คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า•ตอนที่ 23

มื้อต้อนรับสามีด้วยขาหมูพะโล้ละลายในปาก

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าแม่เฒ่าโจวยังกล้าส่งเสียงโวยวายหน้าบ้านอีกครึ่งคำ ผมจะเอาเรื่องนี้ไปรายงานผู้กองลู่ให้รู้ว่า ใครกันแน่ที่คอยมาขูดรีดเสบียงจากกองทัพ!" น้ำเสียงทุ้มห้วนของเพื่อนบ้านผู้หวังดีดังแว่วเข้ามาผ่านรั้วไม้ไผ่ แต่หลินว่านหลิงหาได้สนใจไม่ มือเรียวบางที่เพิ่งหยิบหมูสามชั้นติดมันสวยงามจากในมิติห้างสรรพสินค้ากำลังวางลงบนเขียงไม้เนื้อหนา กลิ่นอายความสดใหม่ของเนื้อหมูคุณภาพเยี่ยมส่งกลิ่นจางๆ สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ที่หาไม่ได้ในยุคสมัยข้าวยากหมากแพงนี้ สำหรับว่านหลิงแล้ว เสียงเห่าหอนของแม่สามีจอมเคี่ยวอย่างแม่เฒ่าโจว ก็เป็นได้แค่เสียงประกอบฉากที่น่ารำคาญเท่านั้น ในเมื่อวันนี้สามีรูปหล่อยศนายทหารของเธอกำลังจะกลับมาจากฝึกภาคสนามด้วยความเหนื่อยล้า สิ่งที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การไปต่อปากต่อคำกับคนไร้ยางอาย แต่คือการเคี่ยวขาหมูพะโล้หม้อใหญ่ให้เปื่อยนุ่มละลายในปากต่างหาก หญิงสาวหยิบขิงแก่ รากผักชี และกระเทียมกลีบโตทุบพอแตก โยนลงไปในหมูสามชั้นที่หั่นเป็นชิ้นหนาพอดีคำ สีสันของน้ำตาลทรายแดงที่เคี่ยวจนกลายเป็นสีอำพันส่งกลิ่นหอมหวานคละคลุ้งไปทั่วห้องครัว เคล็ดลับความอร่อยระดับเชฟมือทองไม่ได้อยู่ที่วัตถุดิบชั้นเลิศเพียงอย่างเดียว แต่อ1ยู่ที่ความพิถีพิถันในการควบคุมไฟและจังหวะเวลา *ฟู่... เสียงน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเดือดปุดๆ* ว่านหลิงหยิบโป๊ยกั๊ก อบเชย ลูกผักชี และพริกไทยดำคั่วหอมกรุ่นใส่ลงไปในผ้าขาวบาง มัดปากแน่นแล้วหย่อนลงหมู พร้อมกับเห็ดหอมแห้งดอกโตที่เธอแอบดึงออกมาจากมิติพิเศษ น้ำพะโล้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มข้น กลิ่นหอมของเครื่องเทศและเนื้อหมูต้มตุ๋นเริ่มแผ่ขยายทะยานผ่านร่องประตู ออกไปปะทะกับสายลมยามเย็น จนข้างบ้านหลายหลังเริ่มชะโงกหน้าออกมาสูดปากด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูรั้วบ้าน ลู่จั้นในชุดเครื่องแบบทหารที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการฝึกซ้อม ก้าวเท้าเข้ามาด้วยความเหนื่อยล้า สองขาของชายหนุ่มหยุดชะงักทันทีเมื่อจมูกคมสันปะทะเข้ากับกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่คุ้นเคย ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มไหววับ ความเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกหนักตลอดสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอบอุ่นที่วิ่งพล่านอยู่ในอก เขาจำกลิ่นฝีมือภรรยาได้แม่นยำ และรู้ดีว่าทุกครั้งที่ว่านหลิงลงมือทำอาหารจานใหญ่ขนาดนี้ มักจะมีเรื่องราวดีๆ หรือความตั้งใจพิเศษซ่อนอยู่เสมอ ลู่จั้นผลักประตูไม้เข้ามาอย่างเงียบเชียบ เขาวางสัมภาระลงที่มุมห้องโถง ก่อนจะสาวเท้าตรงดิ่งไปยังห้องครัว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือภรรยาคนสวยกำลังยืนเคี่ยวหม้อพะโล้ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มพึงพอใจ แสงไฟสีส้มอ่อนยามเย็นสาดส่องกระทบดวงหน้าด้านข้าง ยิ่งขับเน้นให้ว่านหลิงดูงดงามราวกับภาพวาด "กลับมาแล้วหรือครับ คุณทหาร" ว่านหลิงหันมาเห็นพอดี รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเรียวรี เธอวางทัพพีลงแล้วเดินเข้าไปหาชายหนุ่มโดยไม่ลังเล ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเขม่าตามใบคมสันของสามีอย่างเบามือ "วันนี้ฝึกหนักมากไหมครับ ดูสิ หน้าตาเนื้อตัวมอมแมมหมดแล้ว" ลู่จั้นไม่ตอบคำถาม เขาคว้าเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นสูดเอาความสดชื่นจากตัวเธอเข้าปอดลึกๆ "เหนื่อยครับ... แต่พอได้กลิ่นอาหารฝีมือคุณ ความเหนื่อยก็หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว" เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายกระซิบอยู่ข้างหู ทำเอาว่านหลิงอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มด้วยความเขินอาย "ปากหวานเสียจริง ระวังเถอะ... ถ้ากินฝีมือฉันเข้าไปมากๆ จะติดใจจนไปกินข้าวที่โรงเลี้ยงทหารไม่ลงอีกนะ" ว่านหลิงเอ็ดเบาๆ แต่ไม่ได้ผลักไส ปล่อยให้สามีโอบกอดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะผละออกเพื่อจัดการตักอาหารมื้อสำคัญ บนโต๊ะไม้ตัวเก่า บัดนี้ถูกประดับประดาด้วย "ขาหมูพะโล้ละลายในปาก" ชามโต เนื้อหมูสามชั้นตุ๋นจนหนังและมันนุ่มเปื่อยแทบไม่ต้องเคี้ยว สีสันของน้ำพะโล้เข้มข้นเคลือบเงาชวนน้ำลายสอ เคียงคู่มากับไข่ต้มพะโล้สีน้ำตาลเข้มซึมเข้าเนื้อ และผักกาดดองสามรสตัดเลี่ยน ตักเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ที่หอมกรุ่นจนควันพวยพุ่ง ลู่จั้นนั่งลงที่เก้าอี้ ดวงตาทหารหนุ่มมองอาหารตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน ไม่ใช่แค่เพราะความน่ากิน แต่เพราะความใส่ใจที่ภรรยามอบให้ตลอดมา "ลองชิมดูสิครับ ว่าถูกปากไหม" ว่านหลิงตักเนื้อขาหมูส่วนคากิที่นุ่มที่สุด วางลงบนชามข้าวของสามี ลู่จั้นใช้ตะเกียบคีบเนื้อหมูเข้าปาก ชั่วพริบตาที่สัมผัสลิ้น รสชาติกลมกล่อม หวานเค็มกำลังดีและหอมกลิ่นเครื่องเทศก็ระเบิดขึ้น ความนุ่มละมุนที่แทบจะละลายหายไปในปากทำให้ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรออกมาอีกเลย ราวกับกลัวว่าการพูดจะทำให้รสชาติอันยอดเยี่ยมนี้หลุดลอยไป หม้อพะโล้ใบใหญ่ที่ว่านหลิงตั้งใจทำเผื่อไว้กินถึงพรุ่งนี้ ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กลับถูกลู่จั้นกวาดเรียบจนแทบไม่เหลือน้ำซุปติดก้นหมู ชายหนุ่มวางตะเกียบลงด้วยความอิ่มหนำสำราญ ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยความอิ่มและรอยยิ้มพึงพอใจ "อร่อยมากครับ... อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยทานมาเลย" ลู่จั้นเอ่ยชมด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ ว่านหลิงหัวเราะคิกคัก ยื่นผ้าเช็ดปากให้สามี "ทานเก่งขนาดนี้ คราวหน้าฉันต้องทำหม้อใหญ่เป็นสองเท่าแล้วกระมัง" บรรยากาศแสนอบอุ่นในบ้านหลังน้อยอบGวลไปด้วยความสุขและความรักที่กำลังเบ่งบาน ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆ เสียงทุบประตูดังโครมครามที่หน้าบ้านก็ทำลายความเงียบสงบลง พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนแผดลั่นเข้ามา "ไอ้ลูกอกตัญญู! นังสะไภ้ตัวดี! พวกแกกินอยู่กันอย่างสุขสบาย แต่ปล่อยให้แม่ผู้ให้กำเนิดต้องอดอยากตายอยู่ข้างนอกอย่างนั้นเรอะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" ลู่จั้นขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มในเสี้ยววินาที ส่วนว่านหลิงกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น... หึ แม่เฒ่าโจวมาได้จังหวะเวลาเสียจริง ดูท่าทางว่ามื้อค่ำย่อยง่ายนี้ คงต้องปิดท้ายด้วยรายการบันเทิงชุดใหญ่เสียแล้วสิครับ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%