“ขยับไปทางซ้ายอีกนิด... ใช่ครับ แบบนั้นแหละ อย่าให้ค่าความเสถียรของเกราะตกลงต่ำกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่อย่างนั้นพวกเราได้กลายเป็นศพเฝ้าหน้าประตูเมืองแทนการเป็นผู้พิชิตแน่”
เสียงทุ้มต่ำของเรย์ดังแทรกผ่านความโกลาหลเบื้องหน้า สายตาของเขาสะท้อนภาพกำแพงเมืองอาร์คคาเดียที่กำลังสั่นสะท้าน แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากการโจมตีของ ‘มอนสเตอร์ระดับตำนาน’ ที่ถูกอัญเชิญมาโดยความวิปริตของระบบ ทำให้หินแกรนิตหนาเตอะแตกร้าวเหมือนขนมปังกรอบ
“เรย์! นายบ้าไปแล้วหรือเปล่า?” ลูน่าในร่างภูติตัวจิ๋วบินวนรอบศีรษะเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แสงสลัวจากปีกของเธอสั่นไหวตามจังหวะชีพจรที่เต้นถี่ “นี่มันไม่ใช่บอสกิจกรรมปกติ แต่มันคือบัคระดับโลกที่เซธตั้งใจปั่นป่วนเพื่อดึงความสนใจจากระบบป้องกัน... นายกำลังจะเดินเข้าหาปากเหวชัดๆ!”
เรย์ไม่ได้ตอบทันที เขาสงบนิ่งประหนึ่งผืนน้ำในคืนที่ไม่มีลม เขากำลังตรวจสอบ ‘ดัชนีค่าความเสียหาย’ บนหน้าต่างสถานะที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ นิ้วเรียวยาวเลื่อนผ่านข้อมูลไอเทมเสริมพลังนับสิบชิ้นก่อนจะหยุดอยู่ที่ขวดน้ำยาสีดำสนิทที่ขอบขวดมีไอเย็นจางๆ ลอยออกมา
“ความวุ่นวายคือกุญแจ ลูน่า” เรย์กล่าวพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก “เซธต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของเหล่าผู้เล่นระดับสูงให้ไปกระจุกตัวอยู่กับบอสที่หน้าเมือง เพื่อที่เขาจะได้แทรกตัวเข้าไปใน ‘รอยแยกแห่งรหัส’ ที่อยู่ใจกลางปราสาทได้สะดวกขึ้น... เขาคิดว่าผมจะโง่พอที่จะไปร่วมวงสังหารบอสเหมือนคนอื่นๆ งั้นเหรอ?”
“หมายความว่า...”
“หมายความว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังรุมสับเจ้าสัตว์ประหลาดนั่น ผมจะไปรอต้อนรับ ‘แขกพิเศษ’ ของผมที่ทางเข้าลับใต้ดิน” เรย์เก็บไอเทมเข้ากระเป๋ามิติ สายตาของเขาจดจ้องไปที่เงาดำสายหนึ่งที่กำลังแหวกฝูงมอนสเตอร์เข้ามา เซธไม่ได้มาเพื่อสู้กับบอส แต่มันมาเพื่อเช็คความเรียบร้อยของเครื่องสังเวย
ท้องฟ้าเหนือเมืองอาร์คคาเดียถูกย้อมด้วยสีม่วงคล้ำจากการบิดเบี้ยวของมิติกาลเวลา เสียงคำรามของบอสตัวมหึมาดังสนั่นจนหูอื้อ ผู้เล่นนับพันกำลังวิ่งพล่าน ดาบและเวทมนตร์ถูกระดมใส่เป้าหมายใหญ่ด้วยความหวังว่าจะได้รับไอเทมระดับตำนาน ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่านี่คือกับดักขนาดมหึมาที่ถูกวางหมากไว้ล่วงหน้า
เรย์ขยับตัวด้วยความรวดเร็วและเงียบเชียบ เขาสวมผ้าคลุมพรางกายที่ถักทอจากเกล็ดของมังกรเงา ร่างกายของเขากลมกลืนไปกับความมืดมิดของตรอกซอกซอย ทุกก้าวที่เดินคือการคำนวณระยะห่างระหว่างเขากับเซธที่กำลังก้าวเดินอย่างมั่นใจบนยอดกำแพง
“เรย์ ฟังนะ...” ลูน่ากระซิบเสียงแผ่ว “เซธเปลี่ยนไปแล้ว พลังที่เขาใช้ไม่ใช่สกิลของเกม แต่มันคือการแทรกแซงโค้ดดิ้งโดยตรง ถ้าเราเข้าใกล้เกินไป ระบบอาจจะตรวจจับเราว่าเป็นส่วนหนึ่งของบัคและลบตัวตนของเราทิ้งทันทีนะ!”
เรย์หยุดกะทันหัน เขาแตะหลังมือลงบนกำแพงหินที่สั่นสะเทือนเป็นระยะ “ลูน่า ถ้าผมไม่ทำตอนนี้ โลกในเกมนี้ก็จะพังทลายลงอยู่ดี การเป็นผู้พิชิตไม่ได้หมายถึงการเก็บเลเวลไปวันๆ แต่มันคือการปกป้องสิ่งที่เหลืออยู่จากการถูกทำลายโดยคนที่อ้างตัวว่าเป็นพระเจ้า”
ชายหนุ่มชักดาบ ‘สลักจิต’ ออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบอากาศดังกังวานกังวานด้วยอาถรรพ์ เขาไม่ได้ต้องการดวลดาบกับเซธในตอนนี้ แต่เขาต้องการเพียงแค่ ‘รอยแยก’ ที่เซธเปิดทิ้งไว้เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น
ในขณะที่เซธกำลังหัวเราะร่าให้กับการพังทลายของเมือง มันหยุดยืนอยู่หน้าประตูมิติที่เรืองแสงสีฟ้าอ่อน—นั่นคือช่องโหว่ของระบบที่เรย์ตามหามาตลอดสามสิบห้าตอน
เรย์กั้นลมหายใจ เขารอจังหวะที่บอสตัวมหึมาสะบัดหางทำลายหอคอยใกล้เคียง แรงลมที่เกิดขึ้นทำให้ฝุ่นควันตลบอบอวล นั่นคือโอกาสที่เขารอคอย!
เรย์พุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยจากคันศร ความเร็วของเขาสูงจนเกิดเสียงโซนิคบูมเบาๆ เขาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เซธ แต่เขามุ่งเป้าไปที่ประตูมิตินั่น
เซธสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ มันหันขวับมา ดวงตาสีโลหิตของมันเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว “แก... เรย์! แกกล้าดียังไงถึงคิดจะยุ่งกับรอยแยกนี้!”
เซธเหวี่ยงมือเพียงครั้งเดียว พลังงานสีดำพุ่งทะลุอากาศราวกับใบมีดตัดผ่านกำแพงหินที่กั้นกลางระหว่างเขากับเรย์จนพังครืน เรย์กลิ้งตัวหลบแรงกระแทกอย่างหวุดหวิด เศษหินบาดเข้าที่หัวไหล่เลือดไหลซึมออกมา แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
“ผมบอกคุณแล้วไงเซธ... การหักหลังเพื่อนร่วมทีมมันมีราคาที่ต้องจ่าย” เรย์ตะโกนสวนกลับไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้เล่นนับร้อยที่กำลังสิ้นใจรอบๆ
เขากระโจนเข้าหาประตูมิติในจังหวะสุดท้ายที่มันกำลังจะปิดลง ทว่าก่อนที่นิ้วของเขาจะสัมผัสกับแสงสีฟ้า เงาดำสายหนึ่งกลับพุ่งตัดหน้าเขามาเสียก่อน พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนแทบหยุดหัวใจ
“น่าประทับใจจริงๆ เรย์ แต่แกสายไปก้าวหนึ่งเสมอ”
ร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น เธอไม่ใช่เซธ เธอไม่ใช่ผู้เล่น และเหนือสิ่งอื่นใด... แถบสถานะของเธอไม่ได้แสดงชื่อ แต่ขึ้นเพียงเครื่องหมายคำถามสามตัว ??? พร้อมกับไอคอน ‘System Administrator’ ที่ทำให้แม้แต่เรย์ยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เธอยกนิ้วขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเอง “ในนามของระบบ... ฉันขอยกเลิกสิทธิ์ในการเป็นผู้พิชิตของนาย ณ บัดนี้”
ท่ามกลางเสียงระเบิดของเมืองที่กำลังล่มสลาย ร่างของเรย์เริ่มโปร่งใสและค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง นี่ไม่ใช่บัค... แต่มันคือคำสั่งลบข้อมูลโดยตรงจากพระเจ้าของโลกใบนี้!
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความเข้มข้นของตอนนี้และร่วมเอาใจช่วยเรย์ในตอนต่อไปนะครับ!
กิลด์มาสเตอร์เอส
Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ•ตอนที่ 36
เหตุการณ์บอสบุกเมือง
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!