สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 5

น้ำชาหนึ่งกาแลกกับกระบี่เล่มหนึ่ง

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
“โลหิตธาตุที่ไหลย้อนกลับ หากท่านยังฝืนใช้ลมปราณโคจรผ่านจุดชีพจร ‘ไห่ซู’ อีกเพียงเค่อเดียว หัวใจขององค์หญิงน้อยแห่งวังวนวารีคงได้แหลกสลายกลายเป็นผุยผงสมใจอยากของพวกมันแล้วกระมังครับ” น้ำเสียงราบเรียบเจือแววเกียจคร้านดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงรับรองเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอายของสมุนไพรวิญญาณราคาถูกลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเลือดจางๆ มู่หรงเสวี่ยกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากเนียนละเอียด นางพยายามฝืนกดข่มกระแสลมปราณธาตุหยินที่กำลังตีรวนภายในร่างจนเส้นเอ็นปูดโปน นางเซียนผู้สง่างาม เยือกเย็น และโดดเดี่ยวในวิถีกระบี่แห่งดินแดนประจิม บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพไร้ทางสู้ ดวงตาคู่หงส์ที่เคยทอประกายเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี จ้องมองบุรุษหนุ่มชุดคลุมสีขาวตัวโคร่งที่กำลังนั่งจิบชาใหม่อย่างสบายอารมณ์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งชิงชังระคนประหลาดใจ นางได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกลอบสังหารโดยยอดฝีมือลึกลับแห่งสำนักกระบี่นภา พิษประหลาดกัดกินเส้นชีพจรจนเกือบสิ้นสลาย แม้แต่ผู้อาวุโสระดับสูงยังส่ายหน้า ทว่าบุรุษผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "คุณชายขี้เกียจ" ไร้ค่าแห่งตระกูลไป๋ กลับเอ่ยทักจุดตายของนางได้อย่างแม่นยำราวกับพลิกฝ่ามือ “เจ้าเป็นใครกันแน่… ไป๋อวิ๋น” มู่หรงเสวี่ยเปล่งเสียงออกมาได้เพียงแผ่วเบา ร่างระหงสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวด ไป๋อวิ๋นไม่แม้แต่จะชายตามองนางโดยตรง เขายังคงใช้ปลายนิ้วเคาะขอบถ้วยชาเบาๆ จังหวะการเคาะนั้นสอดประสานกับวิถีโคจรของฟ้าดินโดยธรรมชาติ “ข้าก็เป็นเพียงบุรุษผู้รักความสงบคนหนึ่ง… ผู้ซึ่งไม่อยากเห็นหญิงงามต้องมาดับดิ้นลงต่อหน้าต่อตาในยามที่ข้ากำลังจิบชาอุ่นๆ ก็เท่านั้นเองครับ” ไป๋อวิ๋นวางถ้วยมากลงบนโต๊ะไม้ผุกร่อน เขาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ร่างบางที่นั่งพิงเสาเรือนอยู่ มู่หรงเสวี่ยสัญชาตญาณตื่นตัว นางกระชับกระบี่วิญญาณในมือแน่น แม้เรียวแรงจะเหือดแห้ง แต่วิถีกระบี่ในจิตใจยังคงทะนงตน “อย่าเข้ามา… มิฉะนั้น ต่อให้ข้าใกล้ตาย ข้าก็ยังลากเจ้าไปลงนรกด้วยได้” “ฮ่าๆๆ ช่างเป็นวาจาที่องอาจสมกับเป็นนางเซียนผู้สูงส่งเสียนี่กระไร” ไป๋อวิ๋นแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาคู่คมปลาบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงจิตวิญญาณของนาง “แต่น่าเสียดาย… กระบี่ในมือท่านตอนนี้ หนักอึ้งเสียจนแม้แต่เด็กสามขวบยังถือไหวหรือเปล่าครับ?” สิ้นคำพูด ไป๋อวิ๋นก็ยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงที่จุดชีพจรสำคัญบนแผ่นหลังของมู่หรงเสวี่ยถึงสามจุดติดต่อกันอย่างแม่นยำ “เจ้า…!” มู่หรงเสวี่ยเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก นางคิดว่าตนเองกำลังจะถูกปลิดชีพ แต่ทว่า… *ครืนนน!* กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งพลلหลั่งไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายราวกับสายน้ำทิพย์ชะล้างมลทิน จุดชีพจรที่อุดตันและถูกพิษกัดกินมานานนับชั่วยาม กลับถูกพลังปราณบริสุทธิ์ที่แฝงมากับปลายนิ้วของไป๋อวิ๋นหลอมละลายและขับไล่ออกไปอย่างง่ายดายอย่างไร้ที่ติ อาการเจ็บปวดเสียดแท่นทุเลาลงในพริบตา ลมปราณที่เคยตีรวนกลับคืนสู่ความสงบและโคจรเป็นวงรอบอย่างราบรื่น นี่ไม่ใช่การรักษาธรรมดา… แต่มันคือวิถีแห่งการปรับสมดุลฟ้าดินด้วยเคล็ดวิชาค่ายกลโบราณ! มู่หรงเสวี่ยตกตะลึงจนพูดไม่ออก นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ภายใต้ท่าทีเกียจคร้านและวาจาหยอกเย้า กลับซ่อนเร้นปัญญาญาณที่ล้ำลึกยิ่งกว่าผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักใดๆ ในยุทธภพ “น้ำชาหนึ่งกา… แลกกับกระบี่เล่มหนึ่งของท่าน เป็นอย่างไรบ้างครับ? ข้อเสนอนี้ ข้าคิดว่าข้าไม่ได้เอาเปรียบหญิงงามจนเกินไปกระมัง” ไป๋อวิ๋นถอนมือกลับอย่างแนบเนียน เขายิ้มละไมพลางผายมือไปยังกระบี่ประจำกายของนางที่วางอยู่ข้างกาย มู่หรงเสวี่ยเม้มปากแน่น นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกปั่นป่วนในหัวใจ นางเซียนผู้ไม่เคยชายตามองบุรุษใดในใต้หล้า บัดนี้กลับพ่ายแพ้ให้กับความใส่ใจที่ไร้ซึ่งความเยินยอสรรเสริญของบุรุษผู้นี้ ทันใดนั้นเอง… *ตูมมม!* แรงระเบิดมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตำหนักรับรอง ประตูไม้บานใหญ่ถูกพลังปราณอันรุนแรงกระแทกจนแหลกละเอียดเป็นจุล ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องกาลเวลา “ฮ่าๆๆ! ไป๋อวิ๋น เจ้าศัตรูตัวสวะแห่งตระกูลไป๋! วันนี้แหละคือวันตายของเจ้า!” เงาร่างของผู้อาวุโสจ้าวปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน ดวงตาที่บอดสนิททั้งสองข้างฉายแววอำมหิตถึงขีดสุด ในมือถือค้อนเหล็กหลอมโลหิตแผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัว ด้านหลังของเขายังมีศิษย์สายในอีกนับสิบชีวิตยืนล้อมกรอบปิดตายทุกเส้นทางหนี มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วมุ่น นางกำลังจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อชักกระบี่ออกปกป้อง ทว่าไป๋อวิ๋นกลับยกมือขึ้นห้ามนางเบาๆ ชายหนุ่มแย้มยิ้มอย่างไม่รีบร้อน เขายังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ ปลายนิ้วเรียวยาวหยิบยันต์อักขระสีทองอร่ามขึ้นมาแผ่นหนึ่งอย่างใจเย็น ดวงตาคู่คมฉายประกายเยือกเย็นดั่งห้วงสมุทรลึก “เสียงดังเอะอะโวยวาย… รบกวนเวลาจิบชาของข้ากับแขกผู้สูงศักดิ์เสียจริงนะท่านผู้อาวุโส” ไป๋อวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ ส่งยันต์อักขระลอยละลิ่วออกไปกลางอากาศ “หึ อวดดี! ยันต์กระดาษกระจอกๆ แค่แผ่นเดียว คิดจะขวางค้อนทลายสวรรค์ของข้าอย่างนั้นเรอะ!” ผู้อาวุโสจวคำรามลั่น โคจรพลังปราณเต็มกำลังเหวี่ยงค้อนเหล็กพุ่งเข้าใส่หมายบดขยี้ร่างของไป๋อวิ๋นให้แหลกเป็นจุลในกระบวนท่าเดียว! ทว่า… ในวินาทีที่ค้อนเหล็กกำลังจะปะทะเข้ากับยันต์อักขระแผ่นนั้น จู่ๆ อากาศโดยรอบก็พลันบิดเบี้ยว เสียงคำรามของฟ้าดินดังกึกก้องขึ้นพร้อมกับเงากระบี่โบราณนับพันเล่มที่พุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกมิติอย่างไร้ที่มา! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามอ่านมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%