คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า•ตอนที่ 28

ลงทุนก้อนใหญ่เปิดร้านค้าของชำ

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงกระแทกของถังไม้สนขัดมันดังสะท้านขึ้นกลางห้องโถง ปลุกบรรยากาศที่เคยอึมครึมให้พลันตื่นตัวขึ้นทันตา หลินว่านหลิงวางสมุดบัญชีเล่มหนาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังทึบ ทว่าหนักแน่นพอจะเรียกสายตาจากชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่เบื้อง L ได้เป็นอย่างดี ลู่จั้นไม่เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่เงยหน้าขึ้นจากกองไม้กระดานที่กำลังไสจนเรียบเนียน ดวงตาคมกริบทอประกายความอ่อนโยนยามมองภรรยาคนสวย ก่อนจะกวาดสายตามองเหรียญเงินและธนบัตรปึกหนาที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบภายในกล่องไม้ไผ่ "เงินเก็บก้อนนี้... มากพอที่เราจะเริ่มต้นเสียทีนะครับพี่จั้น" ว่านหลิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่มั่นคง ทว่าแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นที่ฉายชัดในแววตาคู่สวย นางกวาดสายตามองตัวเลขยอดสะสมจากการค้าขายในตลาดมืดร่วมกับสหายหม่า ตลอดจนกำไรจากการแปรรูปอาหารในมิติห้างสรรพสินค้าช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขเหล่านี้มิใช่เพียงแค่กระดาษหรือเหรียญโลหะ แต่มันคืออิสรภาพ คือรากฐาน และคือตั๋วโดยสารที่จะพาพวกเขาย้ายออกจากเงาอันน่ารังเกียจของบ้านใหญ่ ลู่จั้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำตามแบบฉบับนายทหารผ่านศึกก้าวเข้ามาใกล้ภรรยาอย่างมั่นคง มือใหญ่หนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและงานหนักเอื้อมมาสัมผัสเส้นผมของนางแผ่วเบา "เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว ว่านหลิง... การเปิดร้านค้าของชำในชุมชนแห่งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย สายตาสกปรกของคนบ้านใหญ่ รวมถึงคนในหมู่บ้านที่คอยอิจฉาตาร้อน... เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าเราพร้อมจะรับมือ?" น้ำเสียงของลู่จั้นทุ้มนุ่ม เต็มไปด้วยความห่วงใยและปกป้องอย่างสุดหัวใจ ชายหนุ่มไม่เคยกลัวความยากลำบาก แต่เขากลัวว่าภรรยาจะต้องมาทนรับแรงกระแทกจากสังคมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยคนเห็นแก่ตัว "ความกลัวมีไว้สำหรับคนไม่มีปัญญาครับพี่จั้น" ว่านหลิงแย้มรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจแบบฉบับเชฟมือทองผู้ผ่านโลกมาโชกโชน "ยิ่งพวกแม่เฒ่าโจวและบรรดาญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อจับตามองเรามากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า... เรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว ปล่อยให้พวกเขานั่งกัดก้อนเกลืออิจฉาตาร้อนในบ้านผุๆ นั่นเถอะครับ วันนี้ เราจะไปทำสัญญาซื้อตึกเก่าหัวมุมถนนสายหลักกัน!" แผนการลงทุนก้อนใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ทะลุมิติมาเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ บรรยากาศยามสายของชุมชนการค้าคึกคักไปด้วยผู้คน เสียงล้อเกวียนบด 10 ถนนลูกรังประสานกับเสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเร่ขายของ ลู่จั้นในชุดเสื้อผ้าเนื้อดีที่ภรรยาจัดหาให้ เดินเคียงข้างหลินว่านหลิงซึ่งสวมชุดผ้าฝ้ายปักลายประณีต ทั้งคู่ดูโดดเด่นสะดุดตาจนผู้คนตามสองข้างทางต้องหันกลับมามองด้วยความอิจฉาปนฉงน ตึกแถวสองชั้นโครงสร้างอิฐผสมไม้ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนยุทธศาสตร์ ทำเลทองที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านเกษตรกรรมและเส้นทางขนส่งสินค้า ลู่จั้นจัดการเจรจาและวางมัดจำด้วยเงินสดก้อนโตอย่างเด็ดขาด โดยมีสายตาของชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาแอบชำเลืองมองด้วยความตกตะลึง หลายคนไม่อยากเชื่อว่าอดีตทหารหนุ่มผู้เคยยากจนข้นแค้นและภรรยาที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นตัวซวย จะมีปัญญามาซื้อตึกราคาแพงลิบลิ่วเช่นนี้ได้ แต่ความอึมครึมก็พลันก่อตัวขึ้นทันทีที่ประตูไม้หนาของร้านถูกผลักเปิดออกเพื่อสำรวจภายใน "โอho! ช่างกล้าหาญเสียจริงนะ ถึงกับกล้าเจียดเงินมาซื้อตึกเปิดร้านใหญ่โตเช่นนี้!" เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแหวกลมหนาวเข้ามา แม่เฒ่าโจว แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและเห็นแก่ตัว ก้าวเท้าเข้ามาในร้านด้วยท่าทางวางอำนาจ ด้านหลังมีหลานสาวตัวดีคอยประคองพร้อมส่งสายตาริษยามาเป็นระลอก แม่เฒ่ากวาดสายตามองไปรอบตึกแถวด้วยความโลภที่ฉายชัดในดวงตาฝ้าฟาง ก่อนจะแค่น 1 เสียงออกมาอย่างดูแคลน "เงินพวกนี้คงเป็นเงินสกปรกที่พวกเจ้าแอบไปค้าขายผิดกฎหมายมาสินะ! เจ้าลูกอกตัญญู มีเงินทองมากมายขนาดนี้ ไฉนจึงไม่รู้จักส่งเสียทดบุญคุณพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด กลับเอามาผลาญเล่นกับนากยั่วเมืองคนนี้!" บรรยากาศในร้านพลันเย็นเยียบลงทันที ลู่จั้นขบกรามแน่น กล้ามเนื้อสันกรามปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มจนแม่เฒ่าโจวสะดุ้งโหยง ทว่าก่อนที่ลู่จั้นจะได้ก้าวออกไปจัดการ หล,ินว่านหลิงกลับยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มเย็นเยียบให้แม่สามีผู้ไม่เจียมตัว ว่านหลิงก้าวเท้าเข้าไปหาแม่เฒ่าโจวช้าๆ ท่าทางสง่างามรากับคุณหนูผู้สูงศักดิ์ กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวนางทำเอาแม่เฒ่าโจวถึงกับชะงักฝีเท้า "เงินทุกอีแปะในนี้มาจากหยาดเหงื่อแรงกายของพวกเราครับคุณแม่..." ว่านหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบยาพิษ "และที่สำคัญ... ต่อให้พวกเรามีเงินกองเท่าภูเขา มันก็เป็นสิทธิ์ของเรา สามีภรรยาหามาด้วยกัน ไม่ใช่สมบัติของโจรหน้าด้านหน้าไหนที่จะมาแบมือขอส่วนบุญได้ตามอำเภอใจ" "นัง... นังสะใภ้สารเลว! แกกล้าดียังไงมาพูดจากับฉันแบบนี้!" แม่เฒ่าโจวหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด ยกไม้เท้าขึ้นทำท่าจะฟาดลงมา "ถ้าท่านกล้าแตะต้องภรรยาผมแม้แต่ปลายนิ้ว..." ลู่จั้นก้าวเข้ามาบังหน้าภรรยา น้ำเสียงทุ้มต่ำดุดันราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ "อย่าหาว่าผมไม่เห็นแก่ความเป็นแม่!" ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากหน้าร้าน พร้อมกับเสียงตะโกนทักทายอย่างคุ้นเคยของสหายหม่า พ่อค้าตลาดมืดผู้กว้างขวางที่หอบหิ้วห่อสินค้าล็อตใหญ่เข้ามา พร้อมรอยยิ้มกว้าง "ฮ่าๆๆๆ ร้านใหม่ทำเลดีเยี่ยม! ว่าอย่างไรล่ะสหายลู่... สินค้าล็อตใหม่ที่ข้าสั่งจองไว้ ข้าเอาเงินสดมาวางมัดจำเพิ่มตรงนี้เลยนะ!" สหายหม่าสะบัดถุงผ้าหนักอึ้งลงบนโต๊ะกลางร้าน เสียงเหรียญเงินกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งกังวานไปทั่วตึกแถว ท่ามกลางสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงของแม่เฒ่าโจวที่อ้าปากค้างจนแทบกลืนกินแมลงวันได้ทั้งตัว แต่ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจถุงเงินตรงหน้า สายตาของว่านหลิงกลับเหลือบไปเห็นเงาคุ้นเคยของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง สวมหมวกปีกกว้างอำพรางใบหน้า ยืนหลบมุมอยู่ตรงเสาหน้าร้าน สายตานั้นจ้องมองมาที่กล่องเงินและตัวนางด้วยแววตาเป็นประกายแปลกประหลาด... แววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและประสงค์ร้ายอย่างปิดไม่มิด ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับตอนที่ 28 ของ "คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%