คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า•ตอนที่ 7

ซุปไก่ตุ๋นโสมเยียวยาร่างกาย

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าพวกคุณยังกล้าก้าวเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ผมเกรงว่าต่อให้มีเก้าอี้หามมาสิบตัว ก็คงไม่มีแรงพอจะแบกสังขารเน่าเฟะพวกนี้กลับออกไปหรอกครับ!" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของลู่จั้นดังขึ้นราวกับอสุนีบาตฟาดกลางฤดูร้อน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อยยืนตระหง่านขวางหน้าประตูครัว สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์กวาดมองร่างสามแม่ลูกตระกูลโจวที่กำลังยืนหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แม่เฒ่าโจวอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นผสมความตกใจ นางไม่คาดคิดเลยว่าบุตรชายคนรองที่เคยหัวอ่อนและยอมก้มหัวให้ตระกูลมาตลอด จะกล้าใช้สายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งมองนางเช่นนี้ ยิ่งกลิ่นหอมเย้ายวนล้ำลึกที่ลอยโชยออกมาจากหม้อดินเผาหลังเตาไฟด้วยแล้ว ยิ่งทำให้น้ำลายในปากของนางเหนียวหนืดจนกลืนไม่ลง "ไอ้... ไอ้ลูกอกตัญญู! แกกล้าขู่แม่แท้ๆ ของตัวเองอย่างนั้นหรือ!" แม่เฒ่าโจวแผדเสียงแหลมสูงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวในอก มือเหี่ยวย่นชี้หน้าลู่จั้นสั่นระริก "ฉันเป็นแม่นะ! แกเกิดมาจากท้องฉัน! ของกินหอมๆ ในบ้านนี่มันควรเป็นของพี่ชายกับน้องสาวแก ไม่ใช่เอามาปรนเปรออีสะใภ้ตัวซวยนี่คนเดียว!" หลินว่านหลิงที่กำลังยืนใช้ทัพพีไม้คนซุปในหม้อดินเผาอย่างใจเย็น ค่อยๆ หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือลนลานแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รัศมิ์ความมั่นใจและเยือกเย็นแผ่ออกมาจากตัวนาง จนทำให้แม่เฒ่าโจวถึงกับชะงัก "คุณแม่สามีพูดเช่นนี้ไม่ถูกต้องกระมังครับ... อ้อ หรือว่าความจำเป็นต้องใช้เงินสิบล้านหยวนเพื่อรักษาหน้าตาตระกูลโจวเมื่อวันก่อน ทำให้ความจำของคุณแม่เสื่อมถอยไปเสียแล้ว?" ว่านหลิงเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "พวกเราตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างเป็นทางการต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและพยานนับสิบคนแล้วนะครับ หรือท่านผู้เฒ่าต้องการให้ผมเชิญผู้ใหญ่บ้านมาช่วยเตือนความจำอีกรอบดีล่ะครับ?" คำพูดของว่านหลิงราดน้ำมันลงบนกองไฟ แม่เฒ่าโจวหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะเป็นลมล้มพับ หากไม่ใช่เพราะกลิ่นหอมของซุปไก่ที่ลอยทะลุผ่านรูจมูกจนกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะให้ออกมาทำงานอย่างบ้าคลั่ง นางคงกรีดร้องอาละวาดบ้านแตกไปแล้ว กลิ่นหอมของโสมป่าอายุหลายสิบปีผสมผสานกับความหวานละมุนของเนื้อไก่บ้านและเห็ดทรัฟเฟิลหายากในมิติห้างสรรพสินค้า มันช่างหอมหวลตลบอบอวลจนคนเดินผ่านไปมานอกรั้วบ้านถึงกับต้องหยุดฝีเท้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความเคลิบเคลิ เคลิ้ม "ว่านหลิง... กลิ่นนี่มัน..." ลู่จั้นหันมามองภรรยาด้วยสายตาอ่อนโยนลงทันที ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรักและเอ็นดูระคนหิวโหยที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของดวงตา "อดทนอีกนิดนะครับพี่ลู่ ซุปไก่ตุ๋นโสมหม้อนี้เคี่ยวมานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว เนื้อไก่เปื่อยนุ่มละลายในปาก น้ำซุปเข้มข้นบำรุงกำลังวังชา ช่วยขับพิษและปรับสมดุลเลือดลมโดยเฉพาะ เหมาะกับคนทำงานหนักอย่างคุณที่สุดครับ" ว่านหลิงส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามี ก่อนจะตักน้ำซุปสีอำพันใสแจ๋วใส่ชามกระเบื้องเคลือบเนื้อดีส่งควันกรุ่นส่งให้เขา ลู่จั้นรับชามซุปมาถือไว้ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความซาบซึ้งใจ ภรรยาตัวน้อยของเขาไม่เพียงแต่ฉลาดทันคนและหาเงินเก่ง นางยังใส่ใจดูแลสุขภาพของเขาในทุกๆ รายละเอียด ยิ่งเห็นภาพภรรยาใช้ผ้ากันเปื้อนผืนเก่าแต่สะอาดสะอ้านยืนเคียงข้างในห้องครัวที่ตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นไอความสุข เขาก็รู้สึกว่าต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เขาก็ยอมมอบทั้งชีวิตให้ผู้หญิงคนนี้ *ซี้ด... อึก!* เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นจากหน้าประตู แม่เฒ่าโจวและลูกๆ ทั้งสองที่แอบมองอยู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป ความหิวโหยเอาชนะความโกรธจนหมดสิ้น พวกเขาแทบจะพุ่งพรวดเข้ามาในครัว หากไม่ใช่เพราะลู่จั้นหันกลับมาวางชามซุปกระแทกโต๊ะไม้เสียงดังสนั่น พร้อมกับเงื้อมมือจับด้ามมีดทำครัวที่วางอยู่ใกล้ๆ ขยับเบาๆ สัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่าบอกให้สามแม่ลูกรู้ว่า ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว... เลือดได้นองพื้นแน่! "ไสหัวไปซะ!" ลู่จั้นคำรามลอดไรฟัน แม่เฒ่าโจวหน้าซีดเผือด นางถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วดึงลูกๆ วิ่งเตลิดเปิดเปิงออกไปจากบริเวณบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งเสียงด่าทออาฆาตมาดร้ายไว้เบื้องหลังแต่ไม่มีใครใส่ใจ ภายในห้องครัวกลับคืนสู่ความสงบและอบอุ่นอีกครั้ง ว่านหลิงหัวเราะคิกคักเบาๆ นางเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงของสามี ยื่นมือเรียวบางไปหยิบช้อนกระเบื้องตักซุปขึ้นมาเป่าเบาๆ ก่อนจะป้อนให้ลู่จั้นที่อ้าปากรับอย่างว่าง่าย สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มมองตรงมาที่ภรรยาด้วยความหมายลึกซึ้ง "อร่อยไหมครับ?" ว่านหลิงเอียงคอมองอย่างอารมณ์ดี "อร่อย... แต่อร่อยสู้คนทำไม่ได้หรอกครับ" ลู่จั้นตอบหน้าตาย ทำเอาว่านหลิงถึงกับแก้มแดงซับสีเลือดด้วยความเขินอาย นางค้อนขวับใส่สามีหนุ่มไปหนึ่งวงใหญ่ แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้หยอกล้อกันต่อ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นรัวๆ สามครั้งติดกัน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ลู่จั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย วางชามซุปในมือลงทันที บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวัง เขาก้าวเท้าเดินไปที่ประตูหน้าบ้านโดยมีว่านหลิงเดินตามไปติดๆ ด้วยความสงสัย เมื่อเปิดประตูรั้วออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ทั้งคู่ต้องชะงัก ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมหมวกแก๊ปบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์กำลังยืนยิ้มกริ่มอยู่ พร้อมกับถุงผ้ากระสอบใบใหญ่ในมือ ข้างกายเขามีชายฉกรรจ์ร่างกำยำอีกสองคนยืนคุมเชิง "สหายลู่... สหายหลิน ไม่ทราบว่ารบกวนเวลาพักผ่อนหรือเปล่าครับพอดีผมได้กลิ่นหอมของอะไรบางอย่างลอยมาไกลถึงปากซอย... แล้วก็บังเอิญมีเรื่องธุรกิจก้อนโตอยากจะคุยกับพวกคุณพอดีครับ" สหายหม่าหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะเหลือบมองเข้าไปในตัวบ้านด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ว่านหลิงหรี่ตามองพ่อค้าตลาดมืดผู้นี้ทันที นางรู้ว่าสหายหม่าไม่ใช่คนธรรมดา และการมาเยือนยามวิกาลเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไรเพิ่ม สหายหม่าก็ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเขตบ้าน พร้อมกับโยนถุงผ้ากระสอบในมือลงกับพื้น เสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งหนักหน่วง และเมื่อปากถุงผ้าเปิดออก แสงสีทองประกายวาววับของทองคำแท่งบริสุทธิ์ก็สะท้อนเข้าตาจนสว่างวาบไปทั่วบริเวณ! "นี่คือมัดจำล่วงหน้าสำหรับสินค้าล็อตใหม่... หวังว่าคุณหนูหลินจะตกลงทำสัญญานี้กับผมนะครับ" สหายหม่าเอ่ยเสียงต่ำรอยยิ้มแฝงเลศนัยชวนขนลุก --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%