เสียงแฟ้มกระดาษสันหนาถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังสนั่น จนแก้วกาแฟเซรามิกสีดำบนโต๊ะสะเทือนจนผิวน้ำกาแฟกระฉอกออกมาเล็กน้อย
รัน—รวินท์ ผู้จัดการร้านกาแฟ "The Vintage Vibe" ยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องประชุมของบริษัทสถาปนิก ‘Arch-Tech Studio’ ดวงตากลมโตสีนิลจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังเก้าอี้หนังราคาแพง
ธนากร หรือกรณ์ เจ้าของฉายา 'ไอซ์แมน' แห่งวงการออกแบบ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี เขายังคงก้มหน้าพิจารณาแบบแปลนสถาปัตยกรรมตรงหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบราวกับรูปปั้นหินสลัก
"คุณกรณ์ครับ ผมคิดว่าเราคุยกันเคลียร์ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ" เสียงหวานแต่แข็งกร้าวเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในห้องแอร์เย็นเยียบ รันกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "เสาไม้ตะเคียนทองต้นนั้นไม่ใช่แค่เสาผุๆ ตามที่คุณปากเสียใส่ผมเมื่อวาน แต่มันคือหัวใจของโครงสร้างตึกอายุเจ็ดสิบปี! คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งทุบมันทิ้งตามอำเภอใจ!"
กรณ์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาสีเข้มหลังกรอบแว่นสายตากรอบโลหะฉายแววเยียบเย็นจนน่าขนลุก เขาประสานมือวางไว้บนโต๊ะโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา
"หนึ่ง... ผมไม่ได้ปากเสีย แต่ผมพูดตามหลักวิศวกรรม" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท "สอง... เสาต้นนั้นปลวกกินเนื้อไม้ไปมากกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้วคุณรวินท์ ถ้าแผ่นดินไหวหรือมีแรงกระแทกจากถนนใหญ่แค่นิดเดียว ร้านกาแฟวินเทจคลาสสิกของคุณจะกลายเป็นกองอิฐทับหัวลูกค้าคาที่ทันที และสาม..."
สถาปนิกหนุ่มเว้นจังหวะ ปราบเซียนด้วยสายตาคมกริบที่กวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า
"...ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์รีโนเวตตึกนี้ตามสัญญาจ้างที่เจ้า1ของตึกเซ็นอนุมัติแล้ว ทุกตารางนิ้วรวมถึงเสาไม้โบราณเฮงซวยนั่น อยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจการตัดสินใจของผมครับ"
"คุณ!" รันสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์โกรธที่พุ่งปรี๊ดจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เอื้อมมือไปคว้าแฟ้มโปรเจกต์ฟาดหน้าหล่อๆ ของอีกฝ่าย "คุณมันพวกบ้าดีเดือด บ้าความสมบูรณ์แบบจนไม่สนประวัติศาสตร์! ตึกนี้ไม่ใช่แค่คอนกรีตกับไม้ แต่มันคือความทรงจำของย่านนี้!"
"ประวัติศาสตร์กินไม่ได้ครับคุณผู้จัดการร้านกาแฟ" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราบบาดแผล "ถ้ามัวแต่เกรงใจความทรงจำ ร้านของคุณคงได้พังครืนลงมาฝังกลบความทรงจำพวกนั้นจริงๆ ก่อนที่คุณจะขายกาแฟครบปีเสียอีก"
สถาปนิกหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่รันยืนอยู่ ความสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของกรณ์บดบังแสงไฟจากเพดานจนเงาของเขาทาบทับร่างโปร่งของนายเอกมิดชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟคั่วเข้มจางๆ ลอยปะทะจมูกจนรันต้องผถะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
"นี่คือประกาศิตจากกองแปลน" กรณ์ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้า มันคือบันทึกข้อตกลงและผลการตรวจสอบโครงสร้างที่ลงนามโดยวิศวกรอาวุโสและตัวแทนเจ้าของตึกอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ "อ่านดูซะ ถ้ารักร้านนั้นจริง เลิกเอาอารมณ์มาเหนือเหตุผล แล้วใช้สมองคิดตามกฎหมายดูว่า... คุณจะหาทางปกป้องเสาต้นนั้นโดยไม่ให้โครงสร้างตึกพังยังไง ดีกว่ามายืนเถียงกับผมแบบเด็กๆ ตรงนี้"
รันก้มมองกระดาษในมือ ตัวอักษรและลายเซ็นต์ทางกฎหมายสีดำสนิททำเอาใบหน้าเนียนขาวซีดเผือด ความมั่นใจที่พกมาเต็มร้อยเมื่อครู่ถูกตบคว่ำด้วยข้อกฎหมายและตัวเลขทางวิศวกรรมที่เถียงไม่ออก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้
"คุณมัน..." รันเค้นเสียงลอดไรฟัน "เผด็จการชัดๆ!"
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับ" กรณ์มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่แทบมองไม่เห็น แต่แววตาคู่คมกลับฉายประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา "หมดเวลาเถียงเรื่องไร้สาระแล้ว ถ้าคุณยังมีเวลาว่างเหลือเฟือ เชิญนั่งลงแล้วเปิดหน้าสิบสองของแปลนสถาปัตยกรรมชุดนี้ซะ... เรามีเวลาอีกสามชั่วโมงในการหาทางออกร่วมกัน ก่อนที่ผมจะสั่งคนเลื่อยเสาต้นนั้นทิ้งจริงๆ ตามหน้าที่"
รันจ้องหน้าคนตัวสูงกว่าอย่างชั่งใจ ความโกรธยังคงคุกรุ่นอยู่ในอก แต่ความจริงตรงหน้าบังคับให้เขาต้องยอมจำนน ร่างบางกระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้ พลางกระชากแฟ้มแปลนในมือมากางออกเสียงดัง *แควก*
กรณ์ยืนมองท่าทางพยศเหมือนแมวป่าตัวน้อยแล้วมุมปากก็ยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ นัยน์ตาคู่คมที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับทอประกายความเอ็นดูเจือความคลั่งรักที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้ท่าทีปากร้าย
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มเปลี่ยนจากสงครามประสาทเป็นความเงียบสงบที่เต็มไปด้วยเสียงพลิกกระดาษและเสียงขีดเขียนแปลน รันก้มหน้าก้มตาอธิบายไอเดียการเสริมโครงเหล็กครอบเสาไม้เดิมเพื่อรับน้ำหนัก โดยไม่รู้เลยว่าสายตาของสถาปนิกหนุ่มที่นั่งเท้าคางมองอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้โฟกัสที่แบบแปลนแม้แต่น้อย แต่กำลังไล่สายตามองตั้งแต่กลุ่มผมนุ่ม ปลายจมูกรั้น ไปจนถึงริมฝีปากที่ขยับเจรจาอย่างตั้งอกตั้งใจ
"นี่... คุณกรณ์ ฟังผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย?" รันเงยหน้าขึ้นกะทันหัน ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรันชะงักค้าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อพบว่ากรณ์โน้มตัวเข้ามาใกล้จนเกินระยะปลอดภัยตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ฟัง... ทุกคำพูดเลยครับ" กรณ์ตอบเสียงพร่าต่ำ ดวงตาคมกريบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต ราวกับจะดูดกลืนวิญญาณคนตรงหน้าเข้าไป
หัวใจของรันเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลายเป็นความปั่นป่วนแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย รันอ้าปากจะเอ่ยเตือนให้อีกฝ่ายถอยออกไป แต่ยังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปาก...
*ปัง!*
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่เคาะขออนุญาต ร่างสูงโปรดของ 'กรณ์ภัทร' นักลงทุนอสังหาฯ คู่ปรับทางธุรกิจก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้า
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานระหว่างสถาปนิกคนเก่งกับผู้จัดการร้านกาแฟหรือเปล่าครับเนี่ย?"
มหายุทธ์ไร้เทียมทาน ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันแสนเข้มข้นนี้ด้วยนะครับ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการร้านกาแฟปากจัด•ตอนที่ 2
ประกาศิตจากกองแปลน
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการร้านกาแฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
