เสียงโลหะกระทบกันครั้งสุดท้ายดังสนั่นก้องกาสابلดั่งเสียงคำรามของอสูรกายแห่งความตาย เศษซากพิกเซลสีครามแตกกระจายราวกับละอองดาวร่วงหล่นสู่ผืนดินสีเทาหม่นของดันเจี้ยนโหนดหายนะ
เรย์เบิกตากว้าง มือที่ถือดาบสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเหนื่อยล้าแผ่ซ่านไปตามเส้นประสาททุกเส้น เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงตามโครงหน้าคมคายที่สะท้อนแสงเรืองรองจากหน้าต่างระบบสีฟ้าใสตรงหน้า
"เหลือเชื่อ..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากที่แห้งผากของเขา ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังร่างของมินิบอสระดับตำนานที่เพิ่งสลายหายไป
ลูน่า ภูติตัวจิ๋วปีกใสบินวนรอบใบหูของเขา สีหน้าของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยความดีใจเหมือนทุกครั้ง ตรงกันข้าม แววตากลมโตกลับฉายแววหวาดวิตกอย่างเห็นได้ชัด
"เรย์... ระดับมานาในตัวคุณตกลงไปสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วนะ พักก่อนเถอะค่ะ... เอ้ย... พักก่อนเถอะครับ ระบบเตือนว่าโหนดนี้มีความผิดปกติทางโครงสร้างข้อมูล มันกำลังดูดกลืนพลังชีวิตของคุณเพื่อชดเชยช่องโหว่ของเกม" ลูน่าเผลอใช้สรรพนามผิดพลาดด้วยความร้อนรน แต่เธอก็รีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน
เรย์ไม่ตอบคำถามนั้น เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก สายตายังคงจับจ้องไปยังจุดที่บอสทิ้งร่องรอยไว้ เบื้องหน้าของเขามีแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมา—สัญญาณของการดรอปไอเทมระดับเรритеท์สูงสุดที่ผู้เล่นทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์ต่างเฝ้ารอคอย
*ตึง!*
กล่องสมบัติโบราณที่สลักลวดลายด้วยอักขระเวทมนตร์โบราณปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันส่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับมีชีวิต เรย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วให้กลับมาสงบ ภายใต้ความเยือกเย็นที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดความอ่อนแอในอดีต ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เขากำลังเดิมพันทุกอย่างที่มีอยู่กับก้าวต่อไปนี้
ก้าวที่อาจทำให้เขยิบเข้าใกล้การแก้แค้นเซธ จักรพรรดิเงา ผู้ชายคนที่ทรยศหักหลังเขาในอดีต หรือไม่ก็... ดิ่งพสุธาสู่ความตายที่ไม่มีวันฟื้นคืนชีพ
"เปิด." เรย์เอ่ยสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว ปลายดาบในมือถูกปักลงกับพื้นเพื่อพยุงร่างที่เริ่มตึงเครียดจากอาการกล้ามเนื้อล้า
ฝากล่องสมบัติค่อยๆ เคลื่อนตัวเปิดออกอย่างช้าๆ ไอน้ำสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามเข้มของดันเจี้ยน และวินาทีต่อมา ประกายแสงสีเงินยวงก็พาดผ่านนัยน์ตาของเรย์ มันไม่ใช่แสงธรรมดา แต่มันคือแสงที่สะท้อนความเร็วอันไร้ขีดจำกัด
สิ่งที่นอนนิ่งอยู่ก้นกล่องคือรองเท้าหนังหุ้มข้อสีเงินยวง ลวดลายบนตัวรองเท้าถักทอด้วยเส้นใยแห่งสายลมบริสุทธิ์ ทุกครั้งที่มันขยับไหว แม้จะไม่มีลมพัดผ่าน รอบตัวมันกลับเกิดกระแสลมหมุนวนขนาดเล็กกรีดแทะอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิว
[ระบบแจ้งเตือน: คุณได้รับไอเทมระดับตำนาน (Legendary Item) - 'รองเท้าแห่งลม' (Windwalker's Greaves)]
[คำอธิบายไอเทม: รองเท้าที่ถูกหลอมขึ้นจากเจตจำนงของภูติลมโบราณ เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ +300% และมอบสกิลติดตัว 'ก้าวพริบตา' (Blink Step) ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถเคลื่อนย้ายพิกัดในเสี้ยววินาทีโดยไร้ดีเลย์ แต่หากผู้สวมใส่มีค่าความอึดต่ำกว่าเกณฑ์ ร่างกายอาจไม่สามารถรองรับแรงเหวี่ยงและความเร็วระดับนี้ได้]
ลูน่าบินเข้าไปใกล้รองเท้านั้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "เรย์! นั่นมัน... ไอเทมชิ้นนั้นถูกลบออกจากฐานข้อมูลหลักตั้งแต่แพตช์อัปเดตใหญ่เมื่อสามปีก่อนไม่ใช่เหรอคะ... เอ๊ย ครับ! มันมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ยังไง!"
เรย์ไม่ได้ตอบคำถามของภูติตัวจิ๋ว เขานั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ยื่นมือออกไปสัมผัสผิวเนื้อหนังของรองเท้าแห่งลมทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกระแสลมเย็นเฉียบ กระแสพลังงานมหาศาลก็พุ่งทะยานเข้าสู่แขนและลำตัวของเขาราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง
ร่างกายของเรย์กระตุกวูบ เขารู้สึกได้ถึงเลือดในกายที่สูบฉีดด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า ตัวเลขค่าสถานะความเร็วบนหน้าต่างระบบพุ่งทะยานขึ้นแบบเรียลไทม์จนน่ากลัว จากเดิมที่รวดเร็วอยู่แล้ว ตอนนี้มันแทบจะก้าวข้ามขีดจำกัดของเอนจิ้นเกมไปเสียด้วยซ้ำ
"นี่สินะ... พลังที่จะทำให้ฉันตามทันเงาของมัน" เรย์พึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับฉายแววความเจ็บปวดจากการที่พลังงานมหาศาลกำลังกัดกินเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของเขา
เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว—และนั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่
*ฟึ่บ!*
ร่างของเรย์หายลับไปจากจุดที่ยืนอยู่โดยไม่มีแม้แต่เสียงแหวกอากาศ แรงเหวี่ยงจากการขยับตัวด้วยความเร็วระดับ +300% ทำให้มิติรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำ ร่างของเขาพุ่งชนเข้ากับผนังหินของดันเจี้ยนอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หินผาแตกละเอียดเป็นผุยผง
"อึก..." เรย์ทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกจากมุมปาก ค่าพลังชีวิต (HP) ของเขาหล่นฮวบลงเหลือเพียงขีดสีแดงสุดท้ายในพริบตาเดียว
"เรย์! ฉันเตือนคุณแล้วไงคะ... เอ้ย! ครับ!" ลูน่าบินมาเกาะที่แก้มของเขาด้วยความตกใจ น้ำตาคลอเบ้า "รองเท้าคู่นี้มันอันตรายเกินไป ร่างกายของคุณยังปรับสภาพไม่ทัน ถ้าฝืนใช้สกิล 'ก้าวพริบตา' อีกครั้ง เซลล์ข้อมูลของคุณจะแตกสลายนะ!"
เรย์ใช้มือข้างหนึ่งเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังรองเท้าสีเงินยวงที่ตอนนี้สงบนิ่งลงแล้ว แม้ร่างกายจะเจ็บปวดเจียนตาย แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เขารู้ดีว่าหากปราศจากความเร็วด้านนี้ เขากไม่มีทางทลายเกราะป้องกันของเซธในศึกตัดสินได้เลย
"เจ็บปวดแค่นี้... ยังน้อยกว่าความรู้สึกของวันที่ฉันถูกมันผลักตกลงไปในเหวลึกแห่งความตาย" เรย์เอ่ยเสียงกระซิบ ลมหายใจหอบถี่แต่หนักแน่น เขายื่นมือออกไปสวมรองเท้าแห่งลมเข้ากับเท้าทั้งสองข้างอย่างไม่ลังเล
ทันทีที่สวมใส่เสร็จสิ้น โลกทั้งใบก็ดูเหมือนจะช้าลงอย่างเห็นได้ชัด หยดเหงื่อที่กำลังร่วงหล่นลงสู่พื้นดูคล้ายกับเคลื่อนไหวแบบสโลว์โมชั่น สายลมรอบตัวกลายเป็นบริวารที่พร้อมจะพัดพาเขาไปทุกหนแห่งตามจิตใต้สำนึก
เรย์ทดลองก้าวเท้าอีกครั้ง คราวนี้เขากำหนดลมหายใจ ควบคุมสมาธิไม่ให้พลังงานตีกลับเข้าตัว ร่างกายของเขากลายเป็นเงาสีเงินเลือนราง พริบตาเดียวเขาก็สามารถเคลื่อนย้ายจากจุดเดิมไปยืนอยู่ ริมหน้าผาของดันเจี้ยนโดยแทบไม่รู้ตัว ความเร็วระดับนี้... ต่อให้เป็นเซธในร่างจักรพรรดิเงา ก็ยากที่จะมองตามทันด้วยตาเปล่า
"เยี่ยม... เร็วจนแม้แต่ระบบก็ยังจับภาพฉันไม่ได้" เรย์พึมพำขณะมองร่องรอยการเคลื่อนไหวของตนเองที่ทิ้งไว้เพียงประกายแสงสีฟ้าจางๆ
ทว่า ในขณะที่เขากำลังทดสอบขีดจำกัดใหม่ของตนเองอยู่นั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิในดันเจี้ยนลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงคำรามของลมหายใจจากความว่างเปล่าดังขึ้น ราวกับมีบางสิ่งกำลังจับจ้องมองพวกเขาจากมิติที่ซ่อนเร้น
ลูน่าตัวสั่นเทา เธอถอยหลังกรูดไปหลบอยู่หลังใบหูของเรย์ เสียงของภูติตัวจิ๋วสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เร... เรย์คะ... เอ๊ย! ครับ... นั่นไม่ใช่ มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนี้... ฉัน... ฉันสัมผัสได้ถึงซิกเนเจอร์โค้ดแบบเดียวกับเซธ...!"
เรย์ชะงัก ร่างที่เพิ่งได้รับความเร็วเหนือมนุษย์หยุดนิ่งสนิท มือที่กำด้ามดาบกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ เขากวาดสายตาคมกริบมองไปรอบตัวท่ามกลางความมืดมิดของผนังหินที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันสีดำสนิท
ไม่มีทางที่เซธจะรู้พิกัดของเขาในเวลานี้... หรือว่า...
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า ท่ามกลางความมืดที่ค่อยๆ บิดตัวเป็นรูปร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากอนามัยสีเงินลายประหลาด ดวงตาคู่สีม่วงเข้มทอประกายเย้ยหยันมองตรงมาที่เรย์ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเหนือกว่าปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของแขกยามวิกาลผู้ไม่ได้รับเชิญ
"ทำได้ดีมากเพื่อนเก่า... นายใช้เวลาแค่สามสิบสี่ตอนเองนะ กว่าจะหากุญแจดอกนี้เจอ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยทักทาย พร้อมกับที่ปลายเท้าของชายคนนั้นเหยียบบนพื้น โดยไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย
เรย์เบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง ความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้พุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุดในเสี้ยววินาที
---
*[โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้... จุดจบของการพบกันครั้งแรกหลังจากความตายจะลงเอยอย่างไร? เมื่อความเร็วของรองเท้าแห่งลมต้องปะทะกับพลังบักของจักรพรรดิเงา รี้ดเดอร์ทุกท่านเตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลยครับ!]*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเรย์มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ
Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ•ตอนที่ 34
ดรอปไอเทม: รองเท้าแห่งลม
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!