เสียงกระแทกของโลหะหนักหน่วงดังก้องสะท้านไปทั่วลานพิธีประลองของสำนักกระบี่นภา ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตานับพันคู่มิใช่ประกายไฟจากการปะทะ หากแต่เป็นร่างของบุรุษชุดขาวผู้หนึ่งที่กำลังทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นราวกับไร้ซึ่งกระดูกสันหลัง
"อั๊ก... ลมปราณของข้า... ช่างอ่อนแอเหลือเกิน..."
ไป๋อวิ๋นส่งเสียงคร่ำครวญออกมาด้วยใบหน้าซีดเซียว ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ คล้ายคนป่วยใกล้ตาย สภาพของเขาในยามนี้ช่างน่าสมเพชเวทนาเสียจนศิษย์พี่ศิษย์น้องรอบสนามต่างพากันส่ายหน้าด้วยความระอาใจ
บนอัฒจันทร์ประธาน ผู้อาวุโสจ้าวแค่นเสียง "ฮึ" ออกมาอย่างดูแคลน รอยย่นบนใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความสมเพช "ปีนี้เจ้าสวะไป๋อวิ๋นก็ยังคงสำแดงความไร้ประโยชน์ออกมาได้ไม่เสียชื่อจริงๆ แค่แรงกดดันจากค่ายกลทดสอบระดับต่ำยังทำให้มันกระอักเลือดได้ ช่างน่าขายหน้าสำนักเรายิ่งนัก!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังเซ็งแซ่ขึ้นทั่วสารทิศ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้าที่ซีดเซียวและท่าทางอ่อนปวกเปียกราวกับสุนัขจนตรอกนั้น ปลายนิ้วเรียวยาวที่ซุกซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างของไป๋อวิ๋นกำลังดีดเคาะเป็นจังหวะซับซ้อน อักขระโบราณสีทองจางๆ นับร้อยตัวถูกวาดขึ้นกลางอากาศด้วยสมาธิที่นิ่งสงบดั่งผืนน้ำในบึงลึก
*เด็กน้อยเอ๋ย... อยากให้ข้าสำแดงฝีมือถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? งั้นก็มารjนระบำกันสักตั้งเถอะ* ไป๋อวิ๋นรำพึงในใจ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์
ทันใดนั้นเอง ค่ายกลทดสอบประจำสำนักซึ่งควรจะวัดระดับพลังปราณได้อย่างเที่ยงตรง ก็เริ่มส่งเสียงหึ่งต่ำๆ ออกมา คลื่นพลังงานสีฟ้าครามที่แผ่พุ่งออกมาจากเสาศิลาศารทิศเกิดอาการบิดเบี้ยวอย่างกะทันหัน อักษรค่ายกลที่สลักไว้บนพื้นศิลาเริ่มเปล่งแสงสว่างวาบผิดปกติราวกับมีชีวิต
"เกิดอะไรขึ้น?!" ผู้คุมกฏสนามประลองอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ เข็มทิศวัดพลังในมือก็หมุนคว้างอย่างไร้ทิศทาง
ภายในเวลาไม่ถึงพริบตา พื้นสนามประลองที่ปูด้วยหินแกรนิตหนาก2ฟุตก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น แรงโน้มถ่วงรอบบริเวณเกิดความแปรปรวนอย่างรุนแรง ศิษย์สายในผู้ทรงคุณวุฒิหลายคนที่กำลังนั่งโคจรลมปราณอยู่บนอัฒจันทร์ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีภูเขาทั้งลูกมากดทับลงบนบ่า จนต้องทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความตกตะลึง
มีเพียงมู่หรงเสวี่ย นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งวังวนวารีเท่านั้น ที่ยังคงยืนหยัดสง่างามอยู่บนยอดเสาหิน นางปรายตามองไปยังสนามประลองด้วยแววตาคู่คมกริบดั่งกระบี่น้ำแข็ง ดวงหน้าอันงดงามไร้ที่ติเรียบเฉย ทว่าลึกเข้าไปในดวงตานั้นกลับฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
นางกวาดสายตามองผ่านกลุ่มคนที่กำลังแตกตื่น จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับร่างของไป๋อวิ๋นที่ยังคงนอนแผ่หลาหายใจรวยรินอยู่มุมสนาม แม้ภายนอกเขาจะดูเหมือนเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย แต่สัญชาตญาณอันแหลมคมของนางเซียนผู้บรรลุวิถีกระบี่ขั้นสูง กลับสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นอยู่รอบตัวชายหนุ่มผู้นี้อย่างเงียบเชียบ... มันคือศูนย์กลางของความปั่นป่วนทั้งหมดอย่างไม่ต้องสงสัย
*เจ้าคนขี้เกียจผู้นี้... เล่นตลกอันใดอีกแล้ว* มู่หรงเสวี่ยลอบถอนหายใจในใจ มุมปากบางเฉียบยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง นางไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่กลับรู้สึกสนใจในความเจ้าเล่ห์เพทุบายของเขาอย่างประหลาด
ครู่ต่อมา ความโกลาหลก็ถึงขีดสุดเมื่อเสาศิลาหลักกลางลานประลองเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษหินนับร้อยพุ่งกระจายไปทั่วทิศทาง พร้อมกับค่ายกลป้องกันสนามที่พังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทุกสายตาต่างเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและงุนงง
ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นผงที่ตลบอบอวล ร่างของไป๋อวิ๋นค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นช้าๆ เขาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยท่าทางเกียจคร้าน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้อาวุโสจ้าวที่กำลังยืนอ้าปากค้างหน้าซีดเผือดอยู่บนอัฒจันทร์
"เรียนผู้อาวุโสจ้าว... ดูเหมือนว่าค่ายกลทดสอบของสำนักเรา จะเก่าแก่ทรุดโทรมเกินกว่าจะรับมือกับศิษย์ผู้ไร้ความสามารถเช่นข้าได้เสียแล้วกระมังครับ" ไป๋อวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนน้อม ทว่าแฝงความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาผู้อาวุโสถึงกับลมแทบจับ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง ท้องนภเบื้องบนที่เคยแจ่มใสก็พลันมืดครึ้มลงอย่างฉับพลัน สายฟ้าสีดำทมิฬสายหนึ่งผ่าแหกกลีบเมฆลงมาตรงกลางลานประลองราวกับเทพเจ้ากริ้วโกรธ แรงกดดันระดับมหาศาลที่เหนือกว่าขอบเขตมนุษย์ทั่วไปกดทับลงมาจนทุกคนแทบหยุดหายใจ
เงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้มผู้หนึ่ง ปรากฏขึ้นกลางสายฟ้าโดยไม่มีใครทันตั้งตัว แววตาของมันเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ ขณะที่ปลายกระบี่โบราณในมือถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว—
"ใครบังอาจ... กล้าทำลายค่ายกลบรรพกาลของสำนักสวรรค์เร้นลับ?" เสียงคำรามดั่งอสุนีย์ก้องกาลเวลา และเป้าหมายที่ปลายกระบี่นั้นชี้ตรงมายัง... ไป๋อวิ๋นที่กำลังยืนหาวอยู่อย่างเกียจคร้าน!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมึกทองคำข้ามภพ" เสมอมานะครับ
สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 6
ศิษย์พี่ใหญ่ผู้แกล้งทำเป็นอ่อนแอ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!