“ถ้าขยับตัวช้ากว่านี้อีกเสี้ยววินาที ข้อมูลในสมองของนายคงกลายเป็นขี้เถ้าไปพร้อมกับเศษหินพวกนั้นแล้วล่ะครับ”
เสียงของลูน่าดังก้องในโสตประสาทขณะที่ผมกระโจนฝ่าม่านฝุ่นที่พุ่งเข้าใส่ดั่งห่ากระสุน แผ่นหลังของผมกระแทกเข้ากับผนังหินที่ยังคงมั่นคงเพียงจุดเดียวในดันเจี้ยนที่กำลังจะพังทลายลงสู่ความมืดมิด เสียงคำรามกึกก้องของหินผาที่บดขยี้กันเองไม่ใช่เสียงของธรรมชาติ แต่เป็นเสียงที่ถูกโปรแกรมขึ้นเพื่อเร่งเร้าอัตราการเต้นของหัวใจผู้เล่น
ผมหอบหายใจหนักหน่วง สายตาจ้องเขม็งไปยังทางออกที่ถูกปิดตายด้วยเศษหินขนาดมหึมา ในมือของผม เศษเสี้ยวผลึกที่เซธทิ้งไว้ยังคงสั่นระริก แรงสั่นสะเทือนของมันส่งผลต่อโครงสร้างของดันเจี้ยนระดับ D แห่งนี้โดยตรง นี่ไม่ใช่แค่ดันเจี้ยนธรรมดา แต่มันคือกับดักที่เซธวางไว้เพื่อกำจัดผมตั้งแต่เริ่มต้น
“ลูน่า... วิเคราะห์เส้นทางการไหลของมานาตอนนี้” ผมสั่งเสียงเรียบ แม้ใจจะเต้นระรัวราวกับกลองรบ
“พื้นที่ตรงหน้ากำลังถูกทับถมด้วยหินหนักสามพันตัน โอกาสรอดคือศูนย์... ยกเว้นแต่นายจะทำสิ่งที่บ้าคลั่งที่สุดเท่าที่เคยทำมา” ภูติตัวจิ๋วบินวนรอบตัวผม แสงสีฟ้าอ่อนจากร่างกายของเธอดูหม่นแสงลงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่กดดัน “ใช้เศษเสี้ยวผลึกนั่นฝังลงในช่องว่างของระบบที่เซธสร้างขึ้น ระบบจะมองว่านายเป็นส่วนหนึ่งของดันเจี้ยน และนั่นจะทำให้เกราะป้องกันของนายโอเวอร์โหลดจนพุ่งทะลุเลเวล!”
ผมไม่รีรอ นิ้วมือที่สั่นเทาจากการใช้แรงปะทะคว้าเศษเสี้ยวผลึกขึ้นมา มันร้อนฉ่าราวกับถ่านที่กำลังลุกไหม้ ผมพุ่งตัวเข้าไปในช่องว่างรอยแยกของกำแพงหินที่ดูเหมือนบัคของกราฟิกมากกว่าจะเป็นผนังถ้ำปกติ
*‘เอาเลยครับ... อย่าได้ปรานีกับระบบที่พยายามจะฆ่าเรา’*
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับรอยแยก หน้าต่างสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า: **[Warning: Critical Error! คุณกำลังแทรกแซงโหนดหายนะ หากล้มเหลว ข้อมูลตัวละครจะถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์!]**
ผมแสยะยิ้มที่มุมปาก นี่คือความเสี่ยงที่ผมต้องการ การอัปเลเวลแบบก้าวกระโดดไม่ได้มาจากการฆ่ามอนสเตอร์โง่ๆ แต่มาจากการเหยียบย่ำกฎของระบบที่เซธจงใจสร้างขึ้น ผมกดปุ่ม ‘ยอมรับ’ อย่างไม่ลังเล
แรงอัดมหาศาลพุ่งเข้าสู่ร่าง กราฟิกโดยรอบบิดเบี้ยวจนกลายเป็นเส้นสายสีขาวโพลน ผมรู้สึกเหมือนถูกฉีกกระชากวิญญาณออกจากร่าง เลเวลที่เคยหยุดนิ่งที่ระดับ 15 เริ่มวิ่งพล่านราวกับคนบ้า 16... 20... 25... ตัวเลขพุ่งขึ้นสูงจนมองแทบไม่ทัน
“แค่นี้ยังไม่พอ!” ผมตะโกนแข่งกับเสียงระเบิดของดันเจี้ยน ผมควักไอเทมเพิ่มค่าสถานะ ‘น้ำยาหยดเลือดแห่งเงา’ ขึ้นมาดื่มรวดเดียว มันคือไอเทมระดับตำนานที่ผมดรอปได้จากบอสลับในบทก่อน ซึ่งปกติจะใช้ได้ต่อเมื่อถึงเลเวล 30 เท่านั้น
ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับถูกเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทง เลือดกำเดาไหลซึมออกมาจากจมูก สายตาของผมพร่ามัวลงชั่วขณะ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองสว่างวาบขึ้น ดันเจี้ยนทั้งดันเจี้ยนก็หยุดชะงักลงราวกับเวลาถูกหยุดไว้ เสียงหินถล่มเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของผม
**[Level Up: 45]**
**[ยินดีด้วย คุณกลายเป็นผู้บุกรุกที่แทรกซึมเข้าสู่โหนดหายนะสำเร็จ!]**
ผมยืนหยัดขึ้นอย่างมั่นคง สายตาที่เคยเหนื่อยล้าบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นแววตาของผู้ล่าที่ผ่านการชุบตัวจากความตาย ลูน่าบินมาเกาะที่ไหล่ของผม แววตาของเธอดูลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นแค่ระบบไกด์ธรรมดา
“นายรอดมาได้... และที่สำคัญ นายดึงข้อมูลสำคัญบางอย่างออกมาได้ด้วย” เธอกระซิบข้างหู
ผมหยิบผลึกในมือขึ้นมาดู มันไม่ได้มีแค่ข้อมูล แต่ในเนื้อผลึกนั้นมีเงาของใครบางคนสะท้อนอยู่ เซธ... เขาไม่ได้แค่ต้องการฆ่าผม แต่เขาต้องการ ‘ยึดครอง’ ทุกอย่างที่ผมเคยสร้างขึ้นก่อนที่เซธจะหักหลัง
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของดันเจี้ยนที่ควรจะไม่มีใครอยู่ มันเป็นเสียงรองเท้าบูทที่กระทบพื้นหินอย่างเป็นจังหวะ ราวกับกำลังเดินผ่านพรมแดงในงานเต้นรำ
“ยินดีด้วยนะเรย์ นายทำได้ดีกว่าที่ฉันคิดไว้มาก...” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในเงามืด พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทที่ค่อยๆ ก้าวออกมา เขาคือเซธ ตัวจริงไม่ใช่เพียงแค่เงา
เขามองมาที่ผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสารและเหยียดหยาม “แต่น่าเสียดายนะ เพราะดันเจี้ยนที่นายเพิ่ง ‘เคลียร์’ ไปเนี่ย... จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ดันเจี้ยนหรอก แต่เป็น ‘กรงขัง’ ที่ฉันสร้างไว้เพื่อเลี้ยงให้แกแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่ฉันจะได้กลืนกินเลเวลของนายในตอนที่นายขึ้นสู่จุดสูงสุดยังไงล่ะ”
เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว รอยแยกมิติสีม่วงที่อยู่ด้านหลังเขาก็เปิดออก เผยให้เห็นกองทัพเงาที่ผมคุ้นเคยดี มันคือทหารระดับ Elite ที่ผมเคยร่วมสร้างมากับมือ แต่วันนี้พวกมันกลับชี้ปลายดาบมาที่ลำคอของผม
“เอาล่ะ ถึงเวลาทวงคืน ‘บันทึกตำนาน’ ของนายแล้วหรือยัง... เพื่อนเก่า?”
ผมกระชับดาบในมือแน่น เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมผ่านแผ่นหลัง บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวจนแม้แต่ระบบยังไม่สามารถแจ้งเตือนสถานะได้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่บอสระดับ D อีกต่อไป แต่เป็นฝันร้ายที่ผมต้องเผชิญด้วยตัวเองในฐานะผู้เล่นที่ไม่มีพันธมิตรเหลืออยู่อีกต่อไป
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้นะครับ กิลด์มาสเตอร์เอสจะรีบกลับมาพร้อมความมันส์ในตอนหน้าครับ!
Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ•ตอนที่ 9
บททดสอบดันเจี้ยนระดับ D
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!