เสียงกระแทกกระทั้นตรงบานประตูไม้เก่าๆ ดังสนั่นจนฝุ่นดินร่วงกราวลงมาจากรอยแตกบนผนังดินดิบ ร่างผอมบางในชุดจีนยุคเจ็ดศูนย์ของหลินว่านหลิงสะดุ้งเล็กน้อย แต่นัยน์ตาคู่คมกลับไม่มีแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาที่วับผ่านอย่างรวดเร็ว
"นังตัวดี! สายโด่งป่านนี้แล้วยังนอนอืดอยู่อีกเรอะ! น้ำท่าไม่ยอมตัก ฟืนก็ไม่ยอมผ่า คิดจะให้ฉันกับน้องสาวแกเลี้ยงข้าวฟรีไปถึงไหนกัน!"
เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าโจวแผดลั่นทะลุกรอบประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบผนังป้าบๆ อย่างเหลืออด
หลินว่านหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก หญิงสาวจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เชฟมือทองผู้กวาดรางวัลมาแล้วทั่วเอเชีย กลับต้องมาตายคาห้องครัวแล้วทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของลูกสะใภ้อ่อนแอที่ถูกแม่สามีจอมเคี่ยวและบ้านสามีโขกสับสารพัด ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าขัน ปล่อยให้คนอื่นรังแกจนตัวตายไปแล้ว แต่สำหรับหลินว่านหลิงคนนี้... ฝันไปเถอะครับ!
แอด...
บานประตูไม้ถูกผลเปิดออกอย่างกะทันหัน แรงเหวี่ยงทำให้แม่เฒ่าโจวที่กำลังจะเงื้อมือทุบซ้ำเกือบเสียหลักคะมำหน้าคว่ำ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว อ้าปากเตรียมจะด่ากราดชุดใหญ่
"สะใภ้รอง แก—"
"ถ้าไม่อยากให้ฉันตะโกนประจานให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าแม่แอบซ่อนแป้งสาลีชั้นดีไว้ใต้เตียงเพื่อเอาไปให้ลูกสาวคนโปรดกินคนเดียว ก็เชิญแหกปากต่อได้เลยครับ คุณแม่"
หลินว่านหลิงสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเย็นเยียบและเฉียบคมราวกับใบมีดโกน เธอกอดอกพิงวงกบประตูด้วยท่าทีสบายๆ สายตาจ้องมองแม่เฒ่าโจวชนิดที่เรียกว่าไม่หลบตา
แม่เฒ่าโจวชะงักกึก อ้าปากค้างราวกับปลาทองขาดน้ำ ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง นางรีบหันซ้ายแลขวาอย่างมีพิรุธ ก่อนจะลดเสียงลงต่ำจนแทบเป็นกระซิบด้วยความโมโห "แก... แกพูดจาเหลวไหลอะไร นังสารเลว! ฉันไปซ่อนแป้งที่ไหนกัน อย่ามาใส่ร้ายนะ!"
"ใส่ร้ายหรือไม่ เดี๋ยวตอนเที่ยงชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาคงได้พิสูจน์กันเองนะครับว่ากลิ่นแป้งสาลีทอดมันโชยมาจากครัวใคร" ว่านหลิงแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตานี้ทำเอาแม่เฒ่าโจวรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
เด็กสาวตรงหน้า... ทำไมวันนี้ถึงดูน่ากลัวและแปลกไปจากเดิมลิบลับ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือยอมจำนนเหมือนเก่าเลยแม้แต่น้อย
"แก... แกเปลี่ยนไปนะ..." แม่เฒ่าโจวเค้นเสียงลอดไรฟัน
"คนเราถ้ายังยอมให้คนอื่นสูบเลือดสูบเนื้อจนวันตาย คงโง่เต็มทีแล้วล่ะครับ" หลินว่านหลิงไม่อยากเสียเวลากับคนแก่เห็นแก่ตัวพวกนี้ต่อ เธอกวาดตามองรอบห้องแล้วหมุนตัวกลับเข้าห้อง ปิดประตูกรอยใส่หน้าแม่สามีดังปัง! จนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยงเกือบจะกรี๊ดออกมา
คล้อยหลังเสียงโวยวายที่ค่อยๆ ถอยห่างออกไปอย่างหัวเสีย หลินว่านหลิงถอนหายใจยาวเหยียด ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงไม้แข็งๆ พลางยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อปรับคลื่นสมอง
ทันใดนั้นเอง... ในห้วงความคิดของเธอก็เกิดอาการวูบวาบประหลาด พื้นที่รอบตัวราวกับบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะถูกดึงดูดเข้าสู่พื้นที่สีขาวโพลนขนาดมหึหา
*ตึง!*
เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ใสๆ ดังขึ้นในหัว พร้อมกับภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏชัดเจนจนเธอต้องอ้าปากค้าง
ห้างสรรพสินค้าปลอดภาษีขนาดใหญ่แปดชั้นตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า! แสงไฟนีออนสว่างไสว ชั้นวางสินค้าเรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งโซนซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ที่มีทั้งเนื้อสัตว์แช่แข็ง ผักผลไม้สดฉ่ำ นมเนย ชีส ขนมขบเคี้ยว ไปจนถึงเครื่องปรุงรสระดับพรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลก โซนเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้าแฟชั่น และอุปกรณ์ดำรงชีพครบครัน
"ให้ตายเถอะ... มิติลับตามมาด้วยจริงๆ ด้วย!"
หลินว่านหลิงอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น ดีใจจนเนื้อเต้น นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเหลือเชื่อ แต่นี่คือ "อาวุธทองคำ" ที่จะพลิกชีวิตในยุคข้าวยากหมากแพงนี้ให้กลายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืนต่างหาก
เธอก้าวเดินเข้าไปในโซนซูเปอร์มาเก็ตอย่างรวดเร็ว หยิบสเต๊กเนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่ห่อหุ้มด้วยสูญญากาศอย่างดี น้ำมันพืชคุณภาพสูง น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และขวดซอสพริกเกาหลี รวมถึงเครื่องเทศหอมกรุ่นที่โลกยุคเจ็ดศูนย์ไม่มีวันหาซื้อได้
เพียงแค่คิดในใจ สินค้าเหล่านั้นก็ปรากฏขึ้นมาบนมือของเธอทันที ระบบการจัดการในมิตินี้สะดวกสบายอย่างยิ่ง แค่ใช้จิตควบคุมก็สามารถเบิกถอนและจัดเก็บได้ตามต้องการ
"ในเมื่อมีวัตถุดิบระดับพระกาฬอยู่ในมือแล้ว แถมสามีทหารของฉันก็ใกล้จะกลับบ้าน..." ว่านหลิงยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยแผนการอันแยบคาย "แม่เฒ่าโจวอยากจะกลั่นแกล้งเรานักใช่ไหม งั้นก็เตรียมตัวเจออาหารหอมๆ จนน้ำลายสอ แต่ไม่ได้กินสักคำจนอกแตกตายไปเลยเถอะครับ!"
เธอจัดการปรุงอาหารเช้าง่ายๆ แต่หอมฟุ้งด้วยข้าวโอ๊ตออร์แกนิกผสมนมสดเข้มข้น และไข่ดาวกรอบนอกนุ่มในราดซอสสูตรพิเศษ กลิ่นหอมเย้ายวนใจของเนยแท้และเครื่องเทศเริ่มลอยละล่องลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างบ้านพัก ออกไปสู่ลานดินด้านนอกที่ชาวบ้านกำลังเดินผ่านไปมา
กลิ่นหอมที่ไม่เคยมีใครได้กลิ่นมาก่อนในหมู่บ้านทุรกันดารแห่งนี้ เริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างยอดเยี่ยม ผู้คนต่างหยุดเดินแล้วสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความงุนงง
ในขณะที่หลินว่านหลิงกำลังเพลิดเพลินกับการตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรีบร้อนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูรัวเร็วที่เต็มไปด้วยความร้อนรน
ก๊อกๆๆ!
"สหายหลิน! อยู่ในบ้านไหมครับ! ผม... ผมสหายหม่าเองครับ!"
หลินว่านหลิงชะงักตะเกียบในมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะเนี่ย...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ
คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า•ตอนที่ 2
เปิดกล่องสบถชีวิตด้วยมิติลับ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!