Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ•ตอนที่ 11

พลังที่เริ่มเป็นที่จับตามอง

ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
“วางอาวุธซะ เรย์... นายไม่มีทางรอดไปจาก ‘วิหารแห่งพันธนาการ’ นี้ได้หรอก” เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงหินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ผม—เรย์—กระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ขณะที่สายตาคู่คมกวาดมองค่ายกลเวทมนตร์สีดำสนิทที่กำลังค่อยๆ บีบอัดพื้นที่รอบกายผมให้เล็กลงจนแทบจะหายใจไม่ออก นี่คือกับดักที่เซธวางเอาไว้... ไม่ใช่แค่กับดักธรรมดา แต่มันคือบัคของระบบที่ถูกดัดแปลงจนผิดเพี้ยน “นายพูดเหมือนกับว่าความตายเป็นจุดจบของเกมนี้เลยนะ เซธ” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าเลือดจากบาดแผลที่แขนจะไหลซึมออกมาจนเปียกชุ่มเสื้อคลุมสีเข้ม ลูน่า ภูติตัวจิ๋วที่เกาะอยู่บนไหล่ผมสั่นน้อยๆ เธอไม่ได้ส่งเสียง แต่สัมผัสได้ถึงไอเวทที่แปรปรวนในอากาศ เธอรู้ดีกว่าใครว่าหากสถานการณ์นี้ยังยืดเยื้อ ต่อให้ผมมีไอเทมระดับตำนานในครอบครองมากแค่ไหน พลังชีวิตก็คงไม่เหลือให้กดใช้โพชั่นแน่นอน “หึ ความมั่นใจแบบนี้นี่แหละที่ทำให้ฉันเกลียดนาย” เซธก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาของเขาสะท้อนแสงสีม่วงประหลาด “แต่ก็นะ... การที่นายดิ้นรนแบบนี้แหละ คือเครื่องเซ่นไหว้ที่สมบูรณ์แบบสำหรับแผนการขั้นต่อไปของฉัน” ผมไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่สมองกลับทำงานเร็วกว่าความเร็วรอบของโปรเซสเซอร์ในเครื่องโฮสต์ ผมวิเคราะห์จุดบอดของค่ายกลตรงหน้า ความผิดปกติของแสงสีดำที่สั่นไหวเล็กน้อยในจังหวะที่เซธขยับตัว—นั่นคือช่องโหว่ *หนึ่งวินาที... ผมมีเวลาเพียงหนึ่งวินาทีในการตัดสินใจ* ผมกดเลือกไอเทมในช่องเก็บของอย่างรวดเร็ว ‘เข็มทิศแห่งมิติที่แตกสลาย’ ไอเทมขยะที่ไม่มีใครต้องการในสายตาผู้เล่นทั่วไป เพราะมันมักจะสุ่มส่งผู้ใช้ไปยังพิกัดที่ไม่คาดคิด แต่ในสภาวะที่ไร้ทางออก ความไม่แน่นอนนี่แหละคืออาวุธที่ดีที่สุด “ลูน่า เตรียมตัวให้ดี” ผมกระซิบ “เรย์! นายจะบ้าเหรอ! ถ้าสุ่มพลาดเราอาจจะติดอยู่ในห้วงว่างเปล่าถาวรเลยนะ!” ลูน่าแผดเสียงในหัว “แต่ถ้าไม่ทำ เราก็ตายอยู่ตรงนี้เหมือนเดิม” ผมกดใช้งานไอเทมทันทีโดยไม่ลังเล ประกายแสงสีรุ้งแตกร้าวพุ่งทะลักออกจากฝ่ามือ มันบดบังทัศนวิสัยของเซธในชั่วพริบตา เขาร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวและพุ่งเข้ามาหมายจะรั้งตัวผมไว้ แต่ปลายนิ้วของเขากลับคว้าได้เพียงอากาศว่างเปล่า ร่างกายของผมถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจากมิติที่บิดเบี้ยว ทิ้งให้เสียงคำรามของเซธกลายเป็นเพียงเสียงที่เบาหวิวราวกับคลื่นวิทยุที่ขาดหาย ... การเคลื่อนที่ผ่านมิติสิ้นสุดลงพร้อมกับการกระแทกเข้ากับพื้นหินเย็นเยียบ ผมสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของสถานที่แห่งนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ที่นี่ไม่ใช่โถงวิหารที่ผมจากมา แต่เป็นชั้นใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลไกฟันเฟืองเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่ยังคงทำงานอยู่อย่างเงียบเชียบ ผมไม่ได้มองไปรอบๆ ตัวนานนัก เพราะสายตาไปสะดุดเข้ากับหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาอย่างรัวจนแทบจะปิดไม่ทัน [ประกาศจากระบบ: ผู้เล่น ‘เรย์’ ได้ค้นพบ ‘ห้องลับแห่งกาลเวลา’ - สถานที่ที่ไม่ถูกบันทึกในแผนที่] [ค่าสถานะ ‘ชื่อเสียง’ ของคุณเพิ่มขึ้น +500 จากการทำลายค่ายกลกักขังระดับสูง] [ผู้เล่นทั่วโลกกำลังจับตามองข้อมูลการสังหารมอนสเตอร์ที่ถูกบันทึกผ่านเซิร์ฟเวอร์...] ผมเลิกคิ้วมองข้อความเหล่านั้น ลูน่าลอยตัวออกมาจากไหล่พลางขยี้ตาอย่างงุนงง “เรา... เราไม่ตายเหรอเนี่ย? แถมยังมาโผล่ในที่ที่ไม่ได้อยู่ในแพทช์ปัจจุบันด้วย” “ไม่ใช่แค่ไม่ตาย” ผมลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า สายตามองไปยังจอแสดงผลส่วนตัวที่มีชื่อของผมถูกพูดถึงในช่องแชทโลกและบอร์ดประกาศของเกมอย่างหนาหู [ไอดี ‘เรย์’ คือใครกัน? เห็นติดอันดับผู้เล่นที่ทำลายบอสรองในโซนอันตรายได้ด้วยตัวคนเดียว!] [กิลด์ใหญ่หลายแห่งเริ่มตามหาตัวเขาแล้ว บอกว่าเป็นผู้เล่นอิสระฝีมือฉกาจที่ใช้ทริคการเล่นแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน] ผมปิดหน้าต่างแชทลง ความรู้สึกที่ถูกจับจ้องไม่ใช่สิ่งที่ผมพึงปรารถนา แต่มันคือสิ่งจำเป็น หากต้องการโค่นล้มจักรพรรดิเงาเซธ ผมไม่สามารถเดินเดี่ยวในเงามืดได้ตลอดไป การเป็นที่รู้จัก... คือโล่กำบังชั้นดีที่จะทำให้ศัตรูไม่กล้าลงมือโดยพลการ ทว่า ขณะที่ผมกำลังจะก้าวเดินออกไปสำรวจห้องลับแห่งนี้ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ผมหยุดชะงัก ไม่ได้หันกลับไปทันที แต่กวาดสายตามองเงาสะท้อนจากผนังโลหะของเครื่องจักรที่ขัดเงาจนเหมือนกระจก เงาสะท้อนนั้นเผยให้เห็นร่างของชายในชุดคลุมสีเงินที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับรอจังหวะนี้มานานแสนนาน “นายใช้ ‘เข็มทิศแห่งมิติ’ ได้แม่นยำกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะ เรย์” เสียงนั้นไม่ใช่เซธ... แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกสันหลังมากกว่าเดิม “ในเมื่อนายมาถึงที่นี่แล้ว ฉันก็คงต้องบอกความจริงบางอย่างที่แม้แต่ระบบก็ยังปกปิดไว้... เรื่องที่ว่าทำไม ‘ลูน่า’ ถึงกลายเป็นภูติที่ติดตัวนายมาตั้งแต่เริ่มเกม” ผมค่อยๆ หันกลับไปประจันหน้ากับชายปริศนาผู้นั้น พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า หมากเกมนี้กำลังจะเปลี่ยนไปสู่ระดับที่ผมไม่เคยคาดฝันมาก่อน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขความลับไปพร้อมกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ กิลด์มาสเตอร์เอส
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%