก ดวงตาสีอเมทิสต์ของเธอวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด "ถ้าเรย์คิดว่าความเศร้าของฉันคือกับดัก... งั้นก้าวแรกที่ท่านจะก้าวออกไปจากจุดปลอดภัยนี้ ก็คงเป็นหลุมศพของท่านเองนะครับ"
น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบจนผิดวิสัยภูติไกด์ทั่วไป ไม่ใช่คำเตือน แต่เป็นคำประกาศิต ผมแค่นยิ้มที่มุมปาก เก็บดาบเหล็กขึ้นสนิมเข้าฝัก สายตาเพ่งมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าผ่านจอโฮโลแกรมที่แสดงค่าสถานะของบอสประจำพื้นที่—*‘เจ้าถิ่นแห่งรอยแยก’ เลเวล 15*
นี่คือบททดสอบแรกของการเริ่มต้นใหม่ ในโลกที่ระบบเพี้ยนไปจากความทรงจำของผม
ผมก้าวผ่านม่านหมอกสีเทาเข้าสู่ลานกว้าง หัวใจเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นเยือกเย็น ประสบการณ์จากการตายครั้งก่อนสอนให้รู้ว่า อย่าได้สู้ด้วยกำลัง แต่จงสู้ด้วย 'จังหวะ'
*โฮก!*
เสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นจากเงามืด ร่างมหึมาของหมาป่าเพลิงทมิฬพุ่งทะยานออกมาจากเงามืด เขี้ยวของมันเรืองแสงสีส้มราวกับลาวา มันไม่ได้พุ่งเข้าใส่ทันที แต่มันเลือกที่จะวนรอบตัวผมเหมือนนักล่าที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อ
"เรย์! อย่ามองที่ตัวมัน แต่มองที่จุดเชื่อมต่อของพลังเวทที่อุ้งเท้าซ้ายนั่น!" ลูน่าตะโกนบอก เธอไม่ได้หลบซ่อนอีกต่อไป แต่กลับบินวนอยู่เหนือหัวผม ราวกับกำลังบังคับทิศทางของสายลม
ผมไม่รอช้า พุ่งตัวสไลด์ไปบนพื้นทรายหยาบ มือคว้าเอา 'ระเบิดน้ำแข็งแห้ง' ที่เก็บได้จากซากศพก่อนหน้านี้ขึ้นมา นี่คือไอเทมขยะที่ไม่มีใครใช้ แต่สำหรับผม... มันคือตัวเปลี่ยนเกม
*ปัง!*
ผมขว้างระเบิดเข้าที่อุ้งเท้าซ้ายของมันทันทีที่มันกำลังจะกระโจนเข้าใส่ ไอเย็นจัดปะทะกับเปลวไฟที่ปกคลุมร่างหมาป่าจนเกิดเสียงระเบิดไอน้ำพุ่งกระจายไปทั่ว เจ้าหมาป่าเสียหลักล้มคะมำ ความเร็วของมันลดลงอย่างเห็นได้ชัด และที่สำคัญที่สุด... บัฟเกราะเพลิงของมันหายไปชั่วขณะ
ผมไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ ผมดีดตัวขึ้นจากพื้น ลากดาบผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมสูง พุ่งเข้าแทงที่จุดอ่อนบริเวณใต้กรามซึ่งเป็นรอยแยกของชุดเกราะธรรมชาติ มันคือตำแหน่งเดียวที่ระบบทิ้งช่องว่างไว้ให้ผู้เล่นที่ช่างสังเกต
"จบกันทีครับ" ผมพึมพำ
คมดาบทะลุผ่านเนื้อหยาบกร้าน แรงกระแทกจากการโจมตีจุดตายทำให้ค่า HP ของมันลดวูบจนถึงขีดแดง หมาป่าเพลิงทมิฬแผดเสียงร้องโหยหวนก่อนที่ร่างจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง ไอเทมดรอปชิ้นหนึ่งตกลงมาบนพื้น—ผลึกใสที่ส่องประกายสีฟ้าเข้ม
ผมทรุดเข่าลงกับพื้น หอบหายใจถี่ด้วยความเหนื่อยล้า พลังงานสำรองของร่างนี้ยังน้อยเกินไป ผมหยิบผลึกนั้นขึ้นมาดู มันไม่ใช่ไอเทมทั่วไป แต่เป็น 'กุญแจมิติที่เสียหาย' ซึ่งเซธ... อดีตเพื่อนร่วมทีมผู้หักหลังผม—เคยตามหามันแทบพลิกแผ่นดินในชาติก่อน
ลูน่าบินลงมาเกาะบนไหล่ผมอีกครั้ง แววตาของเธอไม่มีความเศร้าอีกแล้ว มันเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว "ท่านทำสำเร็จเร็วกว่าที่คาดไว้มากนะครับ เรย์... แต่น่าเสียดายที่ท่านเพิ่งจะเปิดประตูที่ท่านไม่ควรเปิด"
"เธอหมายความว่ายังไง ลูน่า?" ผมถามพลางขมวดคิ้ว มือกระชับผลึกในมือแน่น
ลูน่าไม่ตอบ เธอเพียงแค่ชี้ไปยังหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาเองโดยที่ผมไม่ได้สั่ง ท้องฟ้าในเกมที่ควรจะเป็นสีครามยามเย็น กลับถูกฉีกออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท และที่กลางรอยแยกนั้น... ร่างของชายผู้หนึ่งในชุดเกราะสีนิลสนิทที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังก้าวออกมา
เซธ...
ใบหน้าของเขายังคงเย็นชาและดุดันเหมือนวันที่เขาแทงดาบทะลุหัวใจผม เขามองลงมาที่ผมผ่านหน้าจอโฮโลแกรมราวกับมองมดปลวก ก่อนจะยกยิ้มที่ทำให้ผมขนลุกไปทั้งร่าง
"หาเจอแล้วนะ... สิ่งที่หายไปจากบัญชีรายชื่อผู้เล่นที่ควรจะตายไปแล้ว"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในจุดเริ่มต้นของตำนานนี้นะครับ กิลด์มาสเตอร์เอส
Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ•ตอนที่ 3
ล่ามอนสเตอร์ตัวแรก
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!