คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า•ตอนที่ 22

สามีหนุ่มทหารมาดเข้มมาถึงแล้ว

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้ากล้าก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้อีกครั้ง ข้าจะเอาด้ามไม้กวาดฟาดหน้าพวกเจ้าให้เลือดกลบปากทีเดียว!" เสียงตวาดทรงพลังดังลั่นก้องบริเวณลานดินหน้าบ้านพักนายทหารหลังเก่า หลินว่านหลิงยืนถือด้ามไม้กวาดไม้ไผ่หนาแน่นในมือ แววตาสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองร่างของแม่เฒ่าโจวและบรรดาญาติห่างๆ ที่พากันมาออกันหน้าประตูบ้านด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าของคนกลุ่มนั้นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่ก็เจือความหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย เนื่องจากสองวันที่ผ่านมา สะใภ้รองตระกูลลูผู้นี้เปลี่ยนไปราวกับพยัคฆ์ร้ายไร้ความปรานี ไม่เพียงแต่ไม่ยอมควักเงินเก็บส่งให้เหมือนเคย แต่ยังไล่ตะเพิดพวกนางกลับไปพร้อมกับคำขู่ที่ทำเอาขนลุกซู่ แม่เฒ่าโจวถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแค้นเคือง นิ้วเหี่ยวย่นชี้หน้าหลินว่านหลิงด้วยความสั่นเทา "นังตัวดี! แกมันอกตัญญู! กล้าดียังไงมาไล่แม่สามี บรรพบุรุษตระกูลลูคงตาบอดถึงได้ส่งคนไร้ยางอายอย่างแกมาเป็นสะใภ้ รอให้ลู่จั้นสามีแกกลับมาเถอะ ข้าจะฟ้องเขาให้หย่ากับแกแล้วไล่ตะเพิดออกไปจากค่ายทหารแห่งนี้!" หลินว่านหลิงแค่นหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หล่า นางกอดอกมองหญิงแก่ผู้เห็นแก่ตัวด้วยสายตาเย้ยหยัน "เชิญฟ้องตามสบายเลยครับ... อ้อ ไม่สิ เชิญฟ้องตามสบายเลยเจ้าค่ะ เผื่อสามีฉันกลับมา เขาจะได้รู้เสียทีว่าแม่ผู้ให้กำเนิดคอยสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวเราจนแทบไม่เหลือแม้แต่เศษข้าวติดก้นหม้ออย่างไร ถ้าคิดว่าแน่จริงก็ยืนรออยู่ตรงนี้สélู่จั้นใกล้จะกลับมาถึงแล้วนี่!" สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบกริบลงชั่วขณะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงที่คุ้นเคยดังแว่วมาจากทางปากทางเข้าค่ายทหาร ลู่จั้นในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นควันและหยาดเหงื่อกำลังก้าวเดินตรงมาด้วยความเหนื่อยล้า ร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมและมีร่องรอยความอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดจากการปฏิบัติภารกิจนอกค่ายนานแรมเดือน สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้า ความตึงเครียดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทันทีเมื่อเห็นแม่ของตนเองยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ท่ามกลางกลุ่มญาติ ขณะที่ภรรยาตัวน้อยยืนถือไม้กวาดจ้องมองด้วยท่าทีแข็งกร้าว "เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำเอาทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว แม่เฒ่าโจวเห็นบุตรชายกลับมาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสารทันที นางปรี่เข้าไปหาลู่จั้นพร้อมกับบีบน้ำตาโฮออกมาเสียงดังราวกับเด็กถูกรังแก "ลู่จั้น! ลูกรัก แม่ถูกรังแกแล้ว! นังผู้หญิงคนนี้... ภรรยาตัวดีของแก มันกล้าด่าทอแม่แถมยังไล่ตะเพิดแม่เหมือนหมูเหมือนหมา แกต้องจัดการมันนะลูก!" หลินว่านหลิงมองการแสดงละครฉากใหญ่ของแม่สามีด้วยความรู้สึกระอา นางไม่ได้ร้อนรนหรือวิ่งเข้าไปแก้ตัว ลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะสบตากับลู่จั้นที่หันมามองนางพอดิบพอดี ดวงตาคมของลู่จั้นจ้องมองภรรยา นัยน์ตาคู่นั้นมีความซับซ้อนฉายชัด ทั้งความเหนื่อยล้า ความกังวล และความประหลาดใจ ภาพจำของหลินว่านหลิงในอดีตคือหญิงสาวอ่อนแอ ขี้ขลาด หวาดกลัวแม่สามีจนตัวสั่นและมักจะแอบร้องไห้อยู่เสมอ แต่นางในยามนี้กลับยืนหลังตรงอย่างมั่นคง แววตาสุกใสเต็มไปด้วยความฉลาดเฉลียวและเด็ดเดี่ยว รัศมีรอบตัวนางเปลี่ยนไปจนเขาเกือบจำไม่ได้ ทว่า แทนที่จะตำหนิตามคำฟ้องร้องของมารดา ลู่จั้นกลับกวาดสายตามองไปที่สภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างพิจารณา บ้านพักที่เคยรกเร้าและเต็มไปด้วยความอับทึบ บัดนี้กลับสะอาดสะอ้าน มีกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและเครื่องเทศลอยมาจากในครัว บริเวณข้างบ้านยังมีแปลงผักสวนครัวขนาดเล็กที่ถูกจัดระเบียบลงตัวอย่างงดงาม บ่งบอกว่าเจ้าของบ้านใส่ใจดูแลมันมากแค่ไหน "แม่ครับ" ลู่จั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ทำเอาแม่เฒ่าโจวที่กำลังโวยวายถึงกับชะงัก "ท่านมาทำอะไรที่นี่อีกครับ? ผมบอกท่านหลายครั้งแล้วว่าเงินเดือนของผมมีไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในครอบครัวและเก็บไว้สร้างอนาคต ไม่ได้มีไว้ให้ท่านเอาไปจุนเจือบ้านใหญ่ตลอดเวลา" แม่เฒ่าโจวอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ "นี่แก... แกเข้าข้างนังสะใภ้ตัวดีนี่รึ ลู่จั้น แกหลงมันจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วใช่ไหม!" "ผมไม่ได้เข้าข้างใคร ผมพูดตามความจริง" ลู่จั้นตอบเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบมองมารดาและญาติๆ ด้วยความกดดัน "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอเชิญพวกท่านกลับไปก่อนเถอะครับ ผมเพิ่งกลับจากการฝึกและเดินทางมาเหนี่ยวล้ามาก อยากจะพักผ่อน" บรรดาญาติเห็นท่าไม่ดีและเกรงกลัวบารมีของนายทหารหนุ่ม จึงพากันดึงแขนแม่เฒ่าโจวให้ยอมล่าถอยออกไป แม่เฒ่าโจวชี้หน้าหลินว่านหลิงและบุตรชายด้วยความแค้นเคืองก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำไม่ขาดสาย เมื่อหน้าบ้านกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง หลินว่านหลิงจึงลดไม้กวาดลง นางหันมามองสามีที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้เสียจนได้กลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นอายบุรุษเพศจางๆ ลู่จั้นมองสำรวจภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับต้องการค้นหาตัวตนจริงๆ ของหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า "มองอะไรหรือครับ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่รึไง" หลินว่านหลิงเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเจือความท้าทายเล็กน้อยตามนิสัย ลู่จั้นไม่ตอบทันที เขากวาดสายตาสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิม ไม่มีความอิดโรยหรือแววตาหวาดกลัวเหมือนก่อนหน้านี้ ร่างกายของนางดูแข็งแรงและคล่องแคล่วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เธอเปลี่ยนไป..." ลู่จั้นเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง "เปลี่ยนไปจนผมเกือบจำไม่ได้" "คนเราถ้ายังจมอยู่กับที่ก็มีแต่จะตายกันหมดไม่ใช่หรือครับ..." หลินว่านหลิงตอบกลับอย่างฉับไว นางวางไม้กวาดพิงไว้ข้างฝาผนัง ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมสะอาดจากตัวนางลอยเข้าจมูกนายทหารหนุ่มจนเขาเผลอสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว "ยืนทื่ออยู่ทำไมล่ะครับ เข้าบ้านไปล้างหน้าล้างตาก่อนสิ ฉันเพิ่งทำน้ำสมุนไพรเย็นๆ ไว้ให้ดื่มแก้กระหาย... และที่สำคัญ อาหารเย็นวันนี้รับรองว่าคุณจะต้องตะลึงจนลืมความเหนื่อยล้าไปเลย" พูดจบ นางก็หันหลังเดินนำเข้าไปในครัวทันที ทิ้งให้ลู่จั้นยืนนิ่งงันอยู่กลางห้องรับแขก หัวใจของนายทหารหนุ่มผู้แข็งกร้าวกลับเต้นรัวขึ้นมาอย่างประหลาด ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วอก ลู่จั้นมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ภรรยาของเขาในตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้หญิงที่แต่งเข้ามาตามคำสั่งของผู้ใหญ่ แต่นางกำลังกลายเป็นศูนย์กลางของบ้านหลังนี้... บ้านที่แท้จริงที่เขารอคอยมาตลอด ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะผ่อนคลาย เสียงเคาะประตูก็ Wดังขึ้นอย่างกะทันหันที่หน้าบ้าน สามีภรรยาต่างชะงักฝีเท้า ลู่จั้นขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ขณะที่หลินว่านหลิงหันกลับมามองประตูหน้าบ้านด้วยแววตาไหววูบ ใครกันที่มาหาในยามวิกาลเช่นนี้? ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%