ปัง!
เสียงตบโต๊ะไม้สนในห้องรับรองของกองร้อยทหารดังสนั่นหวั่นไหว จนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นบนโต๊ะสั่นระริก น้ำชาลวกคอซึมซาบลงสู่รอยแตกของเนื้อไม้ หลินว่านหลิงไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดกวาดมองใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่เฒ่าโจวและบรรดาเครือญาติฝ่ายสามีที่แห่กันมาจนแน่นห้อง
ในขณะที่เธอเพิ่งกลับมาจากมิติเวลากลับต้องมาพบกับความวุ่นวายที่บ้านพัก ข้าวของกระจัดกระจายราวกับถูกโจรปล้น รอยเท้าสกปรกเหยียบย่ำบนพื้นสะอาดที่เธอเพิ่งเช็ดถู ภาพนั้นทำให้โทสะสายหนึ่งพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ แต่นั่นไม่ใช่เวลามาโวยวาย... มันคือโอกาสทองที่เธอรอคอยมานานต่างหาก
"พวกท่านกล้าดีอย่างไรถึงบุกเข้ามาในยามวิกาล แถมยังรื้อค้นทรัพย์สินส่วนตัวของพวกเรา?" น้ำเสียงของว่านหลิงราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลัง จนแม่เฒ่าโจวที่อ้าปากเตรียมจะด่าทอถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง
"นังสะใภ้ตัวดี! แกกล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามกับฉัน!" แม่เฒ่าโจวแผดเสียงแหลมสูง ใบหน้าเหี่ยวย่นสั่นเทาด้วยความแค้น "บ้านหลังนี้ เงินเดือนของพี่ใหญ่พวกแก สมบัติทุกชิ้นในกองทัพนี้ มันคือของตระกูลโจว! แกแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ สิ่งที่แกหามาได้ก็ต้องส่งเข้ากองกลางทั้งหมด! ไหนล่ะเงินก้อนโตที่แกแอบซุกซ่อนไว้ เอาออกมาเดี๋ยวนี้!"
เหล่าญาติๆ ที่ถูกเกณฑ์มาเป็นกองหนุนต่างพากันพยักหน้าสนับสนุน ส่งเสียงฮือฮาสนับสนุนความโลภของหญิงแก่
ลู่จั้นที่เพิ่งก้าวตามเข้ามาหลังจากเคลียร์ภารกิจด่วน ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างกำยำในชุดเครื่องแบบทหาร เขาขยับตัวเข้ามาบังภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาดุดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองทุกคนด้วยความผิดหวังและรังเกียจ "แม่ครับ... ที่นี่คือบ้านพักราชการทหาร ไม่ใช่ตลาดสด และเงินทุกหยาดหยดที่ผมหามาได้ เป็นน้ำพักน้ำแรงของผมกับภรรยา แม่ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง"
"ไอ้ลูกเนรคุณ! แกกล้าเถียงฉันเรอะ!" แม่เฒ่าโจวเงื้อมมือขึ้นหมายจะตบหน้าบุตรชาย แต่ถูกมือหนาของลู่จั้นคว้าเอาไว้กลางอากาศได้อย่างทันท่วงที
ดวงตาของลู่จั้นแดงก่ำ ความอดทนที่สั่งสมมานานหลายปีขาดผึ่งลง ณ วินาทีนั้น
ว่านหลิงยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เขาสงบสติอารมณ์ ก่อนจะก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับแม่สามีด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชสีห์ที่กำลังมองเหยื่อ
"อยากได้เงินนักใช่ไหมครับ... อ้อ, อยากได้เงินนักใช่ไหมเพคะ?" ว่านหลิงเกือบเผลอหลุดปากคำสมัยใหม่ แก้คำพูดอย่างรวดเร็ว "ท่านแม่บอกว่าทุกอย่างเป็นของตระกูลโจวสินะครับ งั้นเรามาเคลียร์กันให้ชัดเจนในคืนนี้เลยดีกว่า"
เธอสะบัดมือเบาๆ ปึกเอกสารปึกใหญ่ที่ดึงออกมาจากมิติอย่างแนบเนียนถูกโยนลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เอกสารเหล่านั้นคือบัญชีรายรับรายจ่าย ใบเสร็จการซื้อขาย และที่สำคัญที่สุด... หลักฐานการกู้ยืมเงินและสัญญาทาสที่แม่เฒ่าโจวเคยแอบอ้างชื่อลู่จั้นไปกู้หนี้มาเพื่อเล่นการพนันและส่งเสียให้ลูกชายคนโปรดผลาญเล่น
"นี่คืออะไร..." ญาติคนหนึ่งหยิบกระดาษแผ่นบนสุดขึ้นมาดู สีหน้าของเขาซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นตัวเลขหนี้สินมหาศาล
"นั่นคือหลักฐานว่าตลอดส้าปีที่ผ่านมา สามีของฉันส่งเงินให้พวกท่านไปทั้งหมดเท่าไหร่ และพวกท่านสร้างหนี้สินทิ้งไว้ให้เราต้องตามเช็ดตามล้างเท่าไหร่!" ว่านหลิงน้ำเสียงทรงพลังจนทุกคนในห้องเงียบกริบ "เงินเดือนทหารของลู่จั้นเกือบแปดส่วนถูกส่งเข้ากระเป๋าพวกท่าน จนพวกเราแทบไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ แต่พวกท่านกลับตอบแทนเราด้วยการส่งคนมาบุกรุกบ้าน และสูบเลือดสูบเนื้อเราไม่หยุดหย่อน"
"นัง... นังสารเลว แกไปเอาเอกสารพวกนี้มาจากไหน!" แม่เฒ่าโจวหน้าถอดสี มือที่เหี่ยวย่นเริ่มสั่นเทาเมื่อความลับสีเทาถูกเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัล
"ไม่ต้องสนใจว่าฉันหามาจากไหน แต่ถ้าพวกท่านยังไม่เลิกราวี และยังกล้าส่งคนมารบกวนชีวิตคู่ของเราอีก ฉันจะเอาเอกสารเหล่านี้ไปยื่นให้ผู้บังคับบัญชาของลู่จั้น และแจ้งความข้อหาบุกรุกและกรรโชกทรัพย์ทันที!" ว่านหลิงยื่นคำขาด น้ำเสียงเฉียบขาดราวกับประกาศิต "ทางเลือกมีอยู่สองทาง... เซ็นสัญญา 'แยกบ้าน' ตรงนี้และเดี๋ยวนี้ ตัดขาดจากกันอย่างเป็นทางการ ตระกูลโจวจะไม่ได้เงินจากพวกเราแม้แต่แดงเดียวแลกกับการที่เราจะไม่เอาเรื่องพวกท่าน หรือ... จะให้ฉันลากพวกท่านไปโรงพักให้ทหารทั้งค่ายได้ดูหน้าคนหน้าด้าน!"
ความเงียบปกคลุมห้องรับรองชั่วขณะ ทุกคนอึ้งจนพูดไม่ออก ไม่มีใครคาดคิดว่าสะใภ้ที่เคยอ่อนแอและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมคนนี้ จะพลิกกลับมามีเขี้ยวเล็บที่แหลมคมและน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้
แม่เฒ่าโจวหายใจหอบสะท้าน มองหน้าลูกสะใภ้สลับกับบุตรชายที่ยืนยันสายตาแข็งกร้าวไม่มีทีท่าจะปกป้องตนเอง สุดท้ายความกลัวเรื่องคดีความและหน้าตาทางสังคมก็เอาชนะความโลภลงได้ มือที่สั่นเทาหยิบปากกาขึ้นมาจรดลงบนกระดาษสัญญาแยกบ้านที่ว่านหลิงเตรียมไว้อย่างจำใจ
จังหวะนั้นเอง กลิ่นหอมกรุ่นของ 'ไก่ตุ๋นยาจีนเห็ดหอม' ที่ว่านหลิงแอบเคี่ยวทิ้งไว้ในเตาตุ๋นดินเผาก่อนออกไปจัดการธุระ ก็เริ่มส่งกลิ่นโชยอบอวลทะลุฝาหม้อ ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้านพักและกระจายออกไปสู่ภายนอกจนผู้คนในละแวกใกล้เคียงต่างสูดจมูกด้วยความหิวโหย
ลู่จั้นเหลือบมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเลื่อมใสระคนทึ่ง ก่อนที่สายตาคมกริบของเขาจะหันกลับไปจ้องมองร่างของแม่สามีที่กำลังเซ็นชื่อด้วยความจำยอม
ทว่า... ในวินาทีที่หมึกปากกาจดลงบนบรรทัดสุดท้าย และเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างมีจังหวะ ร่างสูงใหญ่ของสหายหม่า พ่อค้าตลาดมืดผู้กว้างขวางก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาในบ้านโดยไม่รอให้ใครอนุญาต พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และกระเป๋าหนังใบโตในมือ
"สหายหลิน... สินค้าล็อตใหม่ของเธอ... มีคนเหมาเกลี้ยงหมดคลังตั้งแต่ยังไม่ทันวางแผงแล้วโวย!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ
คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า•ตอนที่ 14
ยื่นคำขาดขอแยกบ้านเด็ดขาด
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!