เสียงคำรามของเครื่องยนต์มานาจู่ๆ ก็เงียบลง แทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่ชวนให้ขนลุกเกชัน
เรย์กวาดสายตาคมกริบมองผ่านกระจกคริสตัลกันกระแทกของเรือเหาะรุ่นบุกเบิก ขอบฟ้าเบื้องหน้าไม่ได้ถูกย้อมด้วยสีครามของท้องทะเลหรือสีเขียวขจีของผืนป่าอีกต่อไป แต่มันคือ "ม่านหมอกสีชาด" ที่หนาทึบราวกับมวลเลือดสดๆ กำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ หมอกเหล่านั้นแผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต บดบังแสงอาทิตย์จนหมดสิ้น เหลือเพียงแสงเรืองรองสีม่วงอมแดงที่สาดส่องลงมาทาบทับโครงสร้างเหล็กกล้าของเรือเหาะ จนทุกสิ่งดูคล้ายฉากในภาพยนตร์สยองขวัญ
"พลังงานเวทมนตร์ในรัศมีสามกิโลเมตรแปรปรวนอย่างรุนแรงค่ะ... ไม่สิ เรย์คะ อัตราการดูดกลืนมานาของที่นี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว!"
เสียงเล็กๆ ของลูน่าดังขึ้นพร้อมกับร่างจิ๋วที่บินว่อนด้วยปีกเรืองแสงสีฟ้า เธอเกาะอยู่บนไหล่ของเรย์ ดวงตากลมโตฉายแววหวาดวิตกอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวเล็กจิ้มลงไปบนหน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงฉานที่กระพริบเตือนรัวเร็ว
[คำเตือน: ท่านกำลังเข้าสู่เขตแดนระดับภัยพิบัติ - "ทวีปมรณะ เวลลาน็อกซ์"]
[สถานะ: ห้ามใช้ระบบเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน / อัตราการฟื้นฟู HP และ MP ลดลง 80%]
[คำเตือนพิเศษ: ไอเทมระดับตำนาน "ดาบศิลาเพลิงสุริยัน" และ "เกราะโลหิตเซธ" ส่งสัญญาณสะท้อนในพื้นที่นี้]
เรย์ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย เยือกเย็น และดุดันดั่งนักล่าที่จ้องมองเหยื่อในความมืด เขาเลื่อนนิ้วสัมผัสกับด้ามจับของดาบคาตานะข้างกาย ความเย็นเฉียบของโลหิตมังกรที่เคลือบอยู่ส่งผ่านถุงมือหนังเข้าสู่ฝ่ามือ ช่วยดึงสติและความนิ่งสงบให้กลับคืนมา
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกลูน่า" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลแต่ทรงพลัง "ระบบแจ้งเตือนแบบนี้แหละ ที่ยืนยันว่าเรามาถูกทางแล้ว"
"ถูกทางเหรอคะ? นี่มันคือหลุมศพชัดๆ นะคะ!" ลูน่าโวยวายเล็กน้อย เธอทิ้งตัวลงนั่งบนปกเสื้อของเรย์ กอดอกพองแก้มป่องด้วยความเครียด "เซธต้องรู้แน่ๆ ว่าเรากำลังตามรอยมันมา ทวีปเวลลาน็อกซ์ถูกลบออกจากแผนที่หลักของเกมไปตั้งแต่ช่วงอัปเดตใหญ่ครั้งแรก ข้อมูลทุกอย่างในฐานข้อมูลของฉันระบุว่าที่นี่ไม่มีสิ่งมีชีวิตรอดอยู่เลย... มีเพียง 'บัค' และ 'ข้อผิดพลาดของโค้ด' ที่ถูกกวาดมาทิ้งไว้ที่นี่เท่านั้น"
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์ในอดีตแวบเข้ามาในหัว ราวกับมีใครเอาแผ่นฟิล์มเก่าๆ มาฉายซ้ำ ภาพวันที่เขาถูกเซธ เพื่อนสนิทที่ไว้ใจที่สุด หักหลังกลางดันเจี้ยนระดับสูง ผลักเขาลงสู่เหวลึกแห่งความตายเพื่อชิงสิทธิ์ในการครอบครองไอเทมชิ้นแรกของเซิร์ฟเวอร์ ความแค้นและความเจ็บปวดในวันนั้น ไม่เคยจางหายไปไหน มันถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นความเยือกเย็นในวันนี้
"ยิ่งไม่มีสิ่งมีชีวิต... ก็ยิ่งไม่มีใครแย่งชิงไอเทมชิ้นนั้นไปจากฉัน" เรย์ก้าวเท้าเดินไปยังประตูทางออกของห้องควบคุม เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบกับพื้นเหล็กดังสะท้อนกังวาน "ถ้าเซธต้องการใช้บัคของระบบเพื่อครอบครองโลกนี้ ฉันนี่แหละจะเป็นคนลบมันออกจากสารบบด้วยมือของฉันเอง"
เมื่อประตูห้องควบคุมเปิดออก แรงลมมหาศาลพร้อมกลิ่นอายของสนิมและกลิ่นคาวเลือดก็พัดกระโชกเข้ามาปะทะร่างทันที ไอเย็นยะเยือกเสียดแทงผิวหนังจนเรย์ต้องกระชับเสื้อคลุมกันหนาวให้แน่นขึ้น เบื้องล่างคือผืนแผ่นดินของทวีปเวลลาน็อกซ์ ซากปรักหักพังของอารยธรรมโบราณที่ถูกความมืดกลืนกิน เสาหินขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านราวกับซี่โครงของอสูรกายดึกดำบรรพ์ และท่ามกลางความมืดมิดนั้น มีแสงสว่างสีฟ้าครามสายหนึ่งกำลังส่องประกายระยิบระยับอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพัง
มันคือตำแหน่งที่ซ่อนของ "เกราะอกแห่งปฐมกาล" ไอเทมในตำนานระดับ God-Tier ชิ้นสุดท้ายที่จำเป็นสำหรับการอัปเกรดเซ็ตอุปกรณ์เพื่อต่อกรกับจักรพรรดิเงา
"เรย์คะ... ดูนั่นสิคะ!" ลูน่าส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ชี้ไปยังหน้าจอเรดาร์ที่จู่ๆ ก็ระเบิดแสงสีแดงแจ๋
จุดสีแดงนับร้อยจุด... ไม่สิ นับพันจุด ปรากฏขึ้นรอบตัวพวกเขาในรัศมีประชิด! พวกมันไม่ได้มาจากพื้นดิน แต่พุ่งทะยานขึ้นมาจากม่านหมอกสีชาดเบื้องล่างด้วยความเร็วสูง เสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงแก้วิกาลดังประสานกันระงม
ฟรึ่บ! ฟรึ่บ! ฟรึ่บ!
เงาดำร่างสูงโปร่งนับไม่ถ้วนปรากฏกายขึ้นบนราวสะพานและขอบหน้าต่างของเรือเหาะ ดวงตาสสีแดงฉานนับคู่จ้องมองมาที่เรย์ด้วยความกระหายเลือด ร่างกายของพวกมันโปร่งแสงราวกับวิญญาณ แต่กลับถืออาวุธเคลือบไอสีดำทมิฬ
"มอนสเตอร์ประเภท 'สเปคเทอร์การ์ด' (Spectre Guard)... พวกมันไม่ใช่ NPC ธรรมดา" เรย์วิเคราะห์ด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองการจัดกระบวนทัพของศัตรู "พวกมันคือข้อมูลขยะที่ถูกลบออกจากระบบ แต่ถูกโปรแกรมให้ปกป้องสมบัติชิ้นสุดท้าย... เซธไม่ได้ปล่อยให้เรามาถึงที่นี่โดยง่ายสินะ มันส่ง 'สุนัขเฝ้าบ้าน' มาต้อนรับเราตั้งแต่ก้าวแรกเลย"
เรย์ดึงดาบคาตานะออกจากฝัก ปลายดาบสะท้อนแสงเรืองรองของมานาจนเกิดเป็นประกายไฟสีฟ้าเฉียบคม เขาย่อตัวลงเล็กน้อยในท่าเตรียมพร้อม ขาซ้ายก้าวไปข้างหน้า น้ำหนักตัวถ่ายเทอย่างสมดุล บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนจากความนิ่งสงบกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
"ยินดีต้อนรับสู่ทวีปใหม่... เซธ เพื่อนเก่า" เรย์พึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่อชิ้นโต
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เรย์กำลังจะพุ่งตัวเข้าประจันหน้ากับฝูงสเปคเทอร์การ์ดเบื้องหน้า เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและคุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังขึ้นจากด้านหลัง... จากห้องควบคุมที่ควรจะว่างเปล่า!
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เสียงนั้นหยุดลงที่ด้านหลังของเรย์ ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยקט และเย้ยหยันที่ทำให้เลือดในกายของเรย์เย็นเฉียบลงในพริบตา
"ยินดีต้อนรับสู่หลุมศพของแกนะ... เรย์ นายยังคงใจร้อนและโง่เขลาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยรอส"
เรย์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายชะงักค้างไปชั่วขณะ เขาค่อยๆ หันกลับไปมองช้าๆ ท่ามกลางความตกตะลึงที่แม้แต่ระบบของลูน่ายังไม่สามารถประมวลผลได้ทัน
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของกิลด์มาสเตอร์เอสเสมอมานะครับ
Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ•ตอนที่ 41
ข้ามไปยังทวีปใหม่
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Legendary Soloist: บันทึกตำนานผู้พิชิตโหนดหายนะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!