"เงินห้าสิบหยวนนี่... คงพอกลบปากพวกปากหอยปากปูในหมู่บ้านได้สักระยะสินะครับ สหายหม่า"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของลู่จั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมลานบ้าน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเก่าคร่ำคร่าก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างภรรยาตัวน้อยกับแขกยามวิกาล ดวงตาคมกริบกวาดมองปึกธนบัตรในมือของพ่อค้าตลาดมืดด้วยความนิ่งสงบ ไร้ซึ่งความโลภหรือความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
สหายหม่าหัวเราะร่วนในลำคอ ร่างอ้วนท้วนสั่นเทิ้มตามแรงหัวเราะ เขากวาดสายตามองไปรอบลานบ้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าหวานละมุนของหลินว่านหลิงที่ยืนถือตะหลิวทำครัวอยู่ แววตาของพ่อค้าผู้เจนจัดในโลกมืดเต็มไปด้วยความชื่นชมและระคนทึ่ง
"ฮ่าๆๆ สหายลู่ ท่านช่างมีภรรยาที่ทั้งงดงามและเก่งกาจเสียจริง! ข้าเดินทางค้าขายมาค่อนชีวิต เพิ่งเคยลิ้มลองรสชาติอาหารที่ทั้งหอม ทั้งกลมกล่อม และเปี่ยมด้วยพลังวิเศษเช่นนี้เป็นครั้งแรก เนื้อผัดซอสสูตรลับของสหายว่านหลิงเมื่อครู่... พูดตามตรง แค่กลิ่นก็ทำให้เส้นเลือดในสมองข้าเต้นเร้าแล้วครับ!" สหายหม่ากล่าวอย่างไม่ปิดบัง พร้อมกับยื่นปึกธนบัตรหนาเตอะเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ไผ่
หลินว่านหลิงแย้มยิ้มบางๆ นางวางตะหลิวลงบนเตาถ่านอย่างใจเย็น ก่อนจะใช้ผ้าสะอาดเช็ดมือ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ความทรงจำจากยุคปัจจุบันและพลังจากมิติห้างสรรพสินค้าในอกเสื้อทำให้หญิงสาวมั่นใจในทุกย่างก้าว นางไม่ได้รีบร้อนรับเงินก้อนนั้นทันที แต่เลือกที่จะประสานสายตากับพ่อค้าตลาดมืดด้วยท่าทีสง่างามราวกับคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง
"สหายหม่ากล่าวเกินไปแล้วครับ เจ้าสิ่งนี้เป็นเพียงอาหารพื้นบ้านที่ทำด้วยวัตถุดิบธรรมดาเท่านั้น... แต่ในเมื่อท่านชื่นชอบ และตกลงราคากันเรียบร้อยแล้ว เงินก้อนนี้ ข้าขอรับไว้ด้วยความเต็มใจนะครับ" ว่านหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น มือเรียวยื่นไปรับปึกธนบัตรมาถือไว้สัมผัสได้ถึงความหนาหนักของมัน นี่คือเงินก้อนแรกที่งอกเงยขึ้นจากหยาดเหงื่อและความสามารถของนางเองในโลกยุคนี้
ทว่า บรรยากาศที่กำลังจะชื่นมื่น กลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้ากระแทกระทั้นและเสียงโวยวายที่ดังแว่วมาแต่ไกลจากหน้าประตูรั้ว!
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังสะใภ้ตัวดี! แกแอบทำอะไรกินกันในบ้านตอนดึกดื่นถึงได้มีกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้านแบบนี้! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ หรือจะให้ฉันพังเข้ามา!"
เสียงแหลมสูงที่เต็มไปด้วยความริษยาและตะกละตะกลามนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แม่เฒ่าโจว แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและเห็นแก่ตัวที่สุดในหมู่บ้านนั่นเอง!
ประตูกระท่อมไม้ไผ่สั่นสะเทือนตามแรงทุบด้วยกำปั้นหยาบกร้าน แม่เฒ่าโจวไม่ได้มาคนเดียว นางพาลูกสาวคนเล็กอย่างโจวชุนฮวามาด้วย ทั้งสองคนได้กลิ่นหอมของเนื้อผัดซอสสูตรพิเศษที่ลอยไปตามสายลมยามค่ำคืน ทนความอยากไม่ไหวจนต้องรีบวิ่งมาเคาะประตูบ้านหวังจะแย่งชิงอาหารตรงหน้า
ลู่จั้นขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที เขาก้าวเท้าเตรียมจะเดินไปเปิดประตูเพื่อจัดการปัญหา แต่หลินว่านหลิงกลับเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ พร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ที่แฝงความร้ายกาจเล็กน้อยให้
"สามีครับ... เรื่องนี้ปล่อยให้ภรรยาจัดการเองเถอะครับ นานๆ ทีจะมีคนวิ่งมาให้เราตบหน้าเล่นถึงหน้าบ้าน จะปฏิเสธความหวังดีของแม่สามีได้อย่างไรกันล่ะครับ"
ลู่จั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน เขาลดมือลง ถอยหลังไปยืนกอดอกพิงเสาเรือนด้วยท่าทีสบายๆ พร้อมที่จะดูภรรยาตัวน้อยแสดงละครฉากใหญ่
*แอ๊ด—*
เสียงไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แม่เฒ่าโจวที่เงื้อมือเตรียมจะทุบซ้ำถึงกับเซถลนเข้ามาเกือบหน้าคะมำ ด้านหลังมีโจวชุนฮวากวาดสายตามองไปรอบบ้านด้วยความหิวกระหาย ทันทีที่ทั้งสองเห็นสภาพในครัวที่มีกระทะเหล็กใบใหญ่ตั้งอยู่ พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่ยังคงคละคลุ้ง สองแม่ลูกก็พุ่งตรงเข้าไปหาโต๊ะไม้ไผ่ทันทีโดยไม่สนใจแขกแปลกหน้าอย่างสหายหม่าเลยแม้แต่น้อย!
"ตายจริง! นังว่านหลิง! แกแอบซ่อนเนื้ออร่อยไว้กินกันสองคนพี่น้องรึ! กล้าดียังไงถึงไม่เอาไปกราบ ญาติผู้ใหญ่ก่อน! แกมันอกตัญญู ชั่วช้า ไร้ยางอาย!" แม่เฒ่าโจวแผדเสียงแหลมปรี๊ด มือเหี่ยวย่นเอื้อมไปหมายจะคว้าชามกระเบื้องที่เหลือเศษอาหารก้นกระทะอยู่
*เพี๊ยะ!*
เสียงฟาดฝ่ามือลงบนหลังมือเหี่ยวย่นดังสนั่น!
แม่เฒ่าโจวสะดุ้งสุดตัว ถอยกรูดด้วยความเจ็บปวด นางกุมหลังมือตัวเองที่แดงเถือกขึ้นเป็นรอยฝ่ามืออย่างรวดเร็ว ดวงตาฝ้าฟางเบิก Dโพล่งด้วยความตกตะลึงและโกรธเกรี้ยว มองหน้าสะใภ้ที่นางเคยคิดว่าหัวอ่อนและขี้ขลาด
"แก... แกกล้าตีแม่สามีรึนังสารเลว!" แม่เฒ่าโจวกรีดร้อง ชี้หน้าว่านหลิงด้วยความโมโห
หลินว่านหลิงยืนถือตะหลิวไม้ในมือ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากไม่ได้ไปถึงดวงตาที่เย็นเยียบราวน้ำแข็ง นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงกังวานใสแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"แม่สามีพูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ? บ้านหลังนี้ ทางการได้แบ่งแยกทะเบียนครัวเรือนและตัดขาดความรับผิดชอบกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่สามีฉันแต่งงานเข้ามาแล้วนะครับ พวกท่านไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต... นี่ฉันยังถือว่าท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ถึงได้ยังไม่แจ้งเจ้าหน้าที่หมู่บ้านข้อหาบุกรุกยามวิกาลนะคร้าบ!"
คำพูดที่ฉาดฉานและเหตุผลที่หนักแน่นราวกับค้อนเหล็กฟาดลงกลางแสกหน้า ทำให้แม่เฒ่าโจวถึงกับสำลักคำพูดตัวเอง หน้าชาวาบจนเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ
โจวชุนฮวาเห็นแม่เสียหน้า จึงรีบเข้ามาเสริมทัพ แผดเสียงแหลมไม่แพ้กัน "พี่สะใภ้! ถึงจะแยกบ้านกันแล้ว แต่ยังไงพี่ชายก็เป็นลูกแม่นะ! ทำอาหารกลิ่นหอมยั่วน้ำลายขนาดนี้ จะกินกันเองหน้าตาเฉยได้อย่างไร! เอาชามเนื้อนั้นมานี่เดี๋ยวนี้!" พูดจบ โจวชุนฮวาก็ทำท่าจะพุ่งเข้าไปแย่งชิงชามอาหาร
สหายหม่าที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่มุมห้อง ขมวดคิ้วมว่นด้วยความรำคาญใจ พ่อค้าตลาดมืดผู้ทรงอิทธิพลก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าสองแม่ลูกเอาไว้ ร่างอ้วนท้วนแผ่รังสีน่ากลัวออกมาจนโจวชุนฮวาต้องผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
"สหายท่านนี้... อาหารในบ้านหลังนี้ เป็นสินค้าที่ข้า 'ซื้อ' ด้วยเงินสดห้าสิบหยวนเรียบร้อยแล้วนะครับ" สหายหม่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ สายตากวาดมองสองแม่ลูกหัวขโมยด้วยความเหยียดหยาม "หากพวกเจ้ากล้าแตะต้องสินค้าของลูกค้ารายใหญ่ของข้า... อย่าหาว่าข้า สหายหม่า คนนี้ ไม่เตือนเรื่อง 'หนี้สิน' ที่พวกเจ้าติดค้างไว้ที่บ่อนการพนันในเมืองเลยนะ!"
สิ้นคำขู่ของสหายหม่า หน้าตาของแม่เฒ่าโจวและโจวชุนฮวาซีดเผือดลงทันทีราวกับคนตาย หนี้สินก้อนโตที่พวกนางปิดบังไว้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางวง ทำให้ความโลภเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม
หลินว่านหลิงแย้มยิ้มอย่างสะใจ นางก้าวเข้าไปใกล้แม่เฒ่าโจวที่กำลังยืนตัวสั่น แล้วโน้มตัวกระซิบเบาๆ ข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
"ถ้าไม่อยากให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าพวกท่านเอาเงินไปละลายในบ่อนจนหมดตัว... ก็ไสหัวออกไปจากบ้านฉันซะ! และจำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่า... ต่อไปนี้ อย่าคิดจะมาตักตวงอะไรจากบ้านฉันอีกแม้แต่หยดเดียว!"
แม่เฒ่าโจวตัวสั่นเทาด้วยความแค้นผสมความกลัว นางจ้องหน้าสะใภ้ด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะจำใจดึงแขนลูกสาวแล้ววิ่งหนีหายออกไปจากรั้วบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของสหายหม่า
ลู่จั้นมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและทึ่งในความเด็ดขาด เขาเดินเข้ามาโอบไหล่บางไว้เบรกความตึงเครียด
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนมาอีกครั้ง... เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน!
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
ไม่ใช่เสียงทุบแบบป่าเถื่อนของแม่สามี แต่เป็นจังหวะเคาะที่สุภาพและเยือกเย็น พร้อมกับเสียงทุบทุ้มของชายแปลกหน้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีตัวตนอยู่ในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้—
"สหายลู่... หลินว่านหลิง... ทางการในอำเภอได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่อง 'สูตรอาหารต้องห้าม' ของพวกท่านแล้ว เปิดประตูให้ข้าตรวจสอบด้วย!"
คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า•ตอนที่ 4
ตบปากพวกชอบแย่งชิง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!