เสียงเคี่ยวซีอิ๊วขาวในกระทะดินเผาเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวเล็กๆ ทว่ากลิ่นหอมของเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นน้ำตาลอ้อยในยามค่ำคืนนี้ กลับไม่ได้เรียกเสียงบ่นระอาจากแม่เฒ่าโจวเหมือนเช่นเคย เพราะในเวลานี้ เรือนพักหลังน้อยกลับเหลือเพียงความเงียบงันและไออุ่นจากเตาไฟที่กำลังมอดลง
หลินว่านหลิงใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปเคี่ยวข้นสีอำพันอย่างเบามือ แววตาของเชฟมือทองจากยุคปัจจุบันฉายแววครุ่นคิดขณะมองเงาสะท้อนของตัวเองบนผิวน้ำซุป การเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของสะใภ้ผู้ถูกรังแกแห่งหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งเมื่อต้องรับมือกับญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้ออย่างแม่เฒ่าโจวที่เพิ่งกลับไปพร้อมกับความแค้นเคืองในแววตา ยิ่งทำให้เธอต้องระแวดระวังตัวมากขึ้น
ทว่า ในความเหนื่อยล้าจากการต่อ1สู้กับความอยุติธรรมและความเหน็ดเหนื่อยจากการค้าขายในตลาดมืดร่วมกับสหายหม่า กลับมีไอร้อนอีกสายหนึ่งที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้
"เหนื่อยมากไหมครับว่านหลิง"
เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับผ้าห่มเนื้อหนาที่ถูกนำมาคลุมไหล่ให้อย่างทะนุถนอม ลู่จั้นยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน บัดนี้กลับอ่อนโยนลงยามที่มองภรรยาคนสวย มือหยาบกร้านจากการจับอาวุธและทำไร่ไถนา เอื้อมมาช่วยเกลี่ปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ
ว่านหลิงชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ เธอหันกลับไปสบตากับสามีหนุ่มผู้คลั่งรัก ชายหนุ่มคนนี้ไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลยสักครั้ง ตั้งแต่เรื่องที่เขาคอยปกป้องเธอจากปากคำครหาของคนในบ้าน ไปจนถึงการสนับสนุนทุกย่างก้าวของการทำธุรกิจ แม้ในยามที่เธอแอบนำสินค้าชั้นเลิศออกจากมิติมาขายจนได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ลู่จั้นก็ไม่เคยซักไซ้ไล่เลียงให้รำคาญใจ มีแต่รอยยิ้มภาคภูมิใจที่มอบให้เสมอ
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยเลยครับ" ว่านหลิงเผลอหลุดปากคำติดปากออกมาตามความคุ้นเคยยุคเดิม แต่ก็รีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน พร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
ลู่จั้นหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของเขาทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูอบอุ่นจนแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้า sổดูหมองไปถนัดตา ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนใจสั่น
"ไม่ว่าจะเรียกแทนตัวเองด้วยคำไหน เธอก็เป็นภรรยาของลู่จั้นคนนี้อยู่ดี... และผมก็ไม่มีวันปล่อยให้ใครมารังแกภรรยาของผมเด็ดขาด แม้แต่แม่ของผมเองก็ตาม"
คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นราวกับภูเขาหิน ทำเอาหัวใจของหญิงสาวสั่นสะท้าน เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจและความปกป้องที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจผู้ชายคนนี้ ในยุคสมัยที่ผู้หญิงเป็นเพียงเบี้ยล่าง การมีสามีที่ยืนหยัดเคียงข้างและพร้อมเปย์ทุกอย่างตามใจ ยิ่งกว่าถูกรางวัลใหญ่เสียอีก
ว่านหลิงวางทัพพีลงในหม้อ เธอหันตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้กันเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ลู่จั้นก้มมองภรรยาตัวเล็กในอ้อมแขน สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาลึกซึ้งที่สะท้อนเงาของเธอไว้เพียงผู้เดียว
"ถ้าอย่างนั้น... รางวัลสำหรับนายทหารผู้ขยันขันแข็งและว่าที่พ่อค้าเงินล้านในอนาคต ก็คงต้องเป็นอาหารฝีมือภรรยาคนนี้สินะคะ... เอ๊ย ครับ!" ว่านหลิงแกล้งแซวพลางอมยิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน
ลู่จั้นไม่รอช้า เขารวบเอวบางเข้ามาแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและเครื่องเทศจากตัวเธอ ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณความเป็นชายให้พุ่งพล่าน
"อาหารในหม้อนั่น... ผมกินทีหลังได้ครับ" ลู่จั้นกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "แต่ตอนนี้ ผมขอชิมอย่างอื่นก่อนดีกว่า"
ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาอย่างนุ่มนวลและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน รสสัมผัสที่เต็มไปด้วยความรัก ความโหยหา และความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ว่านหลิงเผลอหลับตาพริ้ม ยอมปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับความหอมหวานนี้ มือเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของสามี ตอบรับสัมผัสที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เคมีฟินกระจายอบอวลไปทั่วห้องครัวเล็กๆ จนบรรยากาศรอบตัวแทบจะละลาย
ท่ามกลางความเงียบสงบของหมู่บ้านในยามดึกดื่น มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันของคนทั้งสอง
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาท!
"ปัง! ปัง! ปัง!"
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศแสนหวานลงในพริบตา ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงของแม่เฒ่าโจวที่ตะโกนแผดเผาเข้ามาจากด้านนอกด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ไอ้ลูกอกตัญญู! นังสะใภ้ตัวดี! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! พวกแกแอบซ่อนอะไรไว้ในบ้านถึงได้กล้าเมินหน้าหนีฉัน! รีบไสหัวออกมาไม่งั้นฉันจะพังประตูเข้ามาเดี๋ยวนี้!"
ลู่จั้นขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นในแววตาคมกริบที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ส่วนหลินว่านหลิงกลับนัยน์ตาเป็นประกายเย็นชา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที แม่เฒ่าผู้นี้ช่างเลือกเวลามาหาเรื่องได้เหมาะเจาะเสียจริง ในเมื่อกล้าบุกมากลางดึกเช่นนี้ เธอก็พร้อมจะต้อนรับด้วย 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่ที่รับรองว่าจำไปจนวันตาย!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับตอนที่ 27 ของ "คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า•ตอนที่ 27
ค่ำคืนแสนหวานใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!