เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือกรอบประตูไม้สักหนากระแทกวงกบดัง *‘กริ๊ง’* สั้นห้วน ทว่าแรงสะเทือนนั้นกลับฉุดบรรยากาศยามบ่ายของร้านกาแฟ ‘Aroma de Vintage’ ให้ดิ่งฮวบลงจนแทบแตะจุดเยือกแข็งในเสี้ยววินาที
กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดพันธุ์กาแฟคั่วบดเกรดพรีเมียมที่ลอยอบอวลอยู่ทั่วอาณาบริเวณถูกแทนที่ด้วยกระแสลมเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศภายนอก และ... รังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาชาโคลตัดเย็บอย่างประณีต
รวินท์ หรือที่ใครๆ ในย่านนี้เรียกติดปากว่า ‘รัน’ ผู้จัดการร้านหน้าหวานแต่ฝีปากคมกริบราวกับใบมีดโกน กำลังใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดคราบกาแฟลาเต้อาร์ตบนเคาน์เตอร์บาร์ด้วยจังหวะสม่ำเสมอ มือเรียวชะงักกุนแจล็อกสต็อกสินค้าทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึง ‘ผู้บุกรุก’ ที่ไม่ได้ก้าวเข้ามาเพื่อสั่งคาปูชิโนร้อนสักแก้ว
“ถ้าจะมาหลบแดด เชิญร้านสะดวกซื้อหัวมุมถนนนะครับ ทางร้านเราขายกาแฟ ไม่ได้เปิดบริการเป็นที่พักพิงคนจรจัดสวมสูท”
เสียงหวานใสแต่เจือความประชดประชันดังขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ รันสะบัดข้อมือเก็บผ้าเช็ดโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ พลางปรายตามองรองเท้าหนังแท้ขัดมันวาวที่หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์พอดี
ธนากร หรือ ‘กรณ์’ ฉายา ‘ไอซ์แมน’ แห่งวงการสถาปนิก ไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำเหน็บแนมนั้นแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายติดจะเรียบตึงจนไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกวาดมองสำรวจโครงสร้างภายในร้านด้วยสายตาประเมินค่าราวกับแพทย์กำลังวินิจฉัยโรคระยะสุดท้าย
ร่างสูงป้องปากกระแอมเบาๆ ก่อนจะดึงตลับเมตรสีเหลืองสดใสออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่เกรงใจเจ้าของพื้นที่
*แกร๊ก—*
เสียงดึงสายวัดโลหะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่เริ่มปกคลุม รันหรี่ตามองการกระทำอวดดีนั้น เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดทันที ชายหนุ่มวางแก้วกาแฟในมือลงบนถาดเสียงดัง *ปัง* จนพิม บาริสต้าสาวรุ่นน้องที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ถึงกับสะดุ้งโหยง ถอยกรูดไปแอบหลังเครื่องชงกาแฟ
“นี่คุณ! หูหนวกหรือเป็นใบ้ครับ ถึงฟังภาษาไทยไม่ออก ผมบอกว่าที่นี่ร้านกาแฟ ไม่ใช่ไซต์งานก่อสร้าง อยากจะวัดตึก วัดพื้นที่ ไปประกาศขายทอดตลาดโน่นครับ ไม่ใช่มาเดินสอดส่องทำหน้าตายอยู่ร้านคนอื่น!” รันก้าวเท้าเข้ามาชิดขอบเคาน์เตอร์ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังร่างสูงที่สูงกว่าตนเกือบหนึ่งช่วงตัว
กรณ์หยุดชะงักสายวัดในมือ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงข้าม นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และทรงพลังราวกับเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อในกรง
“ตึกนี้มีอายุกว่าห้าสิบปี โครงสร้างคานรับน้ำหนักชั้นสองเริ่มทรุดตัวจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องชงกาแฟอุตสาหกรรมที่คุณใช้ และอีกไม่ถึงสามเดือน สัญญาเช่าของคุณก็จะหมดลง... นายรวินท์”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทุกประโยคราฟต์ขึ้นด้วยข้อมูลเชิงวิชาการที่แม่นยำจนน่าหมั่นไส้ กรณ์ขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนรันต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและกาแฟจางๆ ลอยปะทะจมูก
“คุณ...!” รันกัดฟันกรอด ยิ่งเห็นรอยยิ้มมุมปากหยักลึกที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าไร้อารมณ์นั่น ยิ่งทำให้อยากจะเอาแก้วกาแฟราดหัวคนตรงหน้านัก “คุณเอาสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องสัญญาเช่าของผม แล้วใครใช้ให้คุณมาเดินยุ่มย่ามวัดโน่นวัดนี่ในร้านผมหะ?”
“สิทธิ์ของคนที่ถือโฉนดแปลงนี้อยู่ในมือ... และสิทธิ์ของการเป็นสถาปนิกผู้รับมอบอำนาจเบ็ดเสร็จจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” กรณ์ตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ มือหนายื่นตลับเมตรไปแตะที่ขอบตู้เคาน์เตอร์ไม้ของรันเบาๆ “เตรียมตัวเก็บของย้ายออกได้แล้วครับ คุณผู้จัดการปากจัด ร้านกาแฟวินเทจของคุณ กำลังจะกลายเป็นลานจอดรถคอนโดมิเนียมไฮไลซ์ในอีกไม่ช้า”
บรรยากาศในร้านราวกับถูกแช่แข็ง ชั่ววินาทีนั้น รันรู้สึกเหมือนเลือดในกายพุ่งขึ้นมาถึงขมับ ความโกรธเกรี้ยวทำให้ลืมมารยาททางสังคมไปจนหมดสิ้น มือเรียวเอื้อมไปคว้าปกเสื้อสูทราคาแพงของคนตรงข้ามทันทีด้วยความลืมตัว
“คุณพูดว่าอะไรนะ?! ไอ้คนไร้หัวใจ ไอ้นักทำลายความฝัน!” รันเขย่าร่างสูงด้วยแรงที่มีทั้งหมด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและอัดอั้นตันใจ ร้านนี้คือหยาดเหงื่อและแรงกายทั้งหมดที่เขาสร้างมากับมือ จะให้ยอมยกให้พวกนายทุนหน้าเลือดได้อย่างไร
กรณ์ไม่ขัดขืนปล่อยให้ร่างเล็กกว่ากระชากคอเสื้อตามใจชอบ ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับเปลี่ยนประกายไปเล็กน้อย เมื่อก้มลงมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ความโกรธขึงในแววตานั้นกลับยิ่งขับเน้นให้รันดูมีชีวิตชีวาและน่าดึงดูดใจอย่างประหลาด จนมุมปากของไอซ์แมนขยับยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
“ถ้าไม่อยากให้ร้านพังคามือผม... คุณมีทางเลือกเดียว” กรณ์กระซิบเสียงต่ำชิดริมหูของคนตัวเล็ก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนรัน ขนลุกซู่ “มาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว คอยถือแปลนและเสิร์ฟกาแฟให้ผมทุกวันแทนค่าเช่า... ว่าไงล่ะ สนใจข้อเสนอของผมไหมครับ?”
รันเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึงกับข้อเสนอสุดหน้าไม่อายนั้น กำปั้นที่กำเสื้อสูทอยู่สั่นระริกด้วยความเคียดแค้น
*กริ๊ง—*
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างท้วมในชุดสูทลายตารางของ ‘กรณ์ภัทร’ นักลงทุนคู่แข่งที่ฉีกยิ้มกว้างอย่างน่ารังเกียจ พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือ
“อ้าวน้องรัน ทางนี้เซ็นเอกสารโอนสิทธิ์หรือยังครับ พอดีผมรีบเอาเงินสดมาวางมัดจำตึกนี้ต่อจากคุณธนากรเขา...”
รันหันขวับไปมองหน้ากรณ์ภัทร สลับกับใบหน้าเรียบเฉยของธนากรที่ยืนอยู่ใกล้แค่ลมหายใจกั้น หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าในจังหวะนั้นเอง กรณ์กลับเอื้อมมือมาคว้าเอวบางของรันเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วและถือวิสาสะจนรันอุทานออกมาเบาๆ
“ขอโทษทีนะครับคุณกรณ์ภัทร พอดีว่าที่ตรงนี้... มีคน ‘จอง’ ไว้หมดแล้ว” กรณ์ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ สายตาดุดันจ้องมองคู่แข่งทางธุรกิจนิ่งสนิท ก่อนจะก้มลงสบตารันที่กำลังอ้าปากค้างอยู่ในอ้อมแขนของตนด้วยหัวใจที่เต้นรำระส่ำระสาย
“ส่วนนาย... เตรียมตัวไปเคลียร์งานที่สำนักงานของฉันพรุ่งนี้เช้าได้เลยครับ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมวงความมันส์ในตอนแรกนี้นะครับ รับรองว่าตอนต่อไปมีเรื่องให้จิกหมอนขาดกระจุยแน่นอนครับ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการร้านกาแฟปากจัด•ตอนที่ 1
ผู้บุกรุกสวมสูท
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการร้านกาแฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
